กอริลลาติดโควิด - 19 นักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลต่อเรื่องนี้อย่างไร

กอริลลาติดโควิด – 19 ซึ่งเป็นรายงานครั้งแรกในโลก

กอริลลาติดโควิด – 19 ในแคลิฟอร์เนีย พวกมันจึงเป็นไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์ชนิดแรกของโลก ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ได้ตรวจพบว่า กอริลลาติดโควิด – 19 ซึ่งเป็นกอริลลาสามตัวที่อยู่ในสวนสัตว์ซานดิเอโกซาฟารีพาร์ก และผลยืนยันว่าทั้งสามตัวติดเชื้อไวรัสโคโรนา กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อวานนี้ (11 มกราคม 2020) จึงทำให้พวกมันกลายเป็นเอปชนิดแรกของโลกที่ติดเชื้อไวรัสอุบัติใหม่นี้

ลิซา ปีเตอร์สัน ผู้อำนวยการบริหารของสวนสัตว์ กล่าวว่า กอริลลาที่ติดเชื้ออาศัยรวมอยู่กับตัวอื่นๆ ทั้งหมดแปดตัว ผู้ดูแลตัดสินว่า จะยังคงให้พวกมันรวมอยู่ด้วยกัน โดยจะเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

บางตัวอาจมีเชื้อและบางตัวอาจไม่มี” ปีเตอร์สันกล่าวและเสริมว่า “พวกมันอาศัยอยู่ในฝูงที่มีผู้นำเป็นกอริลลาหลังเงิน และสมาชิกที่เหลือก็คอยตามผู้นำตลอดทั้งวัน พวกมันต่างจ้องมองไปที่เอปตัวนั้น นั่นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะปล่อยให้พวกมันได้ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างที่เคยเป็น

กอริลล่าเป็นสัตว์ชนิดที่ 7 ที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ตั้งแต่มีการระบาดเมื่อปี 2020 ก่อนหน้านี้มีรายงานการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในเสือ สิงโต มิงค์ เสือดาวหิมะ สุนัข และแมวบ้าน แม้ว่าจะมีเอกสารกรณีการแพร่เชื้อจากมิงค์สู่คนในเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์อื่นสามารถทำให้มนุษย์ป่วยได้

เช่นเดียวกับสิงโตและเสือที่สวนสัตว์ Bronx ซึ่งได้รับรายงานการติดเชื้อในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา กอริลล่าที่ติดเชื้อทั้งสามตัวอาจติดเชื้อไวรัสจากคนงานสวนสัตว์ที่ไม่แสดงอาการ เธอบอกว่า สวนสัตว์มีระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดในการป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงแบบสอบถามประจำวันสำหรับเจ้าหน้าที่ และชุดป้องกันสำหรับผู้ที่สัมผัสสัตว์โดยตรง

อ่านเพิ่มเติม

เสือโคร่งในสวนสัตว์บรองซ์ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

เสือโคร่ง, เสือติดโควิด, โควิด-19, นาเดีย, บรองซ์

แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่นายทาสทั้งหลายไม่ต้องกังวล

กอริลลาสองตัวเริ่มแสดงอาการไอครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เก็บตัวอย่างอุจจาระและส่งไปยังห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์และความปลอดภัยด้านอาหารของรัฐแคลิฟอร์เนีย จากนั้นห้องปฏิบัติการฯ ส่งผลรายงานกลับมาและยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันที่ 11 มกราคม

กอริลล่าทั้งสามซึ่งสวนสัตว์ไม่ได้ตั้งชื่อ ยังคงแสดงอาการป่วย บางตัวมีน้ำมูกไหลและเซื่องซึม “ทุกตัวมีอาการซึมเล็กน้อย และยังแสดงพฤติกรรมได้เป็นปกติ” ปีเตอร์สันกล่าวและเสริมว่า “แต่พวกมันรับประทานอาหารได้ดี

เรื่องนี้เป็นหลักฐานยืนยันการวิจัยก่อนหน้านี้ว่า กอริลลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และลิงสายพันธุ์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์อื่น ๆ อีกหลายชนิด มีความไวต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 “ศักยภาพการระบาดของโรคที่คล้ายกับโควิด -19 ในประชากรสัตว์ที่ถูกขังในกรง หรือในสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์นั้นค่อนข้างสูง” แฮรริส ลอว์สัน อาจารย์ด้านนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส กล่าวกับ National Geographic ในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ปัจจุบันมีกอริลลาน้อยกว่า 5,000 ตัวที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติ เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่รวมกันแบบกลุ่มครอบครัวที่ใกล้ชิด นักวิจัยจึงกังวลว่า หากสมาชิกในฝูงติดเชื้อไวรัส นั่นอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อในกลุ่มประชากรอย่างรวดเร็ว

แดน แอช ประธานและซีอีโอของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (AZA) บอกกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทางอีเมลว่า การตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในกอริลลาเป็น “ความน่ากังวล” แต่เขามี “ความมั่นใจอย่างเต็มที่” ว่า เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซานดิเอโกกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบ

สัตว์ป่าในสวนสัตว์ที่ยืนยันการติดเชื้อทั้งหมด อยู่ในสถานที่ที่ได้รับการรับรองจาก AZA เช่น สวนสัตว์บรองซ์ สวนสัตว์ซาฟารีซานดิเอโก และสวนสัตว์หลุยส์วิลล์ ซึ่งทั้งหมดปฏิบัติตามระเบียบการด้านสุขภาพที่เข้มงวด แอชกล่าว ในขณะเดียวกันมีสวนสัตว์บางแห่งที่ไม่ได้รับการรับรอง อีกทั้งยังขาดความเชี่ยวชาญด้านบุคลากร และความเป็นมืออาชีพ รวมไปถึงอุปรกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะช่วยบ่งชี้ว่ามีสัตว์จำนวนกี่ตัวที่อาจติดเชื้อไวรัสโดยไม่ได้รับการทดสอบ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่าง ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ กับ เชื้อโควิด-19

เรื่องแนะนำ

My Octopus Teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์

My Octopus Teacher: บทเรียนจากหมึกยักษ์ สารคดีที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ และหลงรักในธรรมชาติอีกครั้ง ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ปี 2021 ภาพยนตร์สารคดีที่คว้ารางวัลในสาขานี้ไป ได้แก่ My octopus teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์ ในกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในสารคดีธรรมชาติที่ควรรับชม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ผู้ที่ใช้เวลาร่วมปีกับการดำน้ำในบริเวณเดิมเพื่อตามหา ‘เธอ’ หมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดงสาหร่ายเคลป์ ซึ่งเป็นเขตน้ำเย็นของแนวชายฝั่งประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากความตระการตาของโลกใต้น้ำ สารคดีเรื่องนี้ยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และแง่มุมต่างๆ ของการศึกษาธรรมชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม อบอุ่นหัวใจไปกับความผูกพันระหว่างคนและหมึกยักษ์ เครก ฟอสเตอร์ ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อหาจุดมุ่งหมายในชีวิต ตัดสินใจเดินตามแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ด้วยการดำน้ำโดยปราศจากถังออกซิเจน หรือ free diving ลงไปในน้ำทะเลเย็นเฉียบ ใกล้เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเขา ในช่วงแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลโดยปราศจากถังออกซิเจน เขาต้องเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง และอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แต่โลกใต้น้ำที่เขาได้พบเจอช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล ราวกับเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เครกกล่าวว่า “การมีถังออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะ เขาต้องการเป็นเหมือนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” […]

เดินขบวนไปสู่การสูญพันธุ์

เพนกวินจักรพรรดิ กำลังเผชิญกับความท้าทายระดับเผ่าพันธุ์ ตอนแรก จุดสีดำของ เพนกวินจักรพรรดิ จุดหนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ไกลๆ  แล้วจุดอื่นๆ ก็เข้ามาสมทบกันมากขึ้น จนกลายเป็นขบวนแถวคดเคี้ยวข้ามภูมิทัศน์น้ำแข็งสีขาวโพลนที่เพิ่งก่อตัวขึ้น “แล้วจู่ๆ คุณก็ได้ยินเสียงร้องเสียงแรกๆ” ช่างภาพสเตฟาน คริสต์มันน์ เล่า  นั่นคือตอนที่เขาฉุกคิดขึ้นได้ “ว้าว! พวกนกกลับมากันแล้ว” เวลานั้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมที่อ่าวอาตกา ในภูมิภาคควีนมอดแลนด์ของแอนตาร์กติกา ห่างจากปลายด้านใต้สุดของทวีปแอฟริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 4,325 กิโลเมตร  คริสต์มันน์รอนก เพนกวินจักรพรรดิ กลับจากการหากินในทะเลมานานกว่าสองเดือน  พวกมันเป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ที่สุด สูงประมาณหนึ่งเมตรขณะยืน และหนักได้ถึง 41 กิโลกรัม สเตฟานวางแผนจะอยู่กับคอโลนีที่อ่าวอาตกาซึ่งมีนกเพนกวินประมาณ 10,000 ตัวตลอดฤดูหนาวเป็นครั้งที่สอง  เขาเคยมาที่นี่แล้วในช่วงฤดูหนาวเมื่อห้าปีก่อน และกลับมาอีกเพื่อบันทึกวัฏจักรการผสมพันธุ์ของนกเพนกวินจักรพรรดิให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างภาพสัตว์ป่าน้อยคนนักเคยทำมาก่อน  ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์อย่างน้อย 45 องศาเซลเซียสกับพายุหิมะที่ส่งเสียงหวีดหวิว ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตรฤดูหนาวในแอนตาร์กติกาจึงไม่เหมาะกับคนใจเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศหนาวเย็นที่สุด “พูดจริงๆ นะครับ อยู่ไปสักพักคุณก็ชินเอง” คริสต์มันน์บอกฉันเรียบๆ สิ่งที่นกเพนกวินจักรพรรดิไม่ชินง่ายๆ คือการที่น้ำแข็งทะเลอันเป็นฐานที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับผสมพันธุ์และออกล่าสัตว์ในน่านน้ำรอบๆ กำลังหดตัวลงและเป็นไปได้ว่าอาจสูญสิ้นไป แม้จะเป็นนักว่ายน้ำชั้นยอด นกเพนกวินจักรพรรดิตัวเต็มวัยใน 54 คอโลนีรอบแอนตาร์กติกา คิดเป็นคู่ผสมพันธุ์ประมาณ 256,500 คู่ […]

คุณเป็นที่หนึ่งในใจของสุนัขที่เลี้ยงไว้หรือเปล่า มาหาคำตอบกัน

เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้เนี่ย มันรักคุณคนเดียวหรือเปล่า มันอยากมีเจ้าของใหม่หรือไม่