8 สิ่งน่าจับตามองในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี และ เมแกน มาร์เคิล

8 สิ่งน่าจับตามองในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล

8 สิ่งน่าจับตามองในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี และ เมแกน มาร์เคิล

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนนับล้านทั่วโลกที่คอยชมพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี และ เมแกน มาร์เคิล ในวันนี้ ลองสังเกตธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้

พระราชพิธีหรือพิธีเสกสมรสสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษมักสะท้อนธรรมเนียมปฏิบัติหรือประเพณีเก่าแก่ พิธีเหล่านี้โดยเฉพาะในหมู่พระบรมวงศ์ชั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จึงมีหลายแง่มุมที่เหมือนกันอย่างน่าสนใจ

การเฉลิมฉลองใช้เค้กหรูหราหลายชั้น คู่เสกสมรสมักประทับรถม้าพระที่นั่งทั้งขาไปและกลับจากพิธี และในอดีต ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวได้แรงบันดาลใจจากธรรมเนียมปฏิบัติที่ย้อนไปถึงสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เจ้าสาวในราชวงศ์อังกฤษสามารถเติมรสนิยมหรือความความชอบส่วนตัวเข้าไปในวันสำคัญนี้ได้ แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะผสมผสานแง่มุมเหล่านี้เข้ากับธรรมเนียมปฏิบัติอันเก่าแก่

พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล จะมีผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก  ทั้งที่อยู่ในเหตุการณ์หรือจับจ้องอยู่หน้าจอ ลองมาเตรียมความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับแง่มุมทางประเพณีต่างๆ ที่คู่สมรสน่าจะรวมไว้ในพิธีสำคัญวันนี้

(และชมภาพถ่ายหายากของบรรดาราชวงศ์ทั่วโลกได้ ที่นี่)

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย HULTON ROYALS COLLECTION/GETTY IMAGES
  1. เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล จะประทับรถม้าเสด็จกลับจากพิธี เช่นเดียวกับคู่สมรสเชื้อพระวงศ์พระองค์อื่นๆ (เช่น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาในภาพนี้) หากอากาศเป็นใจ เราอาจได้เห็นรถม้าเปิดประทุน และคู่สมรสอาจได้โบกพระหัตถ์ทักทายฝูงชนที่มาให้กำลังใจ

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย CENTRAL PRESS/GETTY IMAGES

2. อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี จะเป็นประธานในพิธีทางศาสนาในฐานะอัครมุขนายกและผู้นำหลักของคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England) ในภาพนี้อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เทอร์เบอรี ลอร์ด ฟิชเชอร์ เป็นประธานในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป เมื่อปี 1947

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย TOM STODDART, GETTY IMAGES

3. เจ้าชายแฮร์รี จะฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารระหว่างประกอบพิธี อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเจ้าบ่าวฝ่ายสมาชิกราชวงศ์ซึ่งหลายพระองค์ทรงรับราชการทหาร ในภาพนี้ เจ้าชายแฮร์รีในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารระหว่างเสด็จร่วมในพิธีเสกสมรสของพระเชษฐา เจ้าชายวิลเลียมและเคต มิดเดิลตัน

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย LEWIS WHYLD, GETTY IMAGES

4. ในช่อดอกไม้ของเมแกน มาร์เคิล จะมีช่อดอกไมร์เทิล (myrtle) รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระราชินาถวิกตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ต ช่อดอกไมร์เทิลนี้เป็นของขวัญพระราชทานจากสมเด็จย่าของเจ้าชายอัลเบิร์ต ต่อมาสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงนำไปปลูกและทรงมอบช่อดอกไมร์เทิลจากต้นนั้นแด่พระธิดาในพิธีเสกสมรส ธรรมเนียมนี้ได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ในภาพนี้แสดงการจัดช่อดอกไม้แบบเดียวกับที่เคต มิดเดิลตัน ถือในพิธีเสกสมรสโดยมีช่อดอกไมร์เทิลตามธรรมเนียมรวมอยู่ด้วย

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย FRED RAMAGE, GETTY IMAGES

5. การประโคมโดยวงดนตรีหลวงใช้เครื่องดนตรีทรัมเป็ตประกาศการเสด็จพระราชดำเนินถึงของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และอีกครั้งเมื่อเสด็จฯ เข้าสู่พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล ในครั้งนี้ คู่สมรสจะออกนอกธรรมเนียมปฏิบัติเล็กน้อยด้วยการเพิ่มสิบตรี เคต แซนด์ฟอร์ด นักดนตรีหญิงคนแรก เข้าไปในวงดนตรีหลวงด้วย

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย LEWIS WHYLD, GETTY IMAGES

6. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่เจ้าสาวจะสวมมงกุฎหรือเทียร่า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์มาตั้งแต่ยุคโบราณของการสูญเสียความเดียงสาให้กับมงกุฎแห่งความรัก ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามงกุฎของเมแกน มาร์เคิล จะมีหน้าตาอย่างไร และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงให้ยืมมงกุฏเพื่อใช้ในพิธีนี้ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือไม่ ในภาพนี้ เคต มิดเดิลตัน สวมมงกุฎ “ฮาโล“” ของคาร์เทียร์ ในพิธีเสกสมรส ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงให้ยืมเช่นกัน

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย J. A. HAMPTON, GETTY IMAGES

7. เค้กที่ใช้ในพิธีเสกสมรส มักสูงหลายฟุตและประกอบด้วยหลายชั้น โดยฐานมักเป็นเค้กผลไม้หรือฟรุตเค้กแบบอังกฤษ เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล จะปรับเปลี่ยนธรรมเนียมเล็กน้อยด้วยการเพิ่มเค้กเลม่อนและดอกเอลเดอร์ในงานเลี้ยง เค้กในภาพซึ่งจัดทำสำหรับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป สูง 9 ฟุต

