ยกเลิกการค้นหา เที่ยวบิน MH370 หลังสี่ปีไม่ได้คำตอบ - National Geographic

ยกเลิกการค้นหา MH370 หลังสี่ปีไร้วี่แวว

ยกเลิกการค้นหา เที่ยวบิน MH370 หลังสี่ปีไร้วี่แวว

การหายไปของเที่ยวบิน MH370 ของสายการบิน Malaysia Airlines อาจกลายเป็นปริศนาตลอดกาล เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียออกมาประกาศว่า ภารกิจการค้นหาทั้งหมดจะยุติลงในวันที่ 29 พฤษภาคม 2018 นี้ หลังทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการค้นหาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงไร้วี่แววของเครื่องบินเคราะห์ร้ายลำนั้น พร้อมเน้นย้ำว่าทางการมาเลเซียจะไม่มีการค้นหาเพิ่มเติมใดๆ อีกแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ปี 2014 เครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH370 พร้อมผู้โดยสาร 239 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่ง กัปตันของเที่ยวบินนี้คือ ซาฮารี อาห์มัด ชาห์ อายุ 53 ปี ผู้มีประสบการณ์ขับเครื่องบินมานานกว่า 30 ปี ส่วนนักบินผู้ช่วยชื่อ ฟาริก ฮามิด อายุ 27 ปี และเพิ่งทำงานกับสายการบิน Malaysia Airlines ได้เพียง 6 ปีกว่าเท่านั้น

เที่ยวบิน MH370 เดินทางในเส้นทางการบินปกติขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่หลังจากบินเหนือทะเลจีนใต้ได้ไม่ถึงชั่วโมง เที่ยวบิน MH370 ก็ขาดการติดต่อไป โดยคำพูดสุดท้ายจากกัปตันระบุว่า “ราตรีสวัสดิ์ มาเลเซีย 370” ซึ่งเป็นคำพูดตอบกลับแก่เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินในเวียดนาม จากการตรวจจับเรดาห์ทางทหารพบว่า เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางการบินวกกลับไปยังคาบสมุทรมลายูแทน ซึ่งเชื่อกันว่าเที่ยวบินยังคงบินลงไปทางทิศใต้เรื่อยๆ เหนือมหาสมุทรอินเดียใต้ก่อนจะตกลงและหายสาบสูญ

กระบวนการค้นหาเครื่องบินในมหาสมุทรอินเดียกินพื้นที่ 710,000 ตารางกิโลเมตร นำทีมโดยมาเลเซีย, จีน และออสเตรเลีย ประมาณตัวเลขค่าใช้จ่ายโดย Darren Chester รัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งระบุว่าอยู่ที่ราว 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4,800 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ทางรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้รับผิดชอบ และถือเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดในการค้นหาเครื่องบินเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์

ในความเป็นจริงมาเลเซียเองต้องการที่จะหยุดค้นหามาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2017 แล้ว แต่ด้วยแรงกดดันจากบรรดาครอบครัวของผู้สูญหายทำให้ทางรัฐบาลมาเลเซียลงนามในข้อตกลงที่จะค้นหาเพิ่มเติมอีกครั้งเป็นเวลา 90 วัน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญามูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,000 ล้านบาทร่วมกับบริษัท Ocean Infinity ของสหรัฐฯ เพื่อค้นหาในบริเวณทางตอนเหนือของพื้นที่เดิม โดยบริษัทระบุว่าหากไม่พบจะไม่รับค่าจ้าง (No find, No fee)

เที่ยวบิน MH370
แผนที่แสดงพื้นที่และความลึกที่ถูกค้นหา ข้อมูลจากเดือนกรกฎาคม ปี 2017 โดย Geoscience Australia, AFP

ตลอดสี่ปีของการการค้นหา เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของเครื่องบินจำนวนหนึ่ง แต่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนจากปีกขวาของเที่ยวบิน MH370 โดยพบที่แทนซาเนีย, มอริเชียส และเกาะเรอูนียง ซึ่งห่างไกลจากจุดที่เชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่เที่ยวบินดังกล่าวหายไปมาก

ทำไมการหายไปของเที่ยวบิน MH370 จึงเป็นปริศนาที่ยากจะคลี่คลาย? ส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบตำแหน่งของจุดตกที่แน่ชัดท่ามกลางมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบกับไม่มีข้อมูลและร่องรอยอื่นๆ เพิ่มเติม แม้พวกเขาจะสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ และค้นหาตามเส้นทางที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่ MH370 หายไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อไม่พบอะไรยิ่งนานวันผ่านไป ความเป็นไปได้และความหวังที่จะพบคำตอบก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2014 หลังเหตุการณ์ไม่นาน มีรายงานพบสัญญาณจากกล่องดำของเครื่องบินลำดังกล่าว แต่จากความลึกมากถึง 4,500 เมตรนั้นยากต่อการเก็บกู้ อีกทั้งแบตเตอร์รี่ในกล่องดำนั้นก็มีอายุเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น สำนักข่าว Washington Post ได้ทำกราฟิกแสดงระดับความลึกของสัญญาณจากกล่องดำมาให้ได้ชมกัน ซึ่งเมื่อได้ชมแล้วคงจะพออนุมานได้ว่าเศษซากอื่นๆ ของตัวเครื่องบินเองนั้นก็น่าจะจมอยู่ในระดับความลึกที่ยากต่อการค้นหาเช่นเดียวกัน

ชมกราฟิกแสดงความลึกของกล่องดำ ที่นี่

 

เรื่องแนะนำ

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก บริษัทโซนี่ของญี่ปุ่นเปิดตัว AIBO หุ่นยนต์สุนัขในปี 1999 เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนไหวเลียนแบบสุนัขจริงๆ ได้ประมาณหนึ่ง และกลายเป็นของเล่นยอดนิยมในเวลาต่อมา ปี 2006 บริษัทโซนี่ยุติการผลิตหุ่นยนต์ AIBO และในปี 2014 ทางบริษัทก็หยุดการผลิตอะไหล่และแบตเตอร์รี่สำหรับหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่เจ้าของที่ผูกพันกับพวกมันมาก และนั่นคือที่มาของสุสานหุ่นยนต์สุนัข ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท A-Fun บริษัทซ่อมแซมหุ่นยนต์ สุสานแห่งนี้มีไว้สำหรับบรรดาหุ่นยนต์ที่เสียอย่างถาวร ภายในมีการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาโดยพระสงฆ์ไม่ต่างจากพิธีศพจริงๆ เพื่อให้เกียรติแก่สัตว์เลี้ยงจักรกลเหล่านี้ ทั้งยังช่วยให้บรรดาเจ้าของได้รู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ชุดภาพถ่ายความละมุนของสุนัขพิทบูล

แผนที่แห่งความสุข

อะไรทำให้คุณมีความสุข แล้วผู้คนจากชาติไหนที่มีความสุขที่สุด ลองชมข้อมูลแผนที่ความสุขที่จัดทำขึ้นโดย มานูเอล กานาเลส และทีโอดอร์ เอ. ซิกลีย์ เชลลีย์ สเปอร์รี แผนที่ดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน ที่ว่าด้วยการสำรวจความสุขของผู้คนจากประเทศต่างๆ ใบหน้ายิ้มเหล่านี้แสดงออกซึ่งปริมาณของความสุขในชีวิตประจำวันของผู้คนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศตั้งแต่ 1 – 100 โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ผู้คนที่เข้ารับการสำรวจจะได้รับคำถามห้าข้อเพื่อระบุว่าพวกเขามีความสุขหรือไม่ในขณะนั้น เช่น วันนี้ได้หัวเราะไหม ส่วนเฉดสีเหลืองที่แสดงออกมานั้นหมายถึงอัตราร้อยละที่ถือว่ามีความสุข หรือสุขภาวะทางกาย ผู้คนจะถูกถามถึงสุขภาพ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นระดับคะแนนไล่จาก “ทุกข์” ไปถึง “สุข” ตามเฉดสี ทั้งนี้ในแผนที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลของทุกประเทศ มีเพียงแค่ข้อมูลจากประเทศที่ได้รับการสำรวจเท่านั้น สามารถชมแบบขยายขนาดใหญ่ได้ ที่นี่     อ่านเพิ่มเติม : ความลับของดินแดนแห่งความสุข, 9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต

สำรวจโลก : นาฏลีลาเก่าแก่กลับมารุ่งเรือง

เรื่อง กูลนาซ ข่าน แม้ศิลปะการร่ายรำจะถือเป็นภาษาเก่าแก่ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก ทว่าหลายครั้งความสำคัญเชิงวัฒนธรรมของมันกลับเลือนหายไป กระนั้น ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ ศิลปะการร่ายรำหรือนาฏศิลป์บางอย่างกำลังฟื้นคืนชีพ ขณะที่บางอย่างได้รับดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2011 บียอนเซนำระบำพื้นเมือง ของเอธิโอเปียที่เรียกว่า เอสคิสตา (Eskista) มาใช้ ในมิวสิกวิดีโอเพลง “Run the World (Girls)” บางครั้งการกลับมาของการร่ายรำเก่าแก่บางอย่างก็เปลี่ยนแนวทางปฏิบัติเรื่องเพศไปอย่างกลับตาลปัตร เช่น ระบำมอร์ริส (morris dance) อายุเก่าแก่ 500 ปีของอังกฤษที่เคยเป็นการละเล่นในหมู่ผู้ชาย กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่หญิงล้วน ขณะที่ผู้ชายในตุรกีสามารถโชว์ลีลาระบำหน้าท้อง เช่นที่เคยทำในยุคจักรวรรดิออตโตมัน ในอดีต ศิลปะการร่ายรำเคยกลับมารุ่งเรือง เช่นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา การเต้นรำได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้ง เมื่ออำนาจในการควบคุมชีวิตทางโลกของศาสนจักรอ่อนแรงลง แม้แต่การเต้นรำจังหวะวอลต์ซซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นการ เต้นรำแบบคลาสสิก ก็เคยถูกสั่งห้ามมาแล้ว เพราะ ถูกมองว่าส่งเสริมการถูกเนื้อต้องตัวระหว่างเพศ   อ่านเพิ่มเติม : ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ, นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาคือสัญลักษณ์สากล แต่ชุดภาพถ่ายเก่าของเจ้าสาวจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกนี้จะแสดงให้เห็นว่าสีขาวไม่จำเป็นเสมอไปในพิธีแต่งงาน