ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ - National Geographic Thailand

ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

เรื่อง เอไลนา ซาชอส

มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบงันในเวลากลางคืน กลุ่มลักลอบล่าสัตว์ป่าท้องถิ่นแอบเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Hluhluwe Imfolozi ของแอฟริกาใต้ พวกเขายิงแรดดำสายพันธุ์หายากตัวหนึ่งด้วยปืนเก็บเสียง ตัดนอทั้งสองของมันออกไปก่อนที่จะเร้นกายหายไปกับความมืด พวกลักลอบเหล่านี้มักขายนอแรดในฐานะสินค้าหนีภาษีแก่ลูกค้าชาวจีนและเวียดนาม เส้นขนอันแน่นที่ถูกสร้างจากเคราตินเหล่านีเจะถูกนำไปสกัดเป็นยาสร้างความกระตุ้นทางเพศหรือยาแผนโบราณ

ไม่นานหลังจากที่พวกลักลอบล่าสัตว์หนีไป Brent Stirton ช่างภาพเดินทางถึงที่เกิดเหตุและถ่ายภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเอาไว้ ส่วนหนึ่งของโปรเจคสำรวจการลักลอบล่าแรดผิดกฏหมายในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันมีแรดดำเหลืออยู่บนโลกเพียง 5,000 ตัวเท่านั้น และตัวเลขนี้กำลังถูกคุกคาม

ด้านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมอบรางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าแห่งปีให้แก่ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคนนี้สำหรับภาพถ่ายอันสะเทือนในที่แสดงให้เห็นว่าบรรดาพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง

“เพื่อให้ฉากของโศกนาฏกรรมดังกล่าวกระจายไปให้ถึงขีดสุด ภาพถ่ายนี้สมควรได้รับรางวัลสูงสุดเช่นกัน” คำกล่าวจาก Roz Kidman Cox กรรมการผู้ตัดสิน “มันเป็นภาพถ่ายที่ดิบ รุนแรง และสง่างามของยักษ์ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงหนึ่งในสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด นั่นคืออาชญากรรมอันโหดร้ายและไม่ควรต้องเกิดขึ้นเลยกับธรรมชาติ ภาพถ่ายนี้จะกระตุ้นให้เกิดเสียงต่อต้านขึ้นในประชาชน”

“สิ่งที่ดีที่สุดก็คืองานของคุณจะช่วยเหลือชีวิตได้อีกมากมาย” Stirton เจ้าของภาพกล่าว “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะยังต้องต่อสู้ไปอีกยาว”

เต่ามะเฟืองคลานกลับลงทะเลหลังวางไข่ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Sandy Point บนชายหาดที่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์จากเกาะบั๊ก ของหมู่เกาะเวอร์จินในสหรัฐ ภาพถ่ายของ Skerry ภาพนี้มีชื่อว่า “Why It’s Important to Save Our Seas’ Pristine Places”
ภาพถ่ายโดย Brain J.Skerry
ลิงกังดำสุลาเวสีในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Tangkoko ในสุลาเวสีเหนือ ของอินโดนีเซีย ภาพถ่ายของ Untherthiner นี้มีชื่อว่า ” For These Monkeys, It’s a Fight for Survival”
ภาพถ่ายโดย Stefano Unterthiner
ในวันที่ฝนตกหนัก สภาพอากาศที่พบได้ทั่วไปบนเกาะอะลูเซียน ส่งผลให้นกอินทรีหัวขาวตัวนี้เปียกปอน ภาพถ่ายของ Nigge ภาพนี้มีชื่อว่า “First Bird”
ภาพถ่ายโดย Klaus Nigge
ลิงทามารินหลังอานเกาะอยู่บนศีรษะของเด็กหญิงชาว Matsigenka ที่มีชื่อว่า Yoina Mameria Nontsotega ระหว่างเล่นนำในแม่น้ำ Yomibato ภายในอุทยานแห่งชาติ Manu ภาพถ่ายชื่อ “This Park in Peru Is Nature in Its Full Glory’—With Hunters”
ภาพถ่ายโดย Charlie Hamilton James
สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกขโมยไข่ของห่านหิมะมากถึงวันละ 40 ใบต่อวันเพื่อเอาไปเลี้ยงดูลูกๆ ของมัน ภาพถ่ายชื่อ “Russian Refuge”
ภาพถ่ายโดย Sergey Gorshkov
ปลากระพงจากมุมมองใต้น้ำ ใกล้เกาะของเซเชลส์ ภาพถ่ายชื่อ “In the Seychelles, Taking Aim at Nature’s Bullies”
ภาพถ่ายโดย Thomas P.Peschak
พ่อนกแคสโซแวรีและลูกวัย 6 สัปดาห์ทั้ง 2 ตังของมัน กำลังรื่นรมย์กับอาหารในออสเตรเลีย ภาพถ่ายชื่อ “Australia’s Big Bird”
ภาพถ่ายโดย Christian Ziegler
เสือโคร่งวัยหกเดือนตัวนี้ติดกับดักที่พวกลักลอบล่าสัตว์วางไว้ อุ้งเท้าหน้าข้างขวาของมันถูกตัดออกหลังติดกับเป็นเวลาสามวัน ในจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย ภาพถ่ายชื่อ “A Cry for the Tiger”
ภาพถ่ายโดย Steve Winter

 

อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร 

เรื่องแนะนำ

พบกับแรดขาวเหนือสองตัวสุดท้ายของโลก

ในปี 2009 แรดขาวเหนือ ที่ชื่อว่าฟาตู (ขวา) และซูดานที่ล่วงลับ ได้เดินทางโดยเครื่องบินจากสาธารณรัฐเช็กมายังเคนยาเพื่อความพยายามในการเพาะพันธุ์ในภูมิอากาศอบอุ่น ภาพถ่ายโดย AMI VITALE หลังจากแรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลกตายไป โลกก็เหลือเพียงแค่ แรดขาวเหนือ ตัวเมียสองตัวสุดท้าย พร้อมกับโอกาสในการขยายพันธุ์ที่ “แทบเป็นไปไม่ได้เลย” ในปี 2018 คงไม่มีข่าวการจากไปของสัตว์ชนิดใดที่สะเทือนใจชาวโลกเท่ากับ “ซูดาน” แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายของโลก ที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ โอล เพเยตา ประเทศเคนยา โดยมันที่ได้สิ้นใจไปอย่างสงบด้วยโรคร้ายที่รุมเร้า และสังขารที่ร่วงโรยไปตามวัย ในที่สุดเจ้าหน้าที่ศูนย์จึงตัดสินใจการุณยฆาตเจ้าซูดานไป ด้วยวัย 45 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันมีแรดขาวเหนือตัวเมียเหลืออยู่บนโลกเพียงแค่สองตัว มีชื่อว่า ฟาตู และ ไนจิน (Fatu and Naijin) ซึ่งเป็นแม่-ลูกกัน อันที่จริงแล้ว ทั้งซูดานผู้ล่วงลับ ฟาตู และ ไนจิน มีบ้านเกิดที่สวนสัตว์ Dvur Kralove ในสาธารณรัฐเช็ก ก่อนจะถูกย้ายมายังศูนย์อนุรักษ์ในเคนยา เมื่อปี 2009 เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าสภาพภูมิอากาศแบบทวีปแอฟริกาจะกระตุ้นให้แรดขาวเหนือสืบพันธุ์ได้มากขึ้น แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพวกมันได้สูญเสียความสามารถในการสืบพันธุ์ด้วยวิธีธรรมชาติไปแล้ว หากย้อนกลับไปในอดีต […]

หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สรรพสัตว์ครอบครอง

หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สรรพสัตว์ครอบครอง ขณะยืนอยู่บนชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโขดหินของสตีเพิลเจสัน (Steeple Jason) เกาะที่ตั้งอยู่ห่างไกลในกลุ่มเกาะฟอล์กแลนด์ ผมตื่นตะลึงกับภาพความงามตรงหน้า นกอัลบาทรอสคิ้วดำกว่า 440,000 ตัวซึ่งถือเป็นคอโลนีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทำรังอยู่บนหน้าผาสูงชัน  ถัดลงมาตามแนวชายหาดเบื้องล่าง  เพนกวินร็อกฮอปเปอร์แดนใต้ส่งเสียงร้องอื้ออึง ขณะที่เหยี่ยวคาราคาราคอยสอดส่ายสายตามองหาลูกนกเพนกวินหรือซากสัตว์เป็นอาหาร น่านน้ำเย็นยะเยือกแถบนี้เป็นถิ่นอาศัยของแมวน้ำขนปุยอเมริกาใต้ วาฬเพชฌฆาต โลมาคอมเมอร์สัน โลมาพีล และวาฬเซย์ ลึกลงไปใต้น้ำ ผมแหวกว่ายผ่านดงสาหร่ายเคลป์ที่โอนเอนไปมาในกระแสน้ำ เพนกวินเจนทูพุ่งฉิวอยู่ด้านบน โดยมีสิงโตทะเลแดนใต้ไล่ตามมาติดๆ กุ้งมังกรยืนเรียงรายบนก้นสมุทรพลางชูก้ามขึ้นราวกับพร้อมรบ ภาพกุ้งชูก้ามเตรียมออกศึกดูช่างเหมาะเจาะ เพราะผมอยู่ที่หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สงครามเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ ห่างจากชายฝั่งอาร์เจนตินา 400 กิโลเมตร  ดินแดนของสหราชอาณาจักรแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่รวมกันกว่า 700 เกาะ และมีผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างบางเบาเพียง 3,200 คน  กลุ่มเกาะเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดเพราะประวัติศาสตร์การต่อสู้แย่งชิงกรรมสิทธิ์อันยาวนานระหว่างฝรั่งเศส สเปน อาร์เจนตินา และสหราชอาณาจักร ฟอล์กแลนด์จึงเต็มไปด้วยบาดแผลจากสงครามที่เห็นได้ชัด ความขัดแย้งครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่ออาร์เจนตินารุกรานหมู่เกาะที่พวกเขาเรียกว่า มัลบีนัส (Malvinas) ในปี 1982  ทว่าปิดฉากลงในระยะเวลาอันสั้น หลังการประลองกำลังอย่างดุเดือดกับสหราชอาณาจักร แต่ถึงจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และแม้จะมีการทำฟาร์มแกะอย่างกว้างขวาง หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ก็ยังคงดูเหมือนแดนสวรรค์ในอุดมคติอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่น่านน้ำอันอุดมไปด้วยสารอาหารไปจนถึงขุนเขาที่สายฝนโปรยปรายตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่เป็นช่างภาพ  ผมแทบไม่เคยพบเห็นสถานที่แห่งไหนที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์เช่นนี้   […]