ConIFA ฟุตบอลของคนไร้รัฐ - National Geographic Thailand

ConIFA ฟุตบอลของคนไร้รัฐ

ConIFA ฟุตบอลของ คนไร้รัฐ

ไม่ต้องแปลกใจหากคุณไม่เคยได้ยินชื่อของบาราวา (Barawa) หรือตูวาลู (Tuvalu) คุณอาจรู้จักทิเบตหรือไซปรัส ในฐานะประเทศอิสระที่แยกตัวออกมา คุณคงพอเดาออกว่ามันอยู่ตรงไหนของแผนที่โลก แต่กับสองประเทศข้างต้นรวมไปถึงทมิฬอีแลม (Tamil Eelam) และคาร์ปาตาเลีย (Kárpátalja) มันยากที่จะจินตนาการว่าพวกเขาอยู่ที่ใด? นั่นเป็นเพราะดินแดนของ คนไร้รัฐ เหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ และมีพื้นที่ไม่มากนักในการนำเสนอตนเองบนเวทีโลก

นี่คือที่มาของการแข่งขันฟุตบอล ConIFA World Cup ที่จัดขึ้นโดยสหพันธ์แห่งสมาคมฟุตบอลอิสระ (Confederation of Independent Football Associations หรือ ConIFA) ชื่อเดิมคือ VIVA World Cup โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กลุ่มคนไร้รัฐเหล่านี้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนยังคงประกาศการมีตัวตนของพวกเขาต่อไป ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 47 สมาชิกด้วยกัน (ในการแข่งขันจะไม่เรียกชนชาติเหล่านี้ว่าชาติ)

ดูรายละเอียดของแต่ละสมาชิกได้ ที่นี่

คนไร้รัฐ
นัดชิงระหว่างอับคาเซียและทิเบต
ภาพถ่ายโดย conifa.org

กติกาในการเข้าร่วมนั้นเรียบง่าย ทีมฟุตบอลนั้นๆ ต้องไม่มีคุณสมบัติ หรือไม่มีโอกาสที่จะเข้าร่วมกับ FIFA World Cup ได้อย่างเป็นทางการ ด้วยเงื่อนไขที่มาจากการเป็นรัฐไร้เอกราชหรือชนกลุ่มน้อย เช่น สมาชิกปัญจาบ (Panjab) ตัวแทนของผู้พูดภาษาปัญจาบราว 100 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมาจากหลากหลายภูมิศาสตร์และไม่อาจรวมอยู่ในธงสัญลักษณ์ผืนเดียวได้, สมาชิกบาราวา เมืองท่าเล็กๆ ในโซมาเลีย ที่เผชิญกับความไม่สงบทางการเมือง จากกลุ่มก่อการร้ายอัล-ชาบับ และทีมบาราวายังเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในปีนี้ (CONIFA World Cup 2018 สิ้นสุดไปเมื่อ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา)

หรือสมาชิก United Koreans in Japan ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และยังรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์อย่างชาวโรฮิงญา ในเมียนมา ชนกลุ่มน้อยอย่างชาวเคิร์ด ในอิรัก หรือแม้แต่กลุ่มทมิฬอีแลม อดีตกองกำลังติดอาวุธในศรีลังกา ก็เป็นสมาชิกของการแข่งขันนี้ด้วยเช่นกัน

(วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสัตว์ทำนายผลบอลโลก)

คนไร้รัฐ
นักฟุตบอลสมาชิกทีมทิเบตชูมือให้กล้อง
ภาพถ่ายโดย conifa.org

“ConIFA แตกต่างจาก FIFA เพราะ ConIFA มองเห็นชาติที่ถูกหลงลืมเหล่านี้” Omar Sufi กัปตันทีมสมาชิกบาราวากล่าว “ทัวร์นาเมนต์นี่สำคัญในระดับโลก เราแข่งกับทีมที่มีภูมิหลังต่างกันในทุกด้าน แต่ทุกคนพร้อมใจมาเพื่อสิ่งเดียวกัน”

และแน่นอนว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ชัยชนะจากการยิงประตู…แต่คือการทำให้ชนชาติเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รายงานจากโจเอล โกลบี้ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Vice ที่ไปติดตามทำสารคดี ConIFA World Cup เล่าว่าทุกทีมที่เขาเข้าไปพูดคุยด้วยล้วนดีใจและขอบคุณที่สนใจฟังเรื่องราวของพวกเขา การแข่งขันครั้งนี้เป็นตัวแทนของผู้คนที่ถูกนิยามว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” อีกราว 334 ล้านคนทั่วโลก และสำหรับบางทีมนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมระดับโลก ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถติดตามชมการแข่งขันฟุตบอลทางเลือกที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักนี้ได้จากแชนแนลของ Vice

ในการแข่งขัน ConFIA 2018 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันใหญ่ และได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลัก ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทดังอย่าง Paddy Power ตลอดจนถ่ายทอดสดแต่ละแมทต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณอันดีที่จะช่วยให้ ConFIA World Cup เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยไปกับการแข่งขันฟุตบอลของชนไร้ชาติ ไร้รัฐเหล่านี้ เพราะย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น ทาง ConIFA ได้รับจดหมายร้องเรียนจากชาวไซปรัสเชื้อสายกรีก ในกรุงลอนดอน คัดค้านการเข้าร่วมแข่งขันของกลุ่มไซปรัสเหนือ ซึ่งมีเชื้อสายตุรกี

แต่ใครจะสนใจเหตุผลร้อยแปดทางการเมือง…ในเมื่อผู้คนเหล่านี้มาเพื่อเล่นฟุตบอล จริงไหม?

คนไร้รัฐ
แฟนบอลทีมไซปรัสเหนือ
ภาพถ่ายโดย conifa.org

 

แหล่งข้อมูล

Not FIFA: Karpatalja wins alternative football world cup

CONIFA: The alternative World Cup for stateless people and unrecognized nations

The CONIFA World Football Cup Was About More Than Just Goals

CONIFA: how the ‘other World Cup’ is helping unrecognised nations through footbal

มายาคติของฝรั่งเศส จดหมายของโอซิล และความล้าสมัยของทีมชาติ

มารู้จักกับ ConIFA world cup “ฟุตบอลโลก” ของชนไร้เอกราชกัน

สาระเรื่อยเปื่อย

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟุตบอลมีถิ่นกำเนิดที่ใด? โบราณคดีมีคำตอบ

เรื่องแนะนำ

นักโบราณคดีตกตะลึงหลังค้นพบถ้ำสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมายาที่ไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน

การสำรวจถ้ำบาลัมกู (ถ้ำแห่งเทพเสือจากัวร์) ซึ่งมิเคยมีใครแตะต้องมาก่อนเป็นเวลานับพันปี เผยให้เห็นถึงพิธีกรรมทางศาสนาโบราณ ซึ่งอาจมีร่องรอยการถือกำเนิดและล่มสลายของจักรวรรดิมายา

วันสตรีสากล: มองสตรีผ่านปกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

วันสตรีสากล: มองสตรีผ่านปกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กองบรรณาธิการ National Geographic ฉบับภาษาไทย ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคม ด้วยการคัดเลือกปกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในรอบ 130 ปีที่ได้รับเกียรติจากสตรีทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ผู้หญิงคนเล็กคนน้อย เรื่อยไปจนถึงสตรีผู้เรืองนามในประวัติศาสตร์ (เช่น พระแม่มารี, คลีโอพัตรา และฟาโรห์ฮัตเชปสุต) และนักสำรวจหญิงผู้บุกเบิกและขยายพรมแดนแห่งความรู้ให้มนุษยชาติ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ยังทำหน้าที่สะท้อนปัญหาที่ผู้หญิงมากมายทั่วโลกต้องเผชิญ ดังเช่นเรื่องราวของชาร์บัต กุลา เด็กหญิงผู้อพยพชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของดวงตามีมนตร์สะกดที่กลายเป็นสัญลักษณ์อันยืนยงของนิตยสารกรอบเหลืองเล่มนี้ และกระทั่งเรื่องราวของเด็กหญิงข้ามเพศที่ปรากฏบนปกนิตยสารฉบับพิเศษว่าด้วยความหลากหลายทางเพศเมื่อไม่นานมานี้ เรายังถ่ายทอดภารกิจของนักสำรวจหญิง ผู้มุ่งมั่นทำงานในสาขาของตน และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก เช่นเรื่องราวของเจน กูดอลล์,ไดแอน ฟอสซีย์ และบิรูเต กัลดีกัส เป็นต้น ชมภาพปกแต่ละปกแบบชัดๆ ได้ ที่นี่    อ่านเพิ่มเติม เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

สงครามยาเสพติด กับความจริงที่มอง(ไม่)เห็น

ท่ามกลางวังวนและวาทกรรมขาวดำของการรณรงค์ สงครามยาเสพติด จะยังคงเป็นปัญหาที่เราไม่อาจเอาชนะ หากปราศจากความเข้าใจในความซับซ้อนของปัญหา กลางดึกที่ร้อนอบอ้าวคืนหนึ่งของเดือนเมษายน เป็นเวลาที่ผู้คนต่างหลับใหล ร้านรวงและผับบาร์ปิดบริการไปนานแล้ว แต่ผมยังกระสับกระส่ายไม่อาจข่มตาหลับ ผมนอนเงี่ยหูฟังเสียงเพลงแผ่ว ๆ ที่ดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง เป็นบทเพลง Desperado ของวงดิอีเกิลส์ (The Eagles) เพลงหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิตวัยรุ่นของผม “…เจ้าคนกล้าบ้าบิ่นเอย เจ้าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปอย่างเดิมได้หรอก ความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับ ความหิวโหยที่เจ้าประสบ น่าจะทำให้เจ้ายอมรับสภาพได้เสียที…” ผมนอนคุดคู้ซุกกายอยู่ในหลืบของตัวเอง พลางเหลือบสายตาไปยังผู้คนรอบตัว ที่นี่มีทั้งคนมีอันจะกิน นักธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน วัยรุ่นคึกคะนอง และชาวบ้านร้านตลาดพวกเขานอนก่ายเกยกันในห้องสี่เหลี่ยมที่ร้อนอบอ้าว เสมอภาคและเท่าเทียม แน่นขนัดจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างให้เดินหรือแม้แต่ขยับตัว เสียงไอและกรนดังเป็นระยะ ๆ คลอเสียงเพลงที่ยังแว่วมาตามลม เสียงเพลงดