เบื้องหลังภารกิจแสนยากและท้าทายของทีมช่วยชีวิต หมูป่า

เบื้องหลังภารกิจแสนยากและท้าทายของทีมช่วยชีวิตหมูป่า

เบื้องหลังภารกิจแสนยากและท้าทายของทีมช่วยชีวิต หมูป่า

ขณะนี้เด็กๆ นักฟุตบอลทีม หมูป่า อะคาเดมีจำนวน 12 คน และโค้ชเอกได้รับความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเป็นที่เรียบร้อย และอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว ซึ่งพวกเขายังคงต้องพักฟื้นร่างกายอยู่ในห้องปลอดเชื้อเพื่อดูอาการ และความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจติดมาจากถ้ำสักระยะหนึ่ง ก่อนที่แพทย์จะอนุญาตให้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คลิปวิดีโอจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เผยให้เห็นว่า ผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนปลอดภัย และแข็งแรงดี บ้างชูสองนิ้ว บ้างชูนิ้วสัญลักษณ์ไอเลิฟยู บ้างโบกไม้โบกมือทักทายกล้อง ท่ามกลางกำลังใจที่ท่วมท้นจากผู้คนทั่วโลกซึ่งส่งมาให้พวกเขา อย่างไรก็ตามคำถามสำคัญที่ผู้คนอยากรู้เมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์คือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่าออกมาด้วยวิธีใด?

ในด้านหนึ่ง ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากการแถลงของศูนย์อำนวยการร่วมเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม อาจไม่ได้ให้รายละเอียดในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมากนัก ส่วนหนึ่งอาจมาจากการให้เกียรติแก่ทีมช่วยเหลือนานาชาติ และอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของการปกป้องสิทธิของผู้ได้รับการช่วยเหลือ

ในอีกด้านหนึ่งบนโลกออนไลน์ คลิปวิดีโอบางส่วนของปฏิบัติการกู้ภัยได้รับการเผยแพร่ออกมา แสดงภาพช่วงหนึ่งที่ผู้ประสบภัยนอนอยู่ในเปลหาม และได้รับการห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าห่มฟอยล์เพื่อให้ความอบอุ่นอีกชั้นหนึ่ง

 

ด้านนายกรัฐมนตรีประยุทธ จันทร์โอชาให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เด็กๆ ได้รับยาคลายความกังวล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกู้ภัย ขณะที่รายงานของสำนักข่าว AFP ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์อดีตหน่วยซีลผู้มีส่วนร่วมในปฎิบัติการครั้งนี้ นาวาโท ไชยนันท์ พีระณรงค์ ว่า ผู้ประสบภัยอยู่ในสภาพที่ “สลึมสลือ หรือแทบไม่ได้สติระหว่างการช่วยออกมาจากถ้ำ”

“บางคนหลับ บางคนยังขยับนิ้วได้ แต่ทุกคนยังคงหายใจ” ตามคำบอกเล่าของนาวาโท ไชยนันท์ พีระณรงค์ “หน้าที่หลักของเราคือการพาพวกเขาออกมา” พร้อมเสริมว่าในระหว่างการกู้ภัยมีเจ้าหน้าที่แพทย์คอยดูอาการเด็กๆ อย่างใกล้ชิด

หมูป่า
ทีมกู้ภัยนำอุปกรณ์ออกจากถ้ำ
ภาพถ่ายโดย Soe Zeya Tun, Reuters
หมูป่า
บรรดาอาสาสมัครแสดงความดีใจเมื่อทราบข่าวว่าปฏิบัติการกู้ภัยสำเร็จไปได้ด้วยดี
ภาพถ่ายโดย Ye Aung Thu, AFP, Getty Images

เว็บไซต์ VOX จำลองภาพกราฟิกปฏิบัติการกู้ภัยในบางช่วงที่ต้องลุยน้ำออกมาให้ได้ชมกัน โดยเป็นผลงานของ Javier Zarracina ซึ่งจากภาพช่วยให้เราพอเห็นภาพคร่าวๆ ของการกู้ภัยที่เกิดขึ้นได้ ในขณะที่สำนักข่าว BBC ระบุว่า รายละเอียดของปฏิบัติการยังไม่เป็นที่เปิดเผยชัดเจน แต่เชื่อว่ามีบางช่วงของถ้ำที่นักดำน้ำต้องประกบโอบอุ้มเด็กออกมาด้วย และบางช่วงที่น้ำตื้นพอจะเดินได้จึงใช้เปลสนามในการพาตัวเด็กออกมา โดยที่พวกเขาสวมใส่หน้ากากออกซิเจนตลอดทาง

ข้อมูลข้างต้นสอดคล้องกับบทสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกับทีมช่วยเหลือจากออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส ที่ระบุว่า การดำน้ำช่วงท้ายๆ ของถ้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งทัศนวิสัยที่เป็นศูนย์ เต็มไปด้วยโคลนเลน ทีมช่วยเหลือนานาชาติและหน่วยซีลของไทยต้องค่อยๆ คลำทางผ่านซอกหินไปตามเชือกนำทางพร้อมกับประคับประคองเด็กไปด้วย

หมูป่า
กราฟิกจำลองปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง
ศิลปกรรมโดย Javier Zarracina, Vox

แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภารกิจแสนยากและท้าทายนี้ต้องผ่านการหารือ ซักซ้อม ประเมินความเสี่ยง และแผนป้องกันเหตุไม่คาดฝัน (contingency plan) ร่วมกันระหว่างทีมช่วยเหลือนานาชาติและฝ่ายไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกัน คือช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกมาให้ได้อย่างปลอดภัยและด้วยความเสี่ยงน้อยที่สุด

การช่วยเหลือและลำเลียงผู้ประสบภัยทั้งหมดออกมาด้วยวิธีดังกล่าวเป็นที่เข้าใจได้ เพราะการดำน้ำในถ้ำภายใต้สถานการณ์ท้าทายและยากลำบากเช่นนั้นเป็นเรื่องยากแม้แต่กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้ผู้ประสบภัยดำน้ำออกมาจากถ้ำที่ทั้งมืดมิดและคับแคบได้โดยไม่ตื่นกลัว ยังไม่รวมถึงอาการหวาดวิตกจากการสวมหน้ากากออกซิเจนเป็นครั้งแรก ซึ่งต้องอาศัยความคุ้นชินกว่าจะสามารถใช้งานได้คล่อง

ประสบการณ์จากการช่วยเหลือในครั้งนี้น่าจะเป็นองค์ความรู้ใหม่และเป็นกรณีศึกษาที่จะช่วยในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะคล้ายคลึงกันในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ขณะนี้ปฏิบัติการเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย คือการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อส่งผู้ประสบภัยกลับสู่ครอบครัว ซึ่งเชื่อกันว่ารายละเอียดของการเอาชีวิตรอดในถ้ำ รวมไปถึงความรู้สึกของผู้ประสบภัยจะได้รับการเปิดเผยในภายหลัง เมื่อพวกเขามีสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะบอกเล่าเหตุการณ์และความรู้สึกให้ชาวโลกฟัง

 

อ่านเพิ่มเติม

ศึกษาผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำผ่านเหตุการณ์ในชิลี

 

แหล่งข้อมูล

Thai boys didn’t swim out of the cave; they were rescued on stretchers

Thai Boys Were Reportedly Sedated and in a Semi-Conscious State During Rescue

Watch: New footage shows Thai boy being carried out of cave on stretcher

Cave rescue: Key questions answered

เรื่องแนะนำ

เหตุใดมนุษย์จึงยังทำพิธีกรรมแม้ในช่วงโรคระบาด

แม้ที่มาของหลายๆ พิธีกรรม ของมนุษย์ยังคงไม่ชัดเจน งานวิจัยกล่าวว่าเราได้พัฒนาวิถีปฏิบัติเหล่านี้เพื่อกำจัดหรือระบุที่มาของภัยที่มีร่วมกันในสังคม นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้คนรอบโลกต่างเข้าร่วม พิธีกรรม การเฉลิมฉลองต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือน ที่ประเทศอินเดีย มีผู้คนกว่า 7 แสนคนเข้าร่วมพิธีกรรมที่แม่น้ำคงคา แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดใหญ่อย่าง โควิด-19 นอกจากนี้ในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ พื้นที่ต่างๆ รอบโลกก็ยังจัดการเฉลิมฉลองในรูปแบบของตัวเอง ในทุกวัฒนธรรมของมนุษย์ต่างมีพิธีกรรมเป็นของตัวเอง และมักเกิดขึ้นซ้ำๆ พฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์ซึ่งเรารับรู้ว่ามีจุดประสงค์นี้และไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันได้ผลอย่างไร ได้เสริมความรู้สึกถึงความเป็นชุมชนและความเชื่อที่มีร่วมกัน แต่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันน่าฉงนนี้ก็สามารถทำให้มีการแตกแยกหรือแบ่งแยกระหว่างผู้คนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณค่าของพิธีกรรมหนึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องประหลาดในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาในเรื่องของพิธีกรรมมองว่าจุดเริ่มต้นของมันที่ไม่ชัดเจนคือหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญ แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยมีความสงสัยว่า ก่อนที่พิธีกรรมจะกลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสังคม หลายๆ พิธีกรรมมีจุดเริ่มต้นจากความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงหายนะทางธรรมชาติมาก่อน กระบวนการทำให้เป็นพิธีกรรม (Ritualization) อาจช่วยให้วัฒนธรรมของมนุษย์รักษาพฤติกรรมที่ผู้คนคิดว่าจะทำให้พวกเขาปลอดภัย แม้เหตุผลในตอนแรกเริ่มจะถูกลืมเลือนไปในตอนหลังก็ตาม นี่คือแนวคิดว่าผู้เขียนงานวิจัยหลายฉบับที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับพิเศษของ Philosophical Transactions of the Royal Society B. โดยวิธีการของพิธีกรรม เช่นการเตรียมอาหารหรือชำระร่างกาย อาจปรากฎขึ้นในฐานะวิธีการหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บ โดยหลายๆ พิธีกรรมได้ให้การปลอบประโลมทางจิตวิทยา (psychological comfort) ในช่วงเวลาอันยากลำบาก และหลังจากกลายเป็นวิถีปฏิบัติปกติแล้ว พิธีกรรมก็จะทำให้ผู้คนรวมตัวกันโดยการเสริมสร้างความรู้สึกของการเป็นชุมชน ในขณะนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 […]

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก ใครๆ ก็ชื่นชอบไอศกรีม แต่หากมาได้เห็น ไอศกรีมจากขยะพลาสติก เหล่านี้คงกินไม่ลง อันที่จริงมันกินไม่ได้ด้วย แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาขยะล้นเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานไอศกรีมที่กินไม่ได้เหล่านี้เป็นฝีมือของนักศึกษาศิลปะชาวไต้หวัน พวกเขาตระเวนรวบรวมตัวอย่างของน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ กว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ จากนั้นนำมาแช่แข็งเอาไว้ในแม่พิมพ์ และเคลือบด้วยเรซิ่นเพื่อให้คงรูปถาวร แน่นอนว่าดูด้วยตาก็พอจะรู้ว่าของหวานเหล่านี้ไม่น่าลิ้มลอง แต่พึงระวังไว้ให้ดี หากมนุษย์เรายังคงไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคที่มากเกินจำเป็นกันตั้งแต่ตอนนี้ นี่อาจเป็นอนาคตของไอศกรีมที่ลูกหลานเราจะได้กินก็เป็นได้ ชมวิดีโอ ไอศกรีมจากขยะพลาสติก ได้ที่นี่   อ่านเพิ่มเติม แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ อันที่จริงมันเป็นเทศกาลที่ตลกมากในฐานะคนดู แต่หากคุณเป็นคนแข่งแล้วล่ะก็ ไม่ขอรับประกันความปลอดภัย ที่เนินเขาคูเปอร์ บริเวณชานเมืองใกล้ๆ กับเมืองกลูเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ในหนึ่งวันของช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีผู้คนมากมายเข้าร่วมเทศกาล “กลิ้งชีส” กติกาก็เรียบง่ายสมชื่อ คือจะมีการกลิ้งชีสก้อนกลมโต (Double Gloucester Cheese) ลงมาจากบนเนินเขาด้วยความเร็วประมาณ 70 ไมล์ต่อชั่วโมง ผู้แข่งขันจะต้องวิ่งตามลงมาเก็บก้อนชีส ตลอดเวลาที่ผ่านมาเทศกาลกลิ้งชีสที่เนินเขาคูเปอร์นี้ดึงดูดความสนใจผู้คนทั่วโลกให้มาดูหรือเข้าร่วมการแข่งขันการกลิ้งชีสที่เสี่ยงอันตรายนี้ด้วย ในเทศกาลกลิ้งชีสในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คริส แอนเดอร์สัน หรือ “เจ้าแห่งเนินเขาคูเปอร์” ได้สร้างสถิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้ ด้วยการวิ่งลงมาเก็บก้อนชีสได้รวมทั้งหมด 22 ก้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่การแข่งขันกลิ้งชีสครั้งนี้ดำเนินไปจนจบวันได้โดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย เพราะว่าในปีก่อนๆ มีผู้แข่งขันกลิ้งชีสได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ตลอด ยกตัวอย่างเช่น โฟล เออร์ลี่ ผู้ชนะการแข่งขันการกลิ้งชีสประจำปี 2018 ประเภทหญิงได้รับบาดเจ็บไหล่เคลื่อน ทั้งนี้เทศกาลการกลิ้งชีสไม่ได้รับการสนับสนุนให้มีการจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงมีการจัดการแข่งขันต่อไปตามกระแสความสนใจของผู้คนทั่วโลก   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

สงครามกลางเมืองในโคลอมเบียคร่าชีวิตผู้ชายจากหมู่บ้านนี้ไปหมด แม้สันติภาพจะเกิดแล้วแต่ชาวบ้านที่เหลืออยู่ยังคงต้องทนทุกข์จากบาดแผลความขัดแย้ง