ในเมืองนี้ อาวุธสงครามคือแป้งและไข่ - National Geographic Thailand

ในเมืองนี้ อาวุธสงครามคือแป้งและไข่

ในเมืองนี้ อาวุธสงครามคือแป้งและไข่

ทุกวันที่ 28 ของเดือนธันวาคม ที่เมืองเล็กๆ ในแคว้นไอบีของสเปน เป็นวันของเทศกาลอันดุเดือดที่เต็มไปด้วยแป้ง ไข่ และประทัด

เทศกาลนี้มีชื่อว่า Els Enfarinats ประเพณีเก่าแก่อายุ 200 ปี ที่เฉลิมฉลองกันในเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าเฮโรดมหาราชทำการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ ตามบันทึกในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลคำว่า Els Enfarinats มาจากภาษาวาเลนเซีย หมายถึงการสาดแป้ง

อันโตนิโอ กิโบตา ช่างภาพเดินทางไปสเปนเพื่อบันทึกภาพเทศกาลอันโดดเด่นนี้เอาไว้ ในโปรเจคเก็บภาพการเฉลิมฉลองทั่วโลก โดยเขาบรรยายว่าในวั้นนั้นมีชาวบ้านท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวประมาณ 30 คน พร้อมใจกันแต่งชุดทหารและคว้าแป้งสาดเข้าใส่กัน ทำเหมือนกับว่าเกิดสงครามขึ้น

การทำความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่เอาการ ด้วยความเหนียวของแป้งและไข่ที่ปกคลุมถนน
เทศกาลแบ่งผู้เข้าแข่งขันออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ทำการรัฐประหารเมือง และกลุ่มประชาชนที่ต้องต่อสู้ยึดเมืองคืน
พวกเขาใช้เวลาเล่นสนุกอยู่หลายชั่วโมง โดยมีอาวุธหลักคือแป้ง

ผู้เข้าร่วมงานจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ทำรัฐประหาร กับกลุ่มประชาชน จากนั้นผู้ที่ชนะจะมีสิทธิได้ออกกฏหมายอะไรก็ได้ และผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับ ซึ่งค่าปรับจะถูกนำไปบริจาคเมื่อสิ้นสุดเทศกาล

ในวันนั้นผู้เข้าร่วมเทศกาลทั้งหมดเป็นผู้ชาย พวกเขาใช้จำลองฉากการปะทะในเมืองด้วยแป้ง ไข่และประทัด ผ่านไปหลายชั่วโมงเมื่อความสนุกสิ้นสุดลง เวลาแห่งการทำความสะอาดก็เริ่มต้นขึ้น

โดย เชียนา มอนทานารี

ภาพ อันโตนิโอ กิโบตา

 

<< ชมภาพเพิ่มเติม >>

 

เรื่องแนะนำ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

ปฏิบัติการช่วย “13 หมูป่า” สามสัปดาห์ในโลกที่เคยเป็นไปไม่ได้

ในพื้นที่ที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย ภูมิประเทศยากแก่การเข้าถึง สงครามที่ทำกับธรรมชาติชนิดเอาเป็นเอาตายตลอดสามอาทิตย์นั้น มนุษย์เป็นฝ่ายเอาตัวรอดได้...ถ้าไม่เรียกว่าชนะ และยังปรากฏเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนในจินตนาการที่ก้าวข้ามความแตกต่างทั้งมวล ด้วยเป้าหมายเดียวกัน