พบลูก สิงโตขาว ในป่าแอฟริกาใต้ - National Geographic Thailand

พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

พบลูก สิงโตขาว ในป่าแอฟริกาใต้

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2018 เจ้าหน้าที่อนุรักษ์จากกองทุน Ngala Private Game ในแอฟริกาใต้บังเอิญพบเข้ากับบางอย่างที่ผิดปกติ มันคือลูกสิงโตขาวที่ถูกพบในธรรมชาติ

รายงานจาก Lyle Bruce McCabe เจ้าหน้าที่ภาคสนามเล่าว่า เขาเห็นสิงโตตัวผู้ตัวหนึ่งกำลังหลับอยู่ใกล้กับแม่น้ำ Timbavati และเขาได้ยินเสียงร้องของลูกสิงโตดังมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ “ผมตามเสียงร้องไปเพื่อดู จากนั้นเราก็เห็นหัวเล็กๆ ของมันโผล่ออกมาจากเต้านมของตัวแม่”

ลูกสิงโตตัวนี้เป็นสิงโตขาวตัวแรกที่ McCaber และเพื่อนร่วมงานพบ ซึ่ง McCaber ทำงานที่ศูนย์อนุรักษ์นี้มา 2 ปีแล้ว และเป็นครั้งแรกของ Fanny Mathonsi เพื่อนร่วมงานของเขาผู้มีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่นี้นาน 26 ปี เช่นกัน

สิงโตขาวเป็นสิงโตประเภทหนึ่ง ซึ่งลูกสิงโตจะเกิดจากพ่อและแม่สิงโตที่มียีนกลายพันธุ์เท่านั้น การกลายพันธุ์ดังกล่าวส่งผลให้เมลานินในเส้นขนของพวกมันมีน้อยมาก จนขนกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเกือบจะขาว ในทางเทคนิคแล้วเราเรียกลักษณะนี้ว่าภาวะด่าง ซึ่งตรงข้ามกับภาวะเผือก เนื่องจากพวกมันยังมีเม็ดสีในดวงตาอยู่

“มันยากมากครับที่สิงโตขาวเหล่านี้จะเติบโตจนเป็นตัวเต็มวัยได้ในธรรมชาติ เราคิดกันว่าน่าจะมีลูกสิงโตมากกว่านี้ แต่พวกมันตายตั้งแต่ยังเด็ก” McCabe กล่าว

 

ถนนที่ยากลำบาก

สิงโตขาวเป็นสิงโตที่หาพบได้ยากในธรรมชาติเนื่องจากประชากรของมันมีเพียงน้อยนิดที่รอดชีวิต ดังนั้นแล้วการปรากฏตัวของลูกสิงโตขาวครั้งนี้จึงค่อนข้างทำให้เจ้าหน้าที่ประหลาดใจ “เช่นเดียวกับลูกสัตว์อื่นๆ ที่เกิดในป่า พวกมันจะถูกล่าโดยผู้ล่ามากมาย” McCabe กล่าว

ที่ยากลำบากกว่านั้นก็คือ สัดส่วนของลูกสิงโตที่เกิดมาทั้งหมด แม้ว่าจะมีสีขนปกติก็ตามจะมีเพียงแค่ 50% เท่านั้นที่สามารถรอดได้ในขวบปีแรก ดูเหมือนว่าการมีขนสีขาวจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีนักสำหรับชีวิตของสิงโต Paul Funston ผู้อำนวยการอาวุโสจากโครงการ Panthera กล่าว องค์กรนี้เป็นองค์กรสากลที่ทำหน้าที่อนุรักษ์แมวป่าทั่วโลก

เส้นขนสีน้ำตาลของสิงโตช่วยพรางมันเข้ากับพงหญ้าที่รกสูงและพืชพันธุ์อื่นๆ ในธรรมชาติ ปกติแล้วสิงโตเป็นนักล่ากลางคืน ดังนั้นสีขาวของพวกมันไม่เพียงแต่ไม่ช่วยให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม แต่กลับทำให้โดดเด่นขึ้นอีกด้วย

“ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สิงโตจะมีสีแบบนี้” Funston กล่าว อย่างไรก็ตามในธรรมชาติมีสิงโตขาวบางตัวที่อยู่รอดและเติบโตจนเป็นสิงโตตัวเต็มวัยได้ นั่นหมายความว่าสีขาวอาจจะไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด หรือบางทีเจ้าสิงโตเหล่านี้ก็อาจได้รับการปกป้องจากชุมชนใกล้เคียง ในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ “ในทางวิทยาศาสตร์ เรายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดในเรื่องนี้ครับ” เขากล่าว

(รู้หรือไม่ว่าลูกสุนัขมีช่วงวัยที่น่ารักที่สุด)

 

ปัญหาของสิงโตสีขาว

เมื่ออยู่ในป่าการพบเห็นสิงโตขาวเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ แต่หากพบในกรงขังมันคือเรื่องที่น่าเศร้า มีหลักฐานจากงานวิจัยก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่าหากพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์เป็นสิงโตขาว ลูกที่เกิดมาจะมีข้อบกพร่องทางพันธุกรรม

รายงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ลูกสิงโตขาวจำนวน 19 ตัวจากสวนสัตววิทยาในอิตาลี มีเพียง 4 ตัวเท่านั้นที่รอด ในจำนวนลูกสิงโตทั้งหมดนี้ 13 ตัวไม่รอดในเดือนแรก และมี 6 ตัวที่มีกะโหลกศีรษะผิดปกติ ในที่สุดแล้วมีเพียงลูกสิงโตตัวเดียวที่มีชีวิตยืนยาวที่สุด แต่มันเองก็มีความพิการบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายและระบบประสาท

ด้วยเหตุนี้ทางสมาคมสัตว์และสัตว์น้ำจึงออกประกาศห้ามเพาะพันธุ์สิงโตขาวหรือสัตว์อื่นๆ ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม นอกจากนั้น Funston ยังเสนอว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปว่าสิงโตขาวนั้นไม่ใช่สายพันธุ์ของสิงโต แต่เป็นเพียงภาวะด่างเท่านั้น และพวกมันไม่ได้กำลังใกล้สูญพันธุ์แต่อย่างใด

“มีข้อมูลผิดๆ มากมายเกี่ยวกับสิงโตขาวที่ถูกเผยแพร่ออกไป” เขากล่าว “เหล่านี้สร้างความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงครับ”

เรื่อง Jason Bittel

 

อ่านเพิ่มเติม

เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”

เรื่องแนะนำ

ช่วยเต่าทะเลติดอวน

ช่วยเต่าทะเลติดอวน ภาพเหล่านี้กำลังตอกย้ำเราว่าปัญหาขยะ และขยะพลาสติกในทะเลส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นมากแค่ไหน ฟุตเทจของเต่าทะเลตัวนี้ถูกบันทึกได้ที่นอกชายฝั่งของหมู่บ้าน Puerto López ในเอกวาดอร์ อวนเหล่านี้ถูกทิ้งโดยชาวประมงมักง่าย และปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัญหาที่ร้ายแรงทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสัตว์ทะเลจำนวนมากมักเข้าไปติดในอวน ดังเช่นเต่าตัวนี้ และหากไม่ได้ใครช่วย ในที่สุดแล้วมันจะตายลง โชคดีที่ชาวประมงกลุ่มหนึ่งพบเจ้าเต่าทะเลเข้า พวกเขาจึงตัดสินใจช่วยมัน ก่อนที่จะปล่อยมันกลับคืนสู่ทะเลอีกครั้ง แน่นอนว่าเหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้าย และที่ข้างนอกชายฝั่งยังมีสัตว์ทะเลอีกมากที่เผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับเต่าทะเล เพียงแต่มันอาจไม่โชคดีเท่า… อ่านเพิ่มเติม ลูกแมวน้ำตายเพราะกินขยะพลาสติก

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ผลการวิจัยใหม่ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 1999 -2015 จำนวนของอุรังอุตังมากกว่าครึ่งบนเกาะบอร์เนียวต้องล้มหายตายจากลงจากการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันเพื่อทำสวนปาล์มไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่า บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าและหาของป่ารวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรของอุรังอุตังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ในอีก 35 ปี ทีมนักวิจัยชี้ว่าเกาะบอร์เนียวจะสูญเสียประชากรอุรังอุตังไปเพิ่มอีกราว 45,000 ตัว อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวัง จากผลการวิจัยพบว่าอุรังอุตังเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งมาก เชื่อกันว่าหากกระบวนการล่าและทำลายป่าสิ้นสุดลงในวันนี้ อุรังอุตังซึ่งปัจจุบันเป็นถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จะมีโอกาสเพิ่มจำนวนขึ้น รวมไปถึงสัตว์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม คืนชีพเสือทัสมาเนียหลังสูญพันธุ์ไปแล้ว 38 ปี

วิกฤตินกทะเล

เหล่าวิหคแห่งท้องทะเลกำลังประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงการจะปกป้องพวกมันต้องเริ่มจากการรู้จักนกทะเลเหล่านี้ให้มากขึ้น

พบกับปลาประหลาดที่สุดในโลก

พบกับปลาประหลาดที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนอยู่บนหาดของเมือง Tirúa ในชิลี พบเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง มันคือปลาแฮ็กฟิช ปลาไม่มีขากรรไกรที่แยกสายวิวัฒนาการออกมาจากปลาอื่นๆ เมื่อนานมาแล้ว ถึงแม้ว่าตัวมันจะดูยาว ลื่น และเป็นมัน แต่พวกมันไม่ใช่ปลาไหล ตลอด 300 ล้านปีที่ผ่านมาแฮ็กฟิชเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปจากเดิมเพียงน้อยนิดเท่านั้น และปัจจุบัน แฮ็กฟิช เป็นปลาในชั้นปลาไม่มีขากรรไกรเพียงหนึ่งในสองจำพวกที่ยังสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ (อีกจำพวกหนึ่งคือ ปลาแลมป์เพรย์) พวกมันอาศัยอยู่ตามพื้นมหาสมุทร ของทะเลลึก  Lissete Hermosilla นักท่องเที่ยวและครอบครัวของเธอเล่าให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกฟังว่าพบเจ้าตัวนี้เข้าโดยบังเอิญขณะกำลังตกปลาอยู่ ในตอนแรกเธอคิดจะช่วยมันให้กลับลงสู่ทะเล แต่ดูเหมือนว่าเจ้าปลาประหลาดนี้สามารถหาวิธีคลานกลับสู่ทะเลได้ด้วยตนเอง คุณลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือปลาแฮ็กฟิชมีต่อมเมือกจำนวนมากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่กระจายอยู่ที่ผิวหนังและเรียงตัวเป็นแนวอยู่ทางด้านข้างตลอดความยาวของลำตัวกว่า 100 ต่อม โดยพวกมันใช้เมือกเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเมื่อถูกสัตว์ใหญ่โจมตี และเมื่อเมือกดังกล่าวปะปนไปกับน้ำทะเล มันจะกลายเป็นแผ่นไฟเบอร์ใสขนาดใหญ่ ที่มีความบาง แข็งแรง และยืดหยุ่นได้ โดยเมื่อนำไปล้างกับน้ำเปล่า และนำไปผึ่งให้แห้ง ก็จะได้วัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มและลื่น ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาเมือกของมันเพื่อนำไปสร้างใยสังเคราะห์   อ่านเพิ่มเติม : เผยวิดีโอที่บันทึกภาพปลาทะเลลึกที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก, ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์