79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ

เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

จากหนังสือ หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย (75th Year of Thai Zoos) จัดทำโดยองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงประวัติของสวนสัตว์ดุสิต [เขาดิน] ว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต พระนคร สำหรับเป็นที่เสด็จประพาสต้นและสำราญพระราชอิริยาบถ  ที่ได้ชื่อว่า “เขาดินวนา” ก็เพราะมีการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำ จนเป็นคำที่เรียกติดปากสืบมา  นับถึงวันนี้เขาดินฯ มีอายุ 79 ปี และกำลังย้ายไปสู่พื้นที่ใหม่ในช่วงเวลาอันใกล้ พร้อมขับเคลื่อนสู่ความเป็นสวนสัตว์สมัยใหม่ (modern zoo) เช่นเดียวกับนานาประเทศ  ในฐานะที่เป็นสถานที่สำคัญที่คนไทยผูกพันมาแสนนานตั้งแต่วัยเด็ก เขาดินผ่านการร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อยดังประวัติย่อข้างล่างนี้

 

พ.ศ. 2444

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 คราวที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา “ฮิส เอกซเศลเลนศิย์ วิลเลม รูเสบูม คอเวอเนอเยเนราล” แห่งเนเธอแลนด์ ได้ถวายกวางดาวจำนวน 6 ตัว ทรงนำกวางดาวกลับมาและโปรดให้เลี้ยงไว้ที่สวนกวาง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน

 

พ.ศ. 2481

ต่อมาจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลขอพระราชที่ดินบริเวณสวนดุสิตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ รับเขาดินวนา สนามเสือป่า และสวนอัมพร มาจัดเป็นสวนสาธารณะใช้ชื่อว่า “สวนสัตว์ดุสิต” เป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทยในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 มีเนื้อที่ตามโฉนาด 181 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา

เทศบาลนครกรุงเทพฯ ดำเนินการตกแต่งสถานที่ จัดสวน สร้างคอกสัตว์ กรงสัตว์ และบ่อสำหรับเลี้ยงสัตว์  และย้ายฝูงกวางดาวจากพระที่นั่งอัมพรสถาน จระเข้และลิงจากสวนสราญรมย์มาที่สวนสัตว์แห่งนี้ ทั้งยังรวบรวมสัตว์ในประเทศและต่างประเทศมาเลี้ยงเพื่อให้ประชาชนเข้าชม  นอกจากนี้ ยังดำเนินการขอช้างหลวงมายังสวนสัตว์เพื่อให้ประชาชนเข้าชมทุกวันอาทิตย์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ครั้งทรงพระเยาว์ เสด็จพระราชดำเนินชมสวนสัตว์ดุสิต

 

พ.ศ. 2485

เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ สวนสัตว์ดุสิตได้รับความเสียหายมาก สัตว์หลายชนิดสูญหายหรือว่ายน้ำหนีออกไป เหลือเพียงบางส่วน จึงต้องหยุดบริการประชาชนระยะเวลาหนึ่ง

ครั้งหนึ่งเคยมีหมีขาวที่สวนสัตว์ดุสิต

 

พ.ศ. 2497

รัฐบาลตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการบูรณะและปรับปรุงสวนสัตว์ดุสิตให้ดีขึ้นตามลำดับ จนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 รัฐบาลจึงจัดตั้งเป็นองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยเพื่อให้บริหารงานอย่างคล่องตัว โดยขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี

 

พ.ศ. 2506

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงรับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อว่า “องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” (อสส.)

