คัมภีร์พระมาลัย ในวาติกัน - National Geographic Thailand

คัมภีร์พระมาลัยในวาติกัน

คัมภีร์พระมาลัย
คัมภีร์พระมาลัยฉบับปริวรรตสำหรับถวายสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

คัมภีร์พระมาลัยฉบับปริวรรตนี้บันทึกลงบนสมุดไทยขาวหรือสมุดข่อยสีขาว กว้าง 13 เซนติเมตร ยาว 66 เซนติเมตร แบ่งเนื้อหาเป็น 6 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 เป็นบทสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์  ตอนที่ 2-5 เป็นพระมาลัยกลอนสวด และตอนที่ 6 เป็นบทสวดแจงภาษาบาลี ซึ่งบันทึกด้วยอักษรขอมและภาษาไทยโบราณสมัยต้นรัตนโกสินทร์  มีภาพเขียนโบราณประกอบตลอดเล่ม “เหมือน ‘พาวเวอร์พอยต์’ เล่าเรื่องที่น่าสนใจ เช่น ถ้าผิดศีลข้อที่สามต้องปีนต้นงิ้ว มีนายนิรยบาลใช้หอกแทง อ่านเข้าใจง่าย เห็นภาพพจน์ สมัยก่อนจึงนิยมใช้สอนกันมาก เป็นการสอนป้องและปรามว่าความชั่วเป็นของร้อน”

คัมภีร์พระมาลัย
สมเด็จพระสันตะปาปาทอดพระเนตรคัมภีร์พระมาลัยฉบับปริวรรต ภาพถ่าย คณะทำงานการปริวรรตพระคัมภีร์

สำหรับการ “ปริวรรต” พระราชปริยัติมุนีอธิบายว่า “คัมภีร์ทางพุทธศาสตร์ที่เป็นภาษาบาลีทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอม เพราะภาษาบาลีไม่มีตัวอักษร เหมือนที่ภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศสไม่มีตัวอักษร ต้องใช้อักษรโรมัน  ไทยเรามีทั้งภาษาและอักษรไทย  การจารคัมภีร์ภาษาบาลีจึงต้องจารึกด้วยอักษรขอม หรือจะเขียนด้วยอักษรโรมันก็ได้ ไทยปัจจุบันก็ได้”  คำว่า “ปริวรรต” จึงหมายถึงการถ่ายตัวอักษร จากอักษรขอมเป็นอักษรไทยร่วมสมัย “เช่นคำว่า book ในภาษาอังกฤษ เราถ่ายด้วยคำที่เขียนด้วยอักษรไทยว่า ‘บุ๊ก’ ทุกคนอ่านได้ แต่ถ้าคนที่ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษจะแปลไม่ออกว่าบุ๊กคืออะไร  เราจึงปริวรรตจากอักษรขอมเป็นอักษรไทยบาลี แล้วแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยปัจจุบัน” โดยคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยฆราวาสผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรขอม ยังได้ทำอธิบายขยายความเป็นเชิงอรรถประกอบด้วย  นอกจากนี้ทางวัดพระเชตุพนยังกำลังจัดทำหนังสือจดหมายเหตุ โดยนำเอาสาระจากคัมภีร์พระมาลัยฉบับ “นครรัฐวาติกัน” มาจัดพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่ต่อไป

คัมภีร์พระมาลัย

นอกเหนือจากคัมภีร์พระมาลัยฉบับดังกล่าวแล้ว พระราชปริยัติมุนีกล่าวว่าระหว่างที่คณะทำงานนำคัมภีร์พระมาลัยฉบับปริวรรตไปถวายนั้น พิพิธภัณฑ์วาติกันส่วนแสดงของจากเอเชียกำลังปิดซ่อม “มงซินญอร์วิษณุเล่าว่ามีของถวายจากเมืองไทยประมาณ 200 กว่าชิ้น ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่าต้องมีคัมภีร์ฉบับอื่นอีกแน่นอน ต้องรอให้ทางพิพิธภัณฑ์ซ่อมแล้วเสร็จ จึงจะสำรวจรายการสิ่งของเหล่านั้นได้”

 

อ่านเพิ่มเติม

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส กับภารกิจปฏิรูปวาติกัน

เรื่องแนะนำ

เนยโฮมเมดที่มีอายุครึ่งศตวรรษ

“เนยโฮมเมด”ที่มีอายุครึ่งศตวรรษ Baqar Taihan กำลังขุดบางอย่างที่กินได้ออกมาจากใต้ดิน ในเมืองกาเนช ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมเชิงเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของปากีสถาน Taihan กำลังขุดเอาบางสิ่งที่มีค่าไม่ต่างจากทองคำ มันคือเนยโฮมเมดที่ทำมาจากนมของวัวและจามรี ห่อหุ้มด้วยเปลือกไม้เบิร์ช และบรรจุใส่กล่องฝังไว้ยังใต้ดินของจัตุรัสกลางเมืองเป็นเวลานานหลายปี โดยที่เนยบางก้อนนั้นมีอายุมากกว่า Taihan เองที่อยู่ในวัยกลางคนเสียอีก “ปู่ย่าของเราฝังเนยเหล่านี้นานเป็นร้อยปี” Taihan นักกิจกรรมท้องถิ่นและนักประวัติศาสตร์มือสมัครเล่นของชุมชนกล่าว “ทุกวันนี้เนยที่เก่าแก่ที่สุดที่ผมรู้จักมีอายุประมาณ 40 – 50 ปี” (วัฒนธรรมอาหารเก่าแก่ไม่ได้รวมถึงแค่กระบวนการหมักเท่านั้น มาชมวิธีการปรุงซุปแบบคนโบราณ) Maltash คือชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ทำจากนมสัตว์ อาหารขึ้นชื่อของชาวฮันซา ที่อาศัยอยู่ในเมืองกาเนช สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแยกตัวเป็นอิสระจากปากีสถานในปี 1974 เนย Maltash จะได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีหลายปีใต้พื้นดินบนที่ราบสูง ภูมิภาคแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเกษตรกรผู้เสี้ยงสัตว์และปลูกเอพริคอตมานานหลายร้อยปี พวกเขานับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ และยังคงรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ไว้ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทำไวน์หรือองค์ความรู้เชมัน (คนทรงเจ้าที่มีความสามารถติดต่อกับวิญญาณได้) แตกต่างจากอาหารที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศรสจัดจ้านเหมือนชาวเอเชียใต้ อาหารของพวกเขารสชาติเบาและประกอบด้วยธัญพืชเสียเป็นส่วนใหญ่ ผักที่ปรุงเกือบสุก ผลไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม ที่ว่ากันว่าอาหารเหล่านี้ช่วยให้ชาวฮันซามีอายุยืนยาว “เนยที่ผลิตจากหุบเขานี้ เป็นเนยที่มีกลิ่นแรงที่สุด” ข้อเขียนจาก E.F. Knight เจ้าหน้าที่ชาวอังกฤษ จากยุคล่าอาณานิคม ผู้มีประสบการณ์กับอาหารท้องถิ่นนี้ในปี 1892 “ยิ่งเก็บไว้นานมากเท่าไหร่ เนยก็จะยิ่งมีรสชาติดีมากเท่านั้น พวกเขาฝังเนยไว้ใต้ดิน […]

รักลิง

เรื่องและภาพ สันติภาพ  อุโคตร (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมืองลพบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีลิงเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นเวลายาวนานและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว  เนื่องจากจำนวนประชากรลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดการจัดการที่ดีอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันลพบุรีต้องประสบปัญหาการคุกคามของลิงอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับคน เช่น ถูกลิงเข้ารื้อค้นหาอาหาร ทำลายทรัพย์สินของบ้านเรือนและร้านค้า ตลอดจนปริมาณอาหารเลี้ยงลิงที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากร  ยิ่งเมื่อลิงแบ่งฝูงแยกกลุ่ม มีอาณาเขตเป็นของตนเอง หากไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ลิงเหล่านั้นก็ต้องดิ้นรนหาอาหาร ซึ่งมักใช้วิธีขโมยหรือแย่งอาหารจากคน  บ่อยครั้งที่ลิงบาดเจ็บเนื่องจากการแย่งอาหารกันเอง ถูกคนทำร้าย หรือด้วยความซุกซนจากการตกที่สูง ถูกไฟฟ้าช้อต หรือบาดเจ็บจากรถยนต์ ท่ามกลางปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ก็ยังมีคนรักสัตว์ผู้อุทิศนตนช่วยเหลือลิงอย่างน่ายกย่อง  ในขณะเดียวกันแผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืนก็เป็นความหวังในการก้าวข้ามปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษด้วย