แมงมุมจิ๋วกินเหยื่อที่ใหญ่กว่ามันถึง 3 เท่า - National Geographic Thailand

แมงมุมจิ๋วกินเหยื่อที่ใหญ่กว่ามันถึง 3 เท่า

แมงมุมกระโดดตัวเมียจับกบต้นไม้ ที่ทะเลสาบ Placid ในรัฐฟลอริดา

 

แมงมุมจิ๋ว กินเหยื่อที่ใหญ่กว่ามันถึง 3 เท่า

แมงมุมมักตกเป็นอาหารของสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แต่ในทางกลับกันที่น่าตกใจ พวกมันสลับบทบาทเมื่อผู้ล่ากลับตกเป็นอาหารมื้อเย็นของแมงมุมเสียเอง รายงานจากผลการศึกษาใหม่ โดย Journal of Arachnology แมงมุมกระโดดสามารถกัดกินกบหรือกิ้งก่าที่มีน้ำหนักตัวมากกว่ามัน 2 – 3 เท่าได้

“ส่วนมากแล้วกบหรือกิ้งก่าจะล่าแมงมุมเป็นอาหารด้วย” มาร์ติน นีฟเฟเลอร์ ผู้ร่วมการวิจัยในฐานะนักอนุรักษ์ทางชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยสวิสเซอร์แลนด์ กล่าวผ่านอีเมล์ “ผมรู็สึกประทับใจมากที่แมงมุมกระโดดสามารถสังหารและกินกบ หรือกิ้งก่าตัวเล็กๆ ได้”

ด้าน โลเรต เซทเทอร์ บลอกเกอร์เกี่ยวกับธรรมชาติ จากเมืองโฮโลพอร์ ในรัฐฟลอริดา เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อกบต้นไม้ตกเป็นเหยื่อคมเขี้ยวของแมงมุมกระโดดเข้า “เจ้าแมงมุมจ้องมองมาที่ผมคล้ายจะบอกว่า แกคือรายต่อไป” เซทเทอร์กล่าว “นั่นทำให้ผมตกใจเอามากๆ”

นีฟเฟเลอร์ค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและพบรูปถ่ายของกรณีดังกล่าวรวม 8 ครั้ง ใน 7 เมืองของรัฐฟลอริดา หนึ่งในตัวอย่างนั้นมาจากเจฟ ฮอร์เลนเบค นักวิชาการแมงมุมมือสมัครเล่น ผู้ถ่ายภาพแมงมุมกำลังกัดกินกิ้งก่าอาโนล์ ในเมืองมาริออน ทีมนักวิจัยพบว่ากิ้งก่าที่ถูกแมงมุมกินนั้นมีขนาดยาวกว่าตัวแมงมุมเองถึง 2 เท่าครึ่ง ขนาดที่ว่านี้ไม่สัมพันธ์กับตัวแมงมุมอย่างเห็นได้ชัด

แมงมุมกระโดดทั้งตัวผู้และตัวเมียที่มีขนาดใหญ่แล้ว มักไม่ลังเลที่จะจับเหยื่อซึ่งใหญ่กว่าตัวมันเช่น ตั๊กแตกตำข้าว หรือแมลงปอด้วยความต่างจากแมงมุมสายพันธุ์อื่น พวกมันมีดวงตาที่แหลมคม และการมองเห็นเฉดสีที่ดีเยี่ยมช่วยให้มันจับเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแน่นอนนีฟเฟเลอร์เสริมว่าสายตาอันแหลมคมนี้ถูกนำมาใช้ในการจับกิ้งก่าและกบด้วยเช่นกัน

แมงมุมจิ๋ว
แมงมุมกระโดดตัวเมียจับกบต้นไม้เป็นอาหาร ในพื้นที่ Land O’Lakes ในรัฐฟลอริดา

ว่าแต่เหตุใดที่แมงมุมปกติแล้วสามารถจับเหยื่อขนาดเล็กกว่าได้ กลับเลือกที่จะเข้าหาเหยื่อซึ่งเป็นอันตรายต่อมัน?

นักวิจัยเชื่อว่า เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในสถานที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม ข้อมูลจาก โธมัส ซี. โจน นักนิเวศวิทยาด้านพฤติกรรม จากมหาวิทยาลัยอีสต์ เทนเนสซี กล่าวว่า แมงมุมสามารถประเมินความเสี่ยงในการจับเหยื่อของมันได้

“ความสามารถของมันจะยิ่งโดดเด่นมากขึ้น ถ้ามันยิ่งหิว” โจนกล่าว แม้ว่าจะเป็นกรณีหายากที่แมงมุมกระโดดจะล่าสัตว์มีกระดูกสันหลัง นีฟเฟเลอร์ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมนี้มีอยู่แล้ว แต่ไม่ถูกพบเห็นบ่อยนัก จากนิสัยขี้อายของมัน

อย่างไรก็ดี แม้นีฟเฟเลอร์จะชอบแมงมุมกระโดด เขากล่าวว่า “ผมรู้สึกเสียใจอยู่หน่อยๆ กับเจ้ากบและกิ้งก่าเหล่านั้น เพราะผมไม่ได้แค่ชอบแมงมุม ผมยังชอบกบกับกิ้งก่าด้วย”

เรื่อง ทราซี วัตสัน

 

อ่านเพิ่มเติม

คุณกลัวแมงมุมไหม? มาชม 10 ภาพของสัตว์มีพิษอันน่าอัศจรรย์นี้กัน

เรื่องแนะนำ

เหตุผลอันน่าประหลาดใจ ว่าทำไมหมีขั้วโลกต้องพึ่งพาน้ำแข็งทะเลเพื่ออยู่รอด

งานวิจัยชิ้นใหม่สำรวจความเชื่อมโยงชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อาหารของเหล่า หมีขั้วโลก ทุกฤดูหนาว น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะขยายตัวรอบขั้วโลก กิ่งก้านเยือกแข็งของมันแผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งทางเหนือ ขณะนี้ น้ำแข็งทะเลเพิ่งผ่านจุดที่ขยายตัวมากที่สุดในรอบปี และจะเริ่มหดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหมีขั้วโลก ซึ่งมีแหล่งอาหารที่เกี่ยวพันกับน้ำแข็งทะเลอย่างไม่อาจแยกขาดจากกันได้ และในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งทะเลหดตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลด้านหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center) ระบุว่า ในปี 2019 น้ำแข็งทะเลที่ปกคลุมอาร์กติก มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับเจ็ด นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเก็บข้อมูลจากดาวเทียมเมื่อ 40 ปีก่อน ในปีนี้ “[การหดตัวของน้ำแข็งทะเล] ไม่ได้สร้างสถิติใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือแนวโน้ม” แอนดรูว์ เดโรเชอร์ (Andrew Derocher) นักวิทยาศาสตร์ด้านหมีขั้วโลกแห่งมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา กล่าว “แนวโน้มเชิงลบของน้ำแข็งทะเลตลอดทุกเดือน เป็นสิ่งที่น่ากังวล” ฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็นทำให้น้ำแข็งคงตัวอยู่ได้ ซึ่งทำให้หมีขั้วโลกสามารถเข้าถึงหนึ่งในอาหารโปรดอย่างแมวน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ฤดูใบไม้ผลิที่อุ่นขึ้นทำให้เส้นทางหาอาหารที่สำคัญของพวกมันขาดหายไป “สำหรับ หมีขั้วโลก หมีตัวที่อ้วนที่สุดคือตัวที่อยู่รอด” เดโรเชอร์กล่าว หมีที่ตัวอ้วนกว่า มีโอกาสที่จะอยู่รอดในฤดูร้อนซึ่งไม่มีน้ำแข็งและไม่มีหรือแทบไม่มีแหล่งอาหาร มากกว่าตัวที่ผอม และหมีเพศเมียที่อ้วนกว่า ต้องการพลังงานเพื่อให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกให้มีสุขภาพดีได้โดยสมบูรณ์ “ไม่เคยมี หมีขั้วโลก ตัวไหนที่มองตัวเองในทะเลสาบที่ละลาย แล้วคิดว่านี่ฉันอ้วนเกินไปแล้วนะ” […]

