เต่าแม่น้ำแมรี่ ติดอันดับสัตว์เลื้อยคลานเสี่ยงสูญพันธุ์ - National Geographic

เต่าแม่น้ำแมรี่ติดอันดับสัตว์เลื้อยคลานเสี่ยงสูญพันธุ์

เต่าแม่น้ำแมรี่ ติดอันดับสัตว์เลื้อยคลานเสี่ยงสูญพันธุ์

เจ้าเต่าหน้าแปลกที่มีทรงผมเหมือนกับทรงโมฮอกของชาวพังค์นี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในแม่น้ำแมรี่ ของรัฐควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย มันมีเอกลัษณ์โดดเด่นคือกอสาหร่ายที่ขึ้นอยู่บนหัวและร่างกายของมัน นอกจากนั้นยังสามารถหายใจผ่านอวัยวะเพศได้ซึ่งช่วยให้มันสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 3 วัน แต่น่าเศร้าที่ เต่าแม่น้ำแมรี่ ผู้ไม่ธรรมดานี้กำลังเผชิญกับการเสี่ยงสูญพันธุ์

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2018 กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ที่มีวิวัฒนาการและกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ของโลก หรือ EDGE ร่วมมือกับสมาคมสัตววิทยาลอนดอนเผยรายชื่อของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิดทั้งสัตว์เลื้อยคลาน, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, นก และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเผยแพร่ลงในวารสาร PLOS One ปกติแล้วทาง EDGE จะอัพเดทรายชื่อของสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์เป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้มีความพิเศษตรงที่นี่เป็นครั้งแรกที่สายพันธุ์ของสัตว์เลื้อยคลานถูกรวมเข้าไปด้วย รายงานจาก Rikki Gumbs ผู้วิจัย

สำหรับเต่าแม่น้ำแมรี่นั้น ติดอันดับสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ด้วยเหตุผลหลายประการ: มันเป็นสัตว์สายพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการอันโดดเด่นอย่างชัดเจนเช่นนี้มาตั้งแต่ 40 ล้านปีก่อน อย่างไรก็ตามแม้มันจะปรับตัวอยู่รอดมาได้นานถึง 40 ล้านปี แต่อาจไม่สามารถสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ในช่วงเวลา 100 ปีของมนุษย์ นั่นก็เพราะถิ่นอาศัยของมันกำลังถูกรบกวนจากการสร้างเขื่อน นอกจากนั้นพวกมันยังถูกจับไปขายในฐานะสัตว์เลี้ยงแปลก

ทุกวันนี้เต่าแม่น้ำแมรี่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาลออสเตรเลียและกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งกำลังทำงานอย่างขันแข็งเพื่อให้มั่นใจได้ว่าถิ่นอาศัยของพวกมันจะยังคงได้รับการปกป้อง

(รู้หรือไม่ว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้เต่าเกิดใหม่มีแต่เพศเมีย!)

 

สายพันธุ์อื่นที่กำลังจะสูญพันธุ์

“มันเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนจะตระหนักถึงชะตากรรมของสายพันธุุ์อื่นๆ ด้วยไม่ใช่แค่เต่าแม่น้ำแมรี่” Gumbs กล่าว “ยังมีสัตว์อีกมากมายที่กำลังถูกคุกคาม”

ในการเพิ่มประเภทของสัตว์เลื้อยคลานที่เสี่ยงสูญพันธุ์เข้าไป EDGE พบว่ามีสัตว์เลื้อยคลานมากกว่า 100 สายพันธุ์ที่สถานะของพวกมันกำลังน่าเป็นห่วง ซึ่ง Gumbs คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่พวกมันควรได้รับการอนุรักษ์ด้วย แม้ว่ารูปลักษณ์ของมันจะไม่ได้น่ากอดเหมือนสัตว์อื่นๆ

“พวกมันทำให้หลายคนขยะแขยง” เขากล่าว “เรามองไปที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและพบว่ามันมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกับเรา แต่สำหรับเต่าแม่น้ำแมรี่มันไม่ใช่” คำกล่าวของเขามาจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าที่พบว่ามนุษย์มักชอบอะไรๆ ที่น่ารัก ซึ่งความน่ารักมักมีคุณสมบัติร่วมกันบางประการเช่น ตาโต หรือใบหน้ากลม ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของสัตว์เลื้อยคลาน

สำหรับเต่าแม่น้ำแมรี่นั้นอยู่ในอันดับที่ 30 ของสัตว์เลี้อยคลานที่เสี่ยงสูญพันธุ์ อันดับที่ 1 ได้แก่ เต่าหัวใหญ่มาดากัสการ์ ยังมีเต่า จระเข้ และงูอีกหลายชนิด ซึ่งสามารถอ่านรายชื่อของสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ทั้งหมดได้ ที่นี่

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

เรื่องแนะนำ

วอมแบต ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์

วอมแบต เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบว่ามันทำได้อย่างไร วอมแบต เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรงดิน พบได้เฉพาะในประเทศออสเตรเลียและเกาะรอบข้าง ลักษณะตัวกลมป้อมทำให้มนุษย์มองว่ามันเป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับวอมแบต คือพวกมันเป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ ด้วยลักษณะพิเศษของมูลวอมแบต สร้างความสนใจแก่นักวิทยาศาสตร์ที่พยายามถกเถียงและหาคำตอบในเรื่องนี้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ แพทรีเซีย หยาง นักวิจัยในสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ผู้เชี่ยวชาญด้านของเหลวในร่างกาย ให้ความสนใจศึกษาเรื่องนี้ หลังจากเธอได้ร่วมงานสัมมนาวิชาการ “ฉันแทบไม่อยากเชื่อ” หยาง กล่าว แต่หลังจากได้ทราบข้อเท็จจริง เธอเริ่มศึกษาว่า เพราะอะไร และทำไม วอมแบตจึงถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ “พวกเราต่างตั้งข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้” ไมก์ สวินบอร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านวอมแบต มหาวิทยาลัยอะเดไลด์ในออสเตรเลีย กล่าว ชนเผ่าหนึ่งในออสเตรเลียเล่าว่า พวกมันต้องการสร้างอาณาเขตจึงต้องขับถ่ายเป็นทรงเหลี่ยม เพื่อไม่ให้กลิ้งหายไป แต่ไมก์บอกว่าสมมติฐานนี้ไม่ใช่เรื่องจริง “วอมแบตไม่ได้ถ่ายมูลให้มีลักษณะเหมือนเขตแดน” เขากล่าวและเสริมว่า “พวกมันถ่ายมูลเพียงแค่ทำตามอำเภอใจ” สวินบอร์นกล่าวว่า ทรงลูกบาศก์มีความสัมพันธ์กับสภาพแห้งแล้ง ที่เป็นแหล่งอาศัยของวอมแบต “ลำไส้ของพวกมันต้องดูดน้ำกลับจากมูลให้มากที่สุด” เขากล่าว หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือ วอมแบตในสวนสัตว์ซึ่งเข้าถึงน้ำได้ง่าย ถ่ายมูลไม่เป็นทรงลูกบาศก์เท่าที่พบในธรรมชาติ ความชื้นเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ “ยังมีปัจจัยเรื่องกายวิภาคระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย” บิลล์ ซีกเลอร์ ประธานอาวุโสในสวนสัตว์บรูกฟิลด์ ชิคาโก […]

จากสุนัขจิ้งจอกสู่สุนัขบ้าน ดีเอ็นเออาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

การทดลองในยุคโซเวียต เพื่อผลิตสุนัขจิ้งจอกที่เชื่องและก้าวร้าว นำไปสู่ดีเอ็นเอที่อาจจะอยู่เบื้องหลังความเชื่องของสุนัขบ้าน

ผึ้ง : ความลับของมวลหมู่ภมร

ผึ้ง : ความลับของมวลหมู่ภมร การทดลองที่ช่างภาพทำกับรังผึ้งตามธรรมชาติได้ผลลัพธ์เป็นภาพถ่ายที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผึ้งป้องกันตัวเอง รักษาความอบอุ่นหรือความเย็น และอยู่กันเป็นสังคมอย่างไร

แมลงเม่า ทำไมชอบบินเข้าหาแสงไฟ

แมลงเม่าคือระยะที่มีปีกของวงจรชีวิตปลวก เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน เรามักพบ แมลงเม่า นับร้อยนับพันออกมาบินว่อนรอบดวงไฟ และเมื่อแมลงเม่าออกมาจากจอมปลวก สัตว์อื่นๆ ที่กินแมลงเป็นอาหารอย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก และคางคก ต่างออกมาชุมชนคล้ายงานเลี้ยงมื้อใหญ่ แมลงเม่าคือปลวกในระยะสืบพันธุ์ เป็นแมลงที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไม่สมบูรณ์แบบ โดยตัวอ่อนจะมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีกหรืออวัยวะสืบพันธุ์ วงจรชีวิตของปลวกเริ่มจากไข่ที่ฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนนี้สามารถเจริญเป็นสามวรรณะ คือ วรรณะปลวกงาน วรรณะปลวกทหาร และวรรณะสืบพันธุ์ วรรณะปลวกงานเป็นแรงงานของรังปลวก ทำหน้าที่ในการสร้างรัง และหาอาหารให้แก่ปลวกในวรรณะอื่นๆ วรรณะปลวกทหาร มีหัวกะโหลกแข็งและใหญ่ มีกรามขนาดใหญ่เป็นเหมือนคีมใช้ต่อสู้ วรรณะปลวกงานและทหารไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือพัฒนาการต่อไปอีกเหมือนกับปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ ปลวกในวรรณะสืบพันธุ์เมื่อโตเต็มวัยจะมีปีก การมองเห็นที่ดีและมีระบบสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ เรียกปลวกในระยะนี้ว่า “แมลงเม่า” แมลงเม่าออกจากรังเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนหรือมีความชื้นสูง แมลงเม่าจะออกจากรังและบินไปรวมกันในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้า เช่น หลอดไฟ เพื่อกระตุ้นการตกไข่ โดยร่างกายของปลวกมีการพัฒนาให้มีความแข็งและมีสีเข้ม เพื่อให้ทนต่อแสงไฟและความชื้นของอากาศ เมื่อผสมพันธุ์แล้ว แมลงเม่าจะสลัดปปีกออกและหาสถานที่สร้างรังและวางไข่ โดยแมลงเม่าตัวเมียจะกลายเป็นราชินีปลวก แมลงเม่าคือปลวกระยะตัวเต็มวัยที่มีปีก ปัจจุบัน ปลวกกระจายตัวอยู่ทุกทวีปทั่วโลกประมาณสองพันชนิด จอมปลวกหนึ่งจอมมีสมาชิกปลวกประมาณหนึ่งพันตัว ส่วนใหญ่ปลวกสร้างรังจากดินและมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน เมื่อปลวกตัวเมียถึงช่วงสืบพันธุ์ มันมักจะออกจากจอมปลวกเดิมเพื่อหาคู่ผสมพันธ์ และหาสถานที่สำหรับสร้างอาณาจักรใหม่ ตัวเมีย (หรือราชินีปลวก) จะเริ่มผลิตไข่จำนวนหลายร้อยใบ ตัวอ่อนส่วนใหญ่ที่มาจากไข่นางพญาปลวกจะเจริญไปเป็นปลวกงาน […]