ชีวิตเหล่าสรรพสัตว์ที่ยากลำบาก เมื่อน้ำแข็ง แอนตาร์กติก กำลังละลาย

ชีวิตเหล่าสรรพสัตว์ที่ยากลำบาก เมื่อน้ำแข็ง แอนตาร์กติก กำลังละลาย

สิ่งมีชีวิตในทะเลนอกชายฝั่งคาบสมุทร แอนตาร์กติก จําเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง เมื่อนํ้าแข็งทะเลลดลง และเรือประมงรุกคืบเข้ามาจับคริลล์มากขึ้น

เรือยางแล่นเข้ามาจอดใกล้ชายฝั่งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และนกเพนกวินเจนทูแห่งอ่าวเนโกก็เห็นมนุษย์ใน แอนตาร์กติก เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี

แทนที่จะเป็นนักท่องเที่ยวผู้ส่งเสียงเอะอะมะเทิ่ง (ห่างหายไปเพราะการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา) ผู้ลงจากเรือคือ ทอม ฮาร์ต นักชีววิทยาเพนกวินและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ อีกหลายคนที่กลับมายังคาบสมุทร แอนตาร์กติก ในเดือนมกราคม ปี 2021 เสียงกู่ร้องและเสียงเรียกดังระงมไปทั่วคอโลนีเพนกวินเจนทูที่มีอยู่ราว 2,000 ตัว พวกมันไม่สนใจฮาร์ต ขณะเขาเดินตรงไปยังกล้องไทม์แลปส์ ซึ่งถ่ายภาพเพนกวินทุกชั่วโมง จากรุ่งสางจนย่ำค่ำ ตั้งแต่ พวกมันมาทำรังที่คอโลนีนี้เมื่อสี่เดือนก่อนเพื่อวางไข่และเลี้ยงลูก กล้องตัวนี้เป็นหนึ่งในกล้องเกือบหนึ่งร้อยตัวที่วางไว้ทั่วคาบสมุทรยาว 1,340 กิโลเมตร และกว้าง 70 กิโลเมตรแห่งนี้ เพื่อเฝ้าติดตามคอโลนีนกเพนกวินสามชนิด ที่จับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

ทะเลน้ำแข็ง, แอนตาร์กติก
ภูมิทัศน์ทะเลน้ำแข็งมีพลวัตเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ “เราเห็นน้ำแข็งรูปโค้งอันหนึ่งพังทลายลงครับ” ช่างภาพและนักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โทมัส เพสแชก กล่าว

ประชากรเพนกวินเจนทูบนคาบสมุทรเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคอโลนีมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และกำลังขยายอาณาเขตไปทางใต้สู่พื้นที่ใหม่ที่เคยเย็นจัดเกินไปสำหรับพวกมัน ตรงกันข้าม ชนิดพันธุ์ที่ใกล้ชิดกัน คือนกเพนกวินคางแถบที่มีขนาดเล็กกว่า และนกเพนกวินอาเดลีที่มีหัวสีดำขลับ กลับลดจำนวนลงกว่าร้อยละ 75 ในหลายคอโลนีที่นกเพนกวินเจนทูขยายพันธุ์ได้ดี

“พูดคร่าวๆ นะครับ” ฮาร์ตกล่าว “เราเสียอาเดลีไปตัวหนึ่ง เสียคางแถบไปอีกตัวหนึ่ง แต่เราได้เจนทูมาตัวหนึ่ง”

นกเพนกวินเป็นดรรชนีสำคัญที่บ่งชี้สุขภาวะโดยทั่วไปของมหาสมุทร พวกมันอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งแวดล้อมอย่างมาก และพึ่งพาทะเลที่อุดมสมบูรณ์กับเหยื่อที่มีอยู่อย่างชุกชุม นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเพนกวิน ไม่กังกลว่า เพนกวินคางแถบและเพนกวินอาเดลีจะหายไปจากโลก เพราะบางคอโลนีนอกคาบสมุทรดูเหมือน จะมีสภาวะคงตัว บางแห่งอาจถึงกับมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

เพนกวิน, แอนตาร์กติก
เพนกวินเจนทูแวะพักระหว่างการหากินบนภูเขาน้ำแข็งที่ล่องลอยในทะเล พวกมันใช้กรงเล็บบนตีนปีนน้ำแข็ง จำนวนเพนกวินเจนทูบนคาบสมุทรแอนตาร์กติกเพิ่มขึ้นกว่าหกเท่าในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา เพนกวินเจนทูพึ่งพา คริลล์น้อยกว่าเพนกวินคางแถบและเพนกวินอาเดลี

“สิ่งที่เรากังวลคือ เพนกวินทั้งสองชนิดบนคาบสมุทรแอนตาร์กติกลดจำนวนลงอย่างฮวบฮาบค่ะ” เฮเทอร์ ลินช์ นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยสโตนีบรุกในรัฐนิวยอร์ก กล่าว การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มประชากรเพนกวินในน่านน้ำนอกชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งก็คือมหาสมุทรใต้ เป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบนิเวศกำลังถูกรบกวนจนปั่นป่วน “สิ่งนี้บอกเราจริงๆ ว่า บางสิ่งบางอย่างในระบบมหาสมุทรใต้เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงนั้น…ไม่ตั้งใจ จะเล่นสำนวนนะคะ เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ”

คาบสมุทรแอนตาร์กติกเป็นสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อุณหภูมิอากาศช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 สูงทำลายสถิติถึง 18.3 องศาเซลเซียสที่ฐานเอสเปรันซาของอาร์เจนตินา ใกล้ปลายติ่งเหนือสุดของคาบสมุทร (ปกติแล้วอุณหภูมิในฤดูร้อนสูงกว่าจุดเยือกแข็งไม่เกินสองถึงสามองศา) เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งทะเลรอบคาบสมุทรก็ถอยร่นหดหาย และเมื่อปี 2016 น้ำแข็งทะเลลดขนาดเหลือน้อยที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ดาวเทียมเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งในช่วงทศวรรษ 1970

แมวน้ำ
แมวน้ำเสือดาวลอยตัวอยู่ข้างภูเขาน้ำแข็งนอกชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก ฟองอากาศจากน้ำแข็ง ละลายติดอยู่กับเลนส์กล้องถ่ายภาพใต้น้ำ สำหรับแมวน้ำ แพน้ำแข็งเป็นสถานที่สำหรับผสมพันธุ์และผลัดขน และยังเป็นถิ่นอาศัยของคริลล์ซึ่งเป็นเหยื่อสำคัญ

นั่นคือปัญหา เพราะน้ำทะเลเย็นจัดเป็นแหล่งอาศัยของครัสเตเชียน [สัตว์จำพวกกุ้งกั้งปู] ขนาดนิ้วก้อย ซึ่งได้แก่คริลล์แอนตาร์กติกที่มีความสำคัญต่อสายใยชีวิตในมหาสมุทรใต้ ฝูงคริลล์อันอุดมเป็นอาหารของสัตว์อื่นๆมากมายที่มารวมตัวหากินอย่างขนานใหญ่ วาฬมิงก์และวาฬหลังค่อมมาเพื่อสวาปามคริลล์คำโต หมึกกล้วย ปลาและเพนกวินก็กินคริลล์เช่นกัน สัตว์หลายชนิดที่กินคริลล์จะถูกสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงขึ้นไปล่าเป็นทอดๆ หากคริลล์หมดไป ระบบนิเวศจะพังทลาย

