ทะเลน้ำแข็งฤดูร้อนของอาร์กติกอาจละลายหมดในปี 2035 (ดังช่วงหลังยุคน้ำแข็ง)

ทะเลน้ำแข็งฤดูร้อนของอาร์กติกอาจละลายหมดในปี 2035 (ดังช่วงหลังยุคน้ำแข็ง)

ในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ปีต่อจากนี้ ทะเลน้ำแข็งของอาร์กติกในซีกโลกเหนืออาจกลายเป็นเพียงอดีต

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2020 จำนวนน้ำแข็งที่ปกคลุมมหาสมุทรอาร์กติกมีปริมาณน้อยกว่าเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์เริ่มติดตามน้ำแข็งในปี 1979 อันเป็นก้าวย่างไปสู่การทำล้ายล้างและเปลี่ยนโฉมหน้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ฤดูร้อนที่ไร้แผ่นน้ำแข็งของมหาสมุทรอาร์กติก

ในแต่ละปี แผ่นน้ำแข็งทะเลอาร์กติกจะขยายเนื่องจากผิวน้ำจะถูกแช่แข็งในระหว่างฤดูหนาวอันยาวนานและมืดมน ในเดือนมีนาคม ซึ่งมักจะมีจำนวนแผ่นน้ำแข็งสูงสุด แผ่นน้ำแข็งจะมีพื้นที่เท่ากับมหาสมุทรอาร์กติก หรือเกือบ 16 ล้านตารางกิโลเมตร น้ำแข็งจะละลายในช่วงฤดูร้อน จนถึงช่วงเวลาที่มีน้ำแข็งน้อยที่สุดในเดือนกันยายน ในเดือนกรกฎาคมช่วงทศวรรษ 1980 มีแผ่นน้ำแข็งครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,800,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเทียบได้กับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาเลยทีเดียว

แต่ในเดือนกรกฎาคม 2020 ทะเลน้ำแข็งครอบคลุมพื้นที่เพียง 7,200,000 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา ทะเลน้ำแข็งอาร์กติกลดลงเฉลี่ย ราว 70,000 ตารางกิโลเมตรต่อปี และไม่ได้เพิ่มขนาดอีกเลย

งานศึกษาที่เผยแพร่ในนิตยสาร Nature Climate Change ได้สนับสนุนการคาดการณ์ว่า ฤดูร้อนในทะเลที่อยู่เหนือสุดของโลกกำลังจะสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งทั้งหมดภายในปี 2035

อาร์กติก, น้ำแข็งละลาย, ขั้วโลก
อาทิตย์ขึ้นในยามเช้าอันนิ่งสงบที่อาร์กติก

“สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เรารู้ (พื้นที่น้ำแข็งละลาย) กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะนี้เรารู้ว่าเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมัน [อาจจะเร็วกว่าที่เราคิด]” มาเรีย วิกตอเรีย กัวริโน ผู้เขียนหลักงานศึกษาและนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศแห่งคณะสำรวจทวีปแอนตาร์ติกาของสหราชอาณาจักร (British Antarctic Survey) กล่าว

จุดศูนย์กลางแห่งความอบอุ่น

ทวีปอาร์กติกกำลังร้อนขึ้นมากกว่าสองเท่าอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ บนโลก อันหมายถึงอุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ถึง 3 องศาเซลเซียส นับตั้งช่วงก่อนอุตสาหกรรม หรือ 1 องศาเซลเซลเซียสในทุกยุคของโลก การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 0.75 องศาเซลเซียสในทศวรรษที่ผ่านมา

ผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคอาร์กติก พื้นที่น้ำแข็งบนบก (Land fast ice) ซึ่งเคยปกป้องแนวชาวฝั่งจากคลื่นและพายุกำลังหายไปในหลายพื้นที่ของทวีปอาร์กติก การหายไปของมันเร่งให้เกิดการกัดชายฝั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้ชุมขนที่อยู่ในบริเวณนั้นตกอยู่ในภาวะอันตราย เช่นหมู่บ้าน Shishmaref ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งในทะเลชุกชี (Chukchi Sea) ในรัสเซีย กำลังเผชิญปัญหาใหญ่จากน้ำทะเลที่สูงขึ้น แผ่นน้ำแข็งที่ปกป้องชายฝั่ง (Protective sea ice) และชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (Permafrost) ที่กำลังละลายส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านอยู่ในภาวะที่ไม่มั่นคง

คำถามใหญ่สำหรับนักวิทยาศาสตร์หลายคนคือ “น้ำแข็งทะเลในหน้าร้อนจะหายไปทั้งหมดเมื่อใด และการหายไปของมันจะส่งผลสะเทือนโลกอย่างไร”

อาร์กติก, ขั้วโลก
นอกชายฝั่งทางเหนือของเกาะแบฟฟิน ดวงอาทิตย์เดือนมิถุนายนพลิกโฉมผืนหิมะและน้ำแข็งให้กลายเป็นแอ่งน้ำสีเทอคอยส์กระจ่างใส พื้นที่น้ำแข็งทะเลที่คงอยู่ตลอดปีของอาร์กติก ซึ่งเป็นน้ำแข็งที่รอดจากฤดูน้ำแข็งละลายในหน้าร้อน กำลังหดตัวลงอย่างฮวบฮาบ

ทะเลอาร์กติกมีอิทธิพลต่อภูมิอากาศและสภาพอากาศเสียยิ่งกว่าบริเวณอาร์กติก น้ำแข็งอันขาวสว่างของมันสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์กลับไปยังชั้นบรรยากาศและทำหน้าที่ป้องกันผืนน้ำมหาสมุทรที่อยู่ข้างใต้ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นที่อาร์กติกอันเหน็บหนาว พื้นที่เส้นทรอปิกเขตร้อน เป็นตัวขับเคลื่อนลมและกระแสน้ำ มหาสมุทร และมีอิทธิพลต่อสภาพอากาศทั่วโลก