 

เมแกน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย HULTON ROYALS COLLECTION/GETTY IMAGES

8. เจ้าสาวหลายคนในพิธีเสกสมรสนิยมสวมชุดแต่งงานสีขาวซึ่งเป็นอิทธิพลจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ในภาพนี้ เลดี้ เอลิซาเบธ โบว์ส-ลียอน ในชุดเจ้าสาวสีขาวขณะออกจากบ้านเพื่อไปประกอบพิธีเสกสมรสกับดยุคแห่งยอร์ก (ซึ่งจะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจอร์จที่หก) เมื่อปี 1923

เมแรน มาร์เคิล
ภาพถ่ายโดย SAMIR HUSSEIN, GETTY IMAGES

แม้เคต มิดเดิลตัน จะสวมชุดแต่งงานสีขาวในพิธีเสกสมรสเมื่อปี 2011 แต่สำนักพระราชวังอังกฤษ ยังไม่เผยว่า เมแกน มาร์เคิล จะเดินรอยตามธรรมเนียมปฏิบัตินี้หรือไม่

เรื่อง เฮเทอร์ เบรดี

 


 

15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

เรื่องแนะนำ

แพทย์แผนไทย

แพทย์แผนไทย ย้อนหลังไป 50 ปีที่แล้ว  การแพทย์แผนไทยที่หายไปจากท้องถิ่น  การใช้ ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นตำราแพทย์ของไทยภาคกลางในการสอบประกอบโรคศิลปะตั้งแต่ พ.ศ. 2479 ทำให้หมอพื้นบ้านจากภาคอื่นๆ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาและสมุนไพรเฉพาะถิ่นสอบตก หยุดรักษา และบางคนอาจถึงกับต้องเผาตำราทิ้ง เพราะกลัวทางการจับกุม จนอาจเรียกได้ว่าเป็นการล่มสลายของการ แพทย์แผนไทย หากถอยหลังกลับไปไกลกว่านั้น  หลังก่อตั้ง “โรงศิริราชพยาบาล” เมื่อ พ.ศ. 2431 โรงเรียนราชแพทยาลัยเพื่อผลิตแพทย์ก็เกิดขึ้นในอีกสองปีต่อมา ในช่วง 25 ปีแรก มีการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยควบคู่ไปกับแพทย์แผนตะวันตก แล้วยุติการสอนแพทย์แผนไทยใน พ.ศ. 2458  การแพทย์แผนไทยจึงจำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่เข้าถึงองค์ความรู้และคนที่เข้าไม่ถึงการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่พอมีความรู้การแพทย์พื้นบ้านเท่านั้น แต่ทุกวันนี้  เมื่อหันมาสังเกตรอบตัวจึงพบว่า  สมุนไพรเริ่มกลับมาเป็นของประจำบ้านในรูปบรรจุภัณฑ์ทันสมัย  เมื่อผสมรวมเข้ากับข่าวคราวเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เช่น โครงการเมืองสมุนไพร  การตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย การให้การบริการแพทย์แผนไทยในระดับตำบล  ก็ชวนให้คิดว่า ยุคนี้เป็นยุคที่การแพทย์แผนไทยกำลังหวนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จนฉันอยากเรียกเล่นๆ ว่า เป็นยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของแพทย์แผนไทยเลยทีเดียว พทป. ทวิช ปรีดี  แพทย์แผนไทยประยุกต์ประจำร้านขายยาโพธิเงิน-อภัยภูเบศร โอสถ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าถึงวิธีการรักษาแบบแพทย์แผนไทยของที่นี่ว่า “ตามกระบวนการเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกายและวินิจฉัยโรค […]

ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่

(ซ้าย) ภาพจำลองโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ขอบคุณภาพจาก Facebook: Chao Phraya for All (ขวา) รองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ หรือโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครตั้งเป้าจะสร้างเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่ยังมีประเด็นที่น่ากังวลและเสียงคัดค้านมากมายจากหลายฝ่าย โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา” เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ของกรุงเทพมหานครที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มีจุดประสงค์ของโครงการว่า เพื่อพัฒนาพื้นที่ริมน้ำให้ชาวกรุงเทพมหานครได้เข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเท่าเทียมกัน เพิ่มพื้นที่ทำกิจกรรมของสาธารณะ เพิ่มทางสัญจรริมน้ำ เช่น ทางเดินเท้า ทางจักรยานที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงพัฒนาทัศนียภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รายละเอียดการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำดังกล่าวมีระยะทางเส้นทางทั้งสองฝั่งอยู่ที่ 12.45 กิโลเมตร (จากแผนเดิม 14 กิโลเมตร เนื่องจากต้องการหลบหลีกพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์) โดยเส้นทางจะเริ่มจากช่วงที่ 1. ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานในฝั่งพระนคร 2. จากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัดในฝั่งธนบุรี 3. ช่วงจากกรมชลประทานถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในฝั่งพระนคร และ 4. จากคลองบางพลัดถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในฝั่งธนบุรี โดยทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 12 แผนงานใหญ่ของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในชื่อ […]

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]

พระราชพิธี บรมราชาภิเษก สองรัชกาล

เป็นเวลาถึง 69 ปีแล้วนับจากปีพุทธศักราช 2493 ที่พระราชพิธี บรมราชาภิเษก ครั้งหลังสุดเกิดขึ้นในแผ่นดินสยาม นับเป็นเรื่องมหาปีติสำหรับพสกนิกรชาวไทยอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นระหว่างวันที่  4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ก่อนจะถึงวันแห่งประวัติศาสตร์นั้น เราขอย้อนอดีตนำภาพถ่ายหาดูยากของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มาฝากกัน