ยังไม่แน่ชัดว่า ปริมาณคริลล์ที่หายไปเพราะสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นขึ้นมีมากน้อยเท่าใด ขณะเดียวกัน น่านน้ำรอบคาบสมุทรแอนตาร์กติกเป็นแหล่งอุตสาหกรรมประมงคริลล์ขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรใต้ เรือโรงงานจับคริลล์ วันละกว่า 725 เมตริกตัน บนเรือ คริลล์ถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 เช่น ปลาป่น สำหรับทำอาหารปศุสัตว์ และน้ำมันคริลล์สำหรับผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ลินช์กล่าวว่า ภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุตสาหกรรมประมงเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด

นกเพนกวินคางแถบหนึ่งราวหนึ่งแสนตัวทำรังที่แหลมเบลีย์เฮดบนเกาะดีเซปชัน ห่างจากคาบสมุทรแอนตาร์กติก ไปทางเหนือ 110 กิโลเมตร มอสสีเขียวและไลเคนเจริญเติบโตบนพื้นที่ปราศจากธารน้ำแข็งเพราะมีความร้อนใต้พิภพ ขณะสภาพภูมิอากาศของโลกอบอุ่นขึ้น เกาะมากมายนอกคาบสมุทรอาจมีสภาพเช่นนี้

ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติผู้ศึกษาแอนตาร์กติกวางโครงการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (marine protected area: MPA) ครอบคลุมพื้นที่ 670,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อปกป้องทะเลตามแนวชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

การตัดสินใจว่าจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองดังกล่าวหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งมีชีวิตทางทะเลแอนตาร์กติก องค์กรระหว่างประเทศนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1982 เพื่ออนุรักษ์สิ่งมีชีวิตทางทะเลของแอนตาร์กติก คณะกรรมการฯ ดำเนินการภายใต้สนธิสัญญาแอนตาร์กติก (Antarctic Treaty) ซึ่งเป็นความตกลงที่ลงนามในปี 1959 โดย 12 ชาติที่ยอมวางข้อพิพาทเรื่องดินแดน และยกทวีปแอนตาร์กติกาให้แก่สันติภาพและวิทยาศาสตร์ ปัจจุบัน คณะกรรมการฯ มีสมาชิก 25 ชาติ และสหภาพยุโรป

เพนกวิน, แอนตาร์กติก
นกเพนกวินเจนทูที่อ่าวเนโกกกไข่ในรังที่สร้างจากก้อนหินและเลี้ยงลูกนกอยู่รอบกระดูกสันหลังชิ้นหนึ่งของวาฬ ซึ่งเป็นสิ่งเตือนใจถึงประวัติศาสตร์การล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก หนึ่งศตวรรษให้หลัง ปัจจุบัน วาฬได้รับการคุ้มครอง และชาวประมงหันมาจับคริลล์ซึ่งเป็นอาหารหลักของวาฬ ปลา แมวน้ำ และเพนกวิน

พื้นที่คุ้มครองแห่งแรกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ปกป้องน่านน้ำนอกชายฝั่งหมู่เกาะเซาท์ออร์กนีย์ห่างจาก ปลายคาบสมุทรแอนตาร์กติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 600 กิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองแห่งที่สองซึ่งบรรลุขั้นตอนสุดท้ายในปี 2016 คุ้มครองพื้นที่ส่วนหนึ่งของทะเลรอสส์ทางอีกฟากของทวีป ในการประชุมประจำปีช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ คณะกรรมการฯ จะพิจารณาแผนจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติกและอีกสองแห่ง

มาตรการที่เสนอใช้กับพื้นที่ทางตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติกจะห้ามเรือจับคริลล์เข้ามาในน่านน้ำ สำคัญที่สุดที่กำหนดไว้สำหรับสัตว์ป่าภายในเขตคุ้มครองทั่วไปสี่แห่ง พื้นที่คุ้มครองขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ทางใต้ เป็นพื้นที่ที่ไม่เคยถูกใช้ประโยชน์เพราะปกคลุมด้วยน้ำแข็งทะเล ในอนาคตพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับการประมงเชิงพาณิชย์ แม้ว่าน้ำแข็งจะละลายมากพอจนสามารถทำประมงเชิงพาณิชย์ได้ก็ตาม มาตรการคุ้มครองที่เหลือจะกำหนดเขตที่ให้จับคริลล์ต่อไปได้ภายใต้กฎระเบียบชุดใหม่

ภูเขาน้ำแข็ง, แอนตาร์กติก
ภูเขาน้ำแข็งยอดราบลูกนี้ีมีส่วนเหนือผิวน้ำที่มองเห็นได้เพียงหนึ่งในสิบ ส่วนที่จมอยู่เห็นเป็นสีเทอร์คอยส์ในน้ำทะเลใสของช่องแคบแอนตาร์กติกซาวนด์

เรื่อง เฮเลน สเกลส์
ภาพถ่าย โทมัส พี. เพสแชก

สามารถติดตามสารคดี โลกน้ำแข็งกำลังละลาย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่ นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/534541


อ่านเพิ่มเติม ทะเลน้ำแข็งฤดูร้อนของอาร์กติกอาจละลายหมดในปี 2035 (ดังช่วงหลังยุคน้ำแข็ง)

อาร์กติก

เรื่องแนะนำ

การฝึกวาฬและโลมาเพื่อการทหาร มีวิธีการอย่างไร และใคร “ใช้งาน” บ้าง

โลมาปากขวดที่ชื่อว่า เค-ด็อก กระโดดโผล่ขึ้นจากน้ำระหว่างการฝึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเปอร์เซีย ภาพถ่ายโดย พันจ่าเอก BRIAN AHO แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ แม้โลกจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็ไม่มีอะไรเหนือกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเล (Marine mammals) ที่มีความสามารถในการค้นหาสิ่งของในโลกใต้ทะเล เช่น วาฬ โลมา หรือสิงโตทะเลได้อีกแล้ว หลังจากมีข่าวว่าชาวประมงประเทศนอร์เวย์พบวาฬเบลูกาเข้ามาใกล้เรือ และติดตั้งอปุกรณ์ที่ดูเหมือนเป็นกล้องบันทึกภาพ ซึ่งภายหลังพบว่าเป็น “อุปกรณ์ที่มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” โดยผู้เชี่ยวชาญทางทะเลให้ความเห็นว่า วาฬตัวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการฝึกทางทหาร ที่ใช้สัตว์จำพวก วาฬ (cataceans) เพื่อการทำภารกิจต่างๆ อาจดูเป็นเรื่องประหลาด แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อปี 2017 สถานีโทรทัศน์รัฐบาลของประเทศรัสเซียได้รายงานว่า รัสเซียกำลังทดลองใช้วาฬเบลูกา โลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) และแมวน้ำหลายชนิด เพื่อลาดตระเวนบริเวณทางเข้าฐานทัพเรือ ช่วยเหลือนักดำน้ำ หรือแม้กระทั่งสังหารคนแปลกหน้าที่บุกรุกดินแดน การใช้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเพื่อจุดประสงค์ทางการทหารไม่ถือเป็นข้อห้ามในประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 สัตว์เหล่านี้มีความสามารถตรวจจับและค้นหาเป้าหมายในน้ำลึกและดำมืด ซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบเคียงความสามารถของพวกมันได้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ฝึกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ซึ่งรวมไปถึงสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียและโลมาปากขวด เพื่อค้นหาและกู้คืนวัตถุที่สูญหายไปในท้องทะเล รวมถึงระบุตัวผู้บุกรุกที่พยายามว่ายน้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ใช้งานบรรดาโลมาเพื่อตรวจจับทุ่นระเบิดทั้งที่ฝังอยู่บนพื้นทะเล ลอยอยู่บนน้ำ […]

เมื่อเต่าอัลลิเกเตอร์เข้าบ้าน

เมื่อมีสัตว์แปลกๆ เข้ามาในบ้าน คุณไม่ควรจับมันด้วยตนเอง ทางที่ดีเรียกผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเจ้าสัตว์ตัวนั้นจะเป็นแค่เต่าก็ตาม… แต่เต่าที่ว่านี้ไม่ใช่เต่าธรรมดา มันคือเต่าอัลลิเกเตอร์ หรือเต่าสแนปปิง เต่ากินเนื้อขนาดใหญ่นิสัยดุร้าย ที่มาพร้อมกับอาวุธอันตรายของมัน นั่นคือขากรรไกร เจ้าหน้าที่จากศูนย์สัตว์จับตัวเต่าขึ้นมาให้ดูว่าเจ้าตัวนี้น่ากลัวแค่ไหน มันอ้าปากรอที่จะงับเมื่อถูกคุกคาม…อย่าคิดที่จะเข้าใกล้เป็นอันขาด แต่ทว่ากล้องที่ถ่ายมันใกล้เกินไป เจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์งับขนแมวกันลมที่หุ้มไมค์กล้องอย่างไม่ยอมปล่อยจนกว่ามันจะรู้สึกสงบขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย และในที่สุดมันก็ถูกปล่อยลงบึง สถานที่ที่มันควรอยู่ไปเรียบร้อย   อ่านเพิ่มเติม : คุณเดาไม่ถูกแน่ๆ ว่าเสียงเหล่านี้เป็นของสัตว์อะไร, ไก่บ้านปะทะงูจงอาง คุณว่าใครชนะ?

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง พวกมันอาจดูปวกเปียกนุ่มนิ่ม แต่คลิปวิดีโอใหม่เผยให้เห็นว่า หมึกกระดองเป็นนักสู้ผู้ดุร้าย นักวิทยาศาสตร์ถ่ายคลิปวิดีโอการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อแย่งชิงคู่ผสมพันธุ์ของหมึกกระดองได้ในทะเลอีเจียน นอกชายฝั่งประเทศตุรกี หมึกกระดองซึ่งเป็นญาติของหมึกสายและหมึกกล้วย เป็นที่รู้จักจากการเปลี่ยนสีผิวได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นกลยุทธ์ที่มันใช้ทั้งในการพรางตัวและการสื่อสาร หมึกกระดองเพศผู้ทำให้หมึกเพศเมียพิศวงงงงวยด้วยสีสันต่างๆซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาเพียงครึ่งวินาที นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตสัตว์ชนิดนี้จับคู่ผสมพันธุ์กันในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่เคยเห็นในธรรมชาติมาก่อน เมื่อปี 2011 จัสทีน แอลเลน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ และเพื่อนร่วมงาน กำลังถ่ายภาพยนตร์หมึกกระดองเพศเมียตัวเดียวอยู่ตอนที่หมึกเพศผู้ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ หลังจากพวกมันผสมพันธุ์กัน หมึกเพศผู้คอยอยู่ใกล้ๆ หมึกเพศเมียเพื่อปกป้อง เมื่อหมึกเพศผู้ที่คล้ายคลึงกันอีกตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ หมึกเพศผู้ทั้งสองก็แสดงความก้าวร้าวเข้าใส่กันเป็นชุด พวกมันโบกหนวดไปมาและเปล่งแสงวาบเหมือนแถบม้าลายบนลำตัว จากนั้นมันก็เริ่มลงไม้ลงมือ ด้วยการปลุกปล้ำกัน กัดกัน และหมุนอีกฝ่ายเป็นเกลียวท่ามกลางน้ำหมึกที่ปล่อยออกมา ในที่สุดหมึกเพศผู้ตัวแรกก็ขับไล่ผู้รุกรานไปได้ “เรารู้ทันทีว่านี่หาดูได้ยาก และเราโชคดีค่ะ” แอลเลนบอก เรื่อง แมรี เบตส์   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]