 

พ.ศ. 2512

คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์เห็นว่าสวนสัตว์ดุสิตมีพื้นที่น้อย สัตว์อยู่อย่างหนาแน่นแออัด ไม่เป็นธรรมชาติ การขยายพันธุ์สัตว์ป่าไม่อาจเป็นไปตามปกติ  สัตว์ป่าหายากบางชนิดไม่ขยายพันธุ์เลย จึงใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาเขียวและเขาชมพู่ จังหวัดชลบุรี ดำเนินการในปี 2516 และต่อมาขยายสู่จังหวัดต่างๆ เช่น สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา อุทยานป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น-อุดรธานี อุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานี และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ตามลำดับ

สวนสัตว์ดุสิตเคยเป็นสถานที่จัดกิจกรรม โดยเฉพาะงานฤดูหนาว มีการแข่งสะบ้า แข่งว่ายน้ำ และประกวดชายงาม เป็นต้น

 

ปัจจุบัน

องค์การสวนสัตว์ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์สัตว์ และมีงานวิจัยด้านสัตว์ป่า พัฒนาสวนสัตว์ให้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับสัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนการให้บริการด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัยทั้งด้านวิชาการ นันทนาการ และพัฒนาจิตใจของเยาวชนให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ปีที่แล้ว องค์การสวนสัตว์ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงและปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยสู่ธรรมชาติ โดยนกกระเรียนพันธุ์ไทยสามารถอยู่ร่วมกับนาข้าวเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเริ่มออกไข่เองในธรรมชาติแล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม : จากกรงสู่ป่าจำลองแกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์

เรื่องแนะนำ

ฝูงม้าลายเหล่านี้เดินทางไกลทุกปี แม้รู้ว่าเสี่ยงอันตราย

ทุกๆ ปีฝูงม้าลายในแอฟริกาเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 241 กิโลเมตร จากพื้นที่เขียวชอุ่ม ในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอคาวังโกไปยังพื้นที่แห้งแล้ง ในฤดูอพยพ แม้รู้ว่าพวกมันจะต้องเผชิญกับอันตรายระหว่างการเดินทางอันยาวนาน สาเหตุที่พวกมันต้องเดินทางมายังแอ่งกระทะ Makgadikgadi ที่เต็มไปด้วยเกลือนี้ ก็เพราะสถานที่แห่งนี้มีสารอาหารที่ร่างกายของม้าลายต้องการเพื่อช่วยให้มันรอดชีวิตต่อไป และเมื่อได้รับสารอาหารแล้วพวกมันก็สามารถเดินทางกลับไปยังทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ได้ แต่ในบางครั้งการเดินทางกลับอาจเป็นเรื่องยากลำบาก เมื่อลูกม้าลายบางตัวต้องสูญเสียพ่อแม่ของมันไป โดยนักล่าระหว่างทาง   อ่านเพิ่มเติม : หากคุณกลัวงู ห้ามดูคลิปนี้, การอพยพขนาดใหญ่สุดของสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน แค่เรามองไม่เห็น

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์ ที่เกาะแห่งหนึ่ง ของจังหวัดยะคุชิมะ ในญี่ปุ่น ลิงกังอาศัยอยู่ร่วมกันกับกวางซีกาอย่างสงบสุขดี แต่แล้ววันหนึ่งมีคนสังเกตเห็นลิงกังตัวผู้พยายามผสมพันธุ์กับกวางซีกาตัวเมีย จากนั้นพฤติกรรมแปลกๆ ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของสัตว์ข้ามสายพันธุ์เคยมีบันทึกไว้เช่นกัน โดยเป็นความสัมพันธ์ของแมวน้ำกับเพนกวินจักรพรรดิ แต่สำหรับลิงกับกวางนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ นักวิทยาศาสตร์เองเชื่อว่าพฤติกรรมแปลกๆ ของลิงเหล่านี้เกิดขึ้นจากความพยายามเรียนรู้หรือฝึกฝนของลิงหนุ่มก่อนลงสนามรักจริง เนื่องจากว่าพวกมันเป็นลิงที่ยังมีอายุน้อย ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้ผสมพันธุ์กับลิงตัวเมียค่อนข้างต่ำ ฉะนั้นแล้วกวางเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีสำหรับการปลดปล่อยพลังทางเพศออกมา   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]