ค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในอียิปต์

ฟอสซิลค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในอียิปต์ มองไปที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์คอยาวสายพันธุ์ Mansourasaurus shaninae แม้มันไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นหรือเป็นที่น่าจดจำนัก แต่สายพันธุ์ใหม่ของเซอโรพอดนี้กำลังเป็นที่สนอกสนใจของบรรดานักบรรพชีวินวิทยา ฟอสซิลนี้ถูกค้นพบในอียิปต์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ฟอสซิลไดโนเสาร์จากปลายยุคครีเตเชียส ที่ถูกพบในทวีปแอฟริกา มันมีอายุราว 80 – 66 ล้านปีก่อน หรือในช่วงเวลาสุดท้ายของยุคไดโนเสาร์ก่อนที่จะเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เมื่ออุกกาบาตตกลงยังคาบสมุทรของรัฐยูกาตัง ในเม็กซิโกปัจจุบัน (รู้หรือไม่หากอุกกาบาตตกไปยังพื้นที่อื่น ไดโนเสาร์อาจไม่สูญพันธุ์) ในแอฟริกา ฟอสซิลของไดโนเสาร์จากปลายยุคครีเตเชียสถูกพบไม่มากเท่าไหร่นัก รายงานจาก Matthew Lamanna ผู้ร่วมวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Carnegie นั่นหมายความว่านักวิทยาศาสตร์เอก็ยังไม่แน่ใจว่าในช่วงเวลานั้นไดโนเสาร์อพยเดินทางข้ามทวีปไปมาหรือไม่ ตลอดจนมีจำนวนไดโนเสาร์มากน้อยแค่ไหน นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Mansoura ในอียิปต์ ค้นพบฟอสซิลของเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ Mansourasaurus ตัวนี้ในทะเลทรายซาฮารา เมื่อปี 2013 โดยเป็นการทำงานวิจัยร่วมกับทีมของ Lamanna ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รายงานการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature Ecology and Evolution “ยุคสิ้นสุดของไดโนเสาร์ในทวีปแอฟริกาเป็นหนึ่งในพรมแดนสุดท้ายสำหรับบรรดานักบรรพชีวินวิทยา” Lamanna กล่าว “หลักฐานเหล่านี้จะช่วยฉายภาพให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตในยุคครีเตเชียสที่อาศัยในทวีปแอฟริกานั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร”   เชื่อมต่อแผ่นทวีป ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ไดโนเสาร์ปรากฏตัวขึ้นบนโลก ในตอนนั้นแผ่นดินทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นทวีปเดียว จนต่อมาเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว ไดโนเสาร์หลายชนิดก็ถูกแยกออกจากกันโดยมีผืนมหาสมุทรขวางกั้น […]

เผยวิดีโอที่บันทึกภาพปลาทะเลลึกที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

เมื่อนักวิทยาศาสตร์เห็นวิดีโอบันทึกภาพปลาตัวน้อยในวงศ์ Snailfish แหวกว่ายไปมาที่ระดับความลึกราว 2.4 กิโลเมตรจากผิวน้ำของมหาสมุทร พวกเขาก็คิดว่าอาจค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่เข้าให้แล้ว ปลาสเนลฟิชเป็นคำเรียกโดยรวมของปลากในวงศ์ Liparidae ที่มีปลาอยู่ราว 350 ชนิด พวกมันมีลักษณะเด่นคือ มีดวงตาโต และหัวโตๆที่สอบไปทางลำตัวที่เรียวยาว สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา (National oceanic and Atmosphere Administration: NOAA) ปล่อยคลิปของปลาสเนลฟิชที่เชื่อว่าเป็นชนิดใหม่นี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นมันเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 กรกฎาคม ในวิดีโอเราจะได้ยินเสียงสมาชิกคนหนึ่งในทีมโนอาอุทานออกมาว่า “ไม่เคยมีใครในโลกเห็นปลาชนิดนี้มาก่อน” ปลาสเนลฟิชเป็นปลาที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก และอาศัยอยู่ที่ระดับความลึกเกือบทุกระดับในมหาสมุทร มันเคยทำให้นักวิทยาศาสตร์ตะลึงงันมาแล้วในปี 2014 ตอนมีการค้นพบที่ระดับ 8,143 เมตรใต้ทะเล และทำลายสถิติในฐานะปลาที่อาศัยอยู่ที่ทะเลลึกที่สุดในโลก ปลาสเนลฟิชยังสามารถทนแรงกดได้เทียบเท่ากับช้าง 1,600 ตัวยืนอยู่บนหลังคารถเล็กๆคนหนึ่ง นักวิจัยบอกว่า การค้นพบครั้งนี้เป็น “สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน” จากการสำรวจโดยเรือ Okeanos Explorer ของโนอา ซึ่งมุ่งหน้าออกจากฮอโนลูลูเพื่อสำรวจน้ำลึกรอบๆจอนสตันอะทอลล์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะรีโมต (Remote Islands Marine National Monument) […]

เอเลี่ยนสปีชีส์เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

บรรดาสัตว์ต่างถิ่นพากันเดินทางจากญี่ปุ่นมายังสหรัฐอเมริกา ด้วยการโดยสารมากับขยะพลาสติก ที่น่าทึ่งก็คือพวกมันมีชีวิตรอดได้อย่างไรเป็นปี?