เพื่อที่จะทำนายอนาคตของอาร์กติก นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบข้อมูลเปรียบเทียบจากอดีต กัวริโน และเพื่อนร่วมทีมของเธอได้พุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาหนึ่งเป็นพิเศษ

เมื่อ 130,000 ปีก่อน เมื่อโลกเริ่มออกจากยุคน้ำแข็ง ก็เข้าสู่ช่วงอบอุ่นระหว่างยุคน้ำแข็ง (Interglacial Period) ซึ่งอุ่นกว่าช่วงเวลาที่เราอยู่ในทุกวันนี้ วัฏจักรยุคน้ำแข็ง (the ice age cycles) ผลักดันการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกและการเอียงของแกนโลก และในช่วงเวลานั้น ซีกโลกเหนือได้เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์โดยตรง ซึ่งทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์มาถึงพื้นผิวของพื้นที่เส้นละติจูดทางเหนือ

อุณหภูมิความร้อนระหว่างช่วงสุดท้ายของช่วงอบอุ่นระหว่างยุคน้ำแข็ง (Last Interglacial Period) นั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของของอาร์กติกอยู่ระหว่าง 4 ถึง 5 องศาเซลเซียส ซึ่งมากกว่าช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม และระดับน้ำทะเลมีความสูงมากกว่า 5.5 เมตร

โลกของอัลบอต ลูคัสเซน กำลังละลายหายไป เมื่อครั้งที่ชายชาวอินนูอิตวัย 64 ปีผู้นี้ยังหนุ่ม เขานั่งเลื่อนเทียมสุนัขไปล่าสัตว์บนอุมมันนักฟยอร์ดที่จับตัวเป็นน้ำแข็งริมชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ได้จนถึงเดือนมิถุนายน ในภาพ เขาอยู่ที่นั่นในเดือนเมษายน

ในขณะนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาศูนย์ฮัดเลย์ของสหราชอาณาจักรได้พัฒนาแบบจำลองในภาวะที่ทะเลอาร์กติกได้สูญเสียน้ำแข็ง โดยส่วนสำคัญที่พวกเขาได้ปรับลงในแบบจำลองคือการใส่แหล่งน้ำแวววาวเล็กๆ ที่อยู่บนพื้นยอดของน้ำแข็งที่เกิดจากความร้อนของดวงอาทิตย์ที่หลอมละลายพวกมัน

แหล่งน้ำดังกล่าวนั้นดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้แหล่งน้ำบนน้ำแข็งก่อตัวขึ้น มันก็จะเป็นตัวเร่งการละลายของน้ำแข็ง มีการสังเกตการณ์แหล่งน้ำในช่วงนี้เนื่องจากมันเป็นปัจจัยในการเร่งการละลายแผ่นน้ำแข็งบนบกทั้งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา โดยกัวริโนและทีมงานของเธอกล่าวว่า อาร์กติกในช่วงสุดท้ายของช่วงอบอุ่นระหว่างยุคน้ำแข็ง ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นเดียวกัน

ความสามารถของแบบจำลองที่แสดงให้เห็นภาพเช่นเดียวกับในยุคช่วงสุดท้ายของช่วงอบอุ่นระหว่างยุคน้ำแข็นนั้น ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกครั้ง ซึ่งมันได้คาดการณ์ว่าทะเลน้ำแข็งอาร์กติกจะหายไปทั้งหมดในปี 2035 ซึ่งนี่ถือเป็นการคาดการณ์ที่รวดเร็วกว่าการคาดการณ์อื่นๆ ที่เคยมีมาก แต่ทว่าเมื่อพิจารณาจากการสูญเสียน้ำแข็งที่กำลังเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้จริง

จากนี้ แม้จะมีมาตรการที่จริงจังเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนภาวะหรือจุดที่น้ำแข็งหน้าร้อนอาร์กติกจะต้องหลอมละลายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีเหตุผลที่เราจะหยุดความพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน เพียงแต่ในตอนนี้เราต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวไปตามความเป็นจริง

เรื่อง ALEJANDRA BORUNDA


อ่านเพิ่มเติม แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์กำลังละลายเร็วขึ้นถึงสี่เท่า – และส่งผลร้ายต่อโลก

กรีนแลนด์

เรื่องแนะนำ

ชมวงจรขยะพลาสติกผ่านอนิเมชั่น

ชม วงจรขยะพลาสติก ผ่านอนิเมชั่น เมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ผลการผ่าพิสูจน์ซากของวาฬสเปิร์มที่ขึ้นมาเกยหาดเผยให้เห็นว่าในท้องของมันเต็มไปด้วยขยะพลาสติกถึง 29 กิโลกรัม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บรรดาสัตว์ต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ เมื่อท้องทะเลทุกวันนี้กำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกจากน้ำมือมนุษย์ อนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปชมวงจรของขยะพลาสติกที่สุดท้ายแล้วสิ่งที่มนุษย์กำลังก่อไว้กำลังวนกลับมายังบนจานอาหารของเราเอง นักวิทยาศาสตร์ประมาณขยะพลาสติกที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรทุกวันนี้ว่าเมื่อรวมกันแล้วจะมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับทวีปยุโรป ดูเหมือนที่เคยคาดการณ์กันว่าในปี 2050 นี้ มหาสมุทรจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลา จะไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด   อ่านเพิ่มเติม แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]