สัตว์เหล่านี้ ดื่มน้ำ ด้วยวิธีแปลกๆ - National Geographic Thailand

สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

สัตว์เหล่านี้ ดื่มน้ำ ด้วยวิธีแปลกๆ

อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้ในชีวิต? ไม่ใช่กาแฟ, สมาร์ทโฟน หรือ Netflix แต่คือน้ำต่างหาก ที่ทุกชีวิตบนโลกนี้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน ว่าแต่สรรพสัตว์บนโลกเขามีวิธีการ ดื่มน้ำ อย่างไร และเหล่านี้คือตัวอย่างแปลกๆ ของวิธีดื่มน้ำจากสัตว์หลายชนิด จะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน

 

อุ้งมือพิฆาต!

“ลิงและไพรเมตทั้งหลายเอนตัวลงเพื่อดื่มน้ำ” รายงานจาก Don Moore ผู้อำนวยการสวนสัตว์โอเรกอน ในพอร์ทแลนด์ แต่สำหรับชะนีที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วพวกมันดื่มน้ำผ่านอุ้งมือ “เป็นวิธีที่เท่มากเลยครับ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มันห้อยโหนอยู่บนต้นไม้

สุนัขเองก็มีการดื่มน้ำที่แปลก พวกมันมีถ้วยเฉพาะตัวนั่นคือลิ้นของมันเอง ในปี 2015 ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีเวอร์จิเนียพบว่า สุนัขห่อลิ้นของตัวเองให้เป็นเหมือนกระบอกตักน้ำขึ้นมา

แต่เมื่องูดื่มน้ำ มันดูเหมือนกับว่าพวกมันไม่ได้ทำอะไรพิเศษ Moore กล่าวว่า ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งมีบางสิ่งบางอย่างกำลังทำงาน ในปี 2012 David Cundall จากมหาวิทยาลัยลีไฮพบว่างูบางสายพันธุ์ดื่มน้ำผ่านเส้นเลือดฝอยแบบเดียวกับที่ต้นไม้ดูดน้ำผ่านราก

งูเหล่านี้มีผิวหนังพิเศษใต้ขากรรไกรล่างซึ่งจะพับตัวในเวลาปกติและขยายขึ้นเมื่อพวกมันอ้าปากงับเหยื่อขนาดใหญ่ เมื่อพวกมันจุ่มปากลงไปในน้ำ ผิวหนังบริเวณนี้จะดูดซึมน้ำเช่นเดียวกับฟองน้ำ จากนั้นน้ำจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร

(ชิมแปนซีเองก็รู้จักเลือกกินส่วนที่ดีที่สุดก่อน)

 

น้ำในทะเลทราย

หากสัตว์ทั้งหลายมีชีวิตอยู่ในที่ที่น้ำหายาก พวกมันจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมพิเศษขึ้นมา นก sandgrouse สายพันธุ์นกที่เป็นญาติกับนกพิราบ พวกมันมีถิ่นอาศัยในแอฟริกา, มาดากัสการ์, ยุโรป, เอเชียกลางและเอเชียใต้ ซึ่งวิธีการเก็บน้ำของบรรดานก sandgrouse ตัวผู้นั้นช่างน่าอัศจรรย์

ในแต่ละวันนกตัวผู้จะบินไปที่แหล่งน้ำ มันจะจุ่มตัวเองลงไปและปล่อยให้น้ำซึมเข้าสู่เส้นขน จากนั้นก็บินนำน้ำกลับมาที่รังเช่นเดียวกับฟองน้ำดูดน้ำ ซึ่งในแต่ละครั้งมันสามารถเก็บน้ำได้ถึง 1.35 ออนซ์ หรือประมาณ 2.7 ช้อนโต๊ะเลยทีเดียว ขนของพวกมันนั้นพิเศษเมื่อเทียบกับนกอื่นๆ ที่เก็บน้ำไว้ในขนได้เพียงแค่ 0.0002 ออนซ์เท่านั้น

กิ้งก่าหนาม thorny devils สายพันธุ์ออสเตรเลีย เมื่อโตเต็มที่พวกมันจะมีขนาดตัวราว 8 นิ้ว “ในตอนเช้าจะมีหยดน้ำค้างมากมายติดอยู่บนร่างกาย พวกมันจะเคลื่อนตัวไปมาจนหยดน้ำไหลมาเข้าปาก” Moore กล่าว นอกจากนั้นพวกมันยังโยนทรายชื้นๆ ขึ้นหลังเพื่อกินน้ำด้วยวิธีเดียวกันอีกด้วย

ที่พิเศษก็คือเจ้ากิ้งก่าสายพันธุ์นี้สามารถดื่มน้ำผ่านเท้าได้ ในปี 2016 นักวิทยาศาสตร์พบว่าโครงสร้างเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างผิวของมันทำหน้าที่เหมือนหลอดในการดูดเอาน้ำจากทรายชื้นๆ ได้

แต่ที่ปรับตัวได้เก่งที่สุดเห็นจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถดื่มน้ำจากความชื้นในอากาศได้

“ด้วงทะเลทรายนามีเบียมีโครงสร้างพิเศษในร่างกายที่ช่วยดึงความชื้นจากอากาศ” Katy Prudic นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยอริโซนากล่าว เมื่อหมอกลงในทะเลทรายซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นราว 6 ครั้งต่อปี พวกมันจะยื่นก้นขึ้นไปในอากาศดูดเอาความชุ่มชื้นเข้ามาสู่ร่างกาย

 

น้ำจากสิ่งมีชีวิตอื่น

“หลอดดูดน้ำเฉพาะตัว” Prudic กล่าวถึงบรรดาผีเสื้อที่มีอวัยวะเปรียบเสมือนหลอดดูดน้ำ มันคืองวงยาวๆ ที่พวกมันใช้ดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้

แต่น่าเศร้าที่แมลงบางชนิดไม่ใช่มังสิวรัติ และพวกมันไม่ได้มองหาดอกไม้

ในแมลงช้างปีกใสตัวเต็มวัย พวกมันมองหาน้ำจากแมลงที่ตัวเล็กกว่า “ในแบบที่คุณเองก็ไม่อยากเจอ” Prudic กล่าว โดยเฉพาะกับเพลี้ย อาหารโปรดของพวกมัน “พวกมันมีท่อพิเศษที่จะแทงเข้าไปในเหยื่อ จากนั้นก็ดูดกินของเหลวจนเหยื่อแห้งตาย”

นี่มันโปรตีนเชคชัดๆ….

เรื่อง Liz Langley

อ่านเพิ่มเติม

นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

เรื่องแนะนำ

ทำไมหนูจึงเป็นอาหารจานเด็ดในเวียดนาม

หนูที่ถลกขนแล้วจะถูกนำไปรมควันบนกองฟาง ก่อนขายให้ลูกค้าในเมืองโก๋หยุง เวียดนาม หนูเป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์พบได้ทั่วไป ในเขตร้อนของเอเชีย เรื่อง คริสเตียน เดลลาโมเร ภาพถ่าย เอียน เต๋อ เมืองเจิวด๊ก เวียดนาม มีคนถามฉันว่าหนูกับค้างคาว จะเลือกกินอะไรล่ะ? พ่อครัวชูซากหนูดิบและค้างคาวที่เปื้อนเลือดต่อหน้าฉัน ราวกับว่านี่เป็นตัวเลือกที่ยั่วน้ำลายสุดๆ แล้ว โดยปกติแล้วฉันคงไม่เลือกทั้งสองอย่าง แต่เนื่องจากเป็นวันส่งท้ายปีเก่าของเมืองสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงแห่งนี้ งั้นฉันจะยอมเสี่ยงกินมันนิดๆ หน่อยๆ แล้วกัน ฉันคิดอยู่แค่สองวิเท่านั้น เลือกหนูสิ เพราะฉันรู้จากสภาพแวดล้อมในชนบทของเราว่านี่ไม่ใช่เจ้าตัวน่ารังเกียจที่อาศัยอยู่ตามรถไฟใต้ดิน และหนูก็ดูน่ากินกว่ามาก ฉันไม่รู้หรอกว่าค้างคาวรสชาติเป็นยังไง หนูที่อยู่ในวันเฉลิมฉลองถูกสับและทอด พร้อมเรียงในตะกร้าดูคล้ายแท่งมอสซาเรลล่า มันก็น่าอร่อยจริงๆ แหละ คนส่วนมากในเขตร้อนของเอเชียเห็นด้วยว่า หนูเป็นแหล่งโปรตีนที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคหนึ่งของโลก โดยเฉพาะชุมชนเกษตรกรรมเวียดนามทั้งทางเหนือและใต้ อย่างไรก็ตามคุณจะเห็นหนูตามเมนูในพื้นที่เมืองใหญ่ รวมทั้งโฮจิมินห์ซิตีด้วย แกรนต์ ซิงเกิลตัน นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาการจัดการหนูในระบบนิเวศจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติในฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ความจริงสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง เนื้อหนูจะมีราคาสูงกว่าไก่ เฉพาะในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงสามารถจับหนูนาเป็นๆ ได้ถึง 3,600 ตันต่อปี โดยมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากสิ่งนี้ทำให้คุณประหลาดใจ บางทีคุณลองนึกภาพหนูบ้าน(Norway rat) ที่อาศัยอยู่ตามเมืองหรือหนูท้องขาว(Black rat) นอนอยู่บนจานดูสิ […]

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ ถุงพลาสติกสีขาวที่กำลังพัดกระพืออยู่บนต้นไม้ของเทือกเขาแอลป์ในอิตาลีดึงดูดความสนใจของ Fabrizio Sergio นักนิเวศวิทยา ตัวเขารู้ได้ชัดเจนว่าถุงใบนั้นมาจากรังของนกชนิดหนึ่ง มันคือเหยี่ยวดำ แต่เหตุใดพวกมันจึงต้องเก็บขยะไปไว้บนรังด้วย? นกหลากหลายสายพันธุ์ตกแต่งรังของพวกมันให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหยี่ยวดำจะสร้างรังก็ต่อเมื่อมันสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่รังของมันยังคงปรากฏขยะหลายชิ้นให้เห็น “ดูเหมือนว่ามันต้องการจะอวดบ้านของมัน” Sergio กล่าว ตัวเขาทำงานให้กับสภาวิจัยแห่งชาติสเปน Sergio และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากศึกษารังนกเพื่อมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากมนุษย์ นกบางชนิดใช้ฉนวนกันความร้อน, ฟรอยด์, และก้นบุหรี่ในการสร้างรังแทนที่จะใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ รายงานจาก Luis Sandoval ศาสตราจารย์ด้านปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอสตาริกากล่าว การปรับตัวของนกในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตามธรรมชาติที่เคยเป็นส่วนประกอบหลักของรังนกกำลังหายไปเรื่อยๆ “กิจกรรมของมนุษย์เราสร้างผลกระทบโดยตรงต่อรังนก ซึ่งขณะนี้เราเองก็กำลังพยายามเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อยู่” Sandoval กล่าว ตลอดหกปีของการศึกษา Sergio และผู้ร่วมวิจัยจัดแบ่งสีของพลาสติกจากรังนกในป่า พวกเขาพบว่าเหยี่ยวดำมักจะเลือกวัตถุที่มีโทนสีขาวและละเลยวัตถุโปร่งใสหรือทึบแสง ซึ่งเป็นการเลือกสรรที่ไม่ต่างจากสีสันในธรรมชาติ ข้อสรุปจาก Sergio รูปแบบการสร้างรังนกของเหยี่ยวดำมีขึ้นเพื่อแสดงออกถึงสถานะในสังคม รังนกที่ประกอบไปด้วยพลาสติกจำนวนมากบ่งบอกว่ารังมีความแข็งแรง และจะช่วยป้องกันลูกนกจากผู้บุกรุกได้ ต่างจากรังนกที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่จะอ่อนแอกว่า เรื่อง Nina Strochlic   อ่านเพิ่มเติม : ทำไมชอบดูนก, ความรู้ประจำวัน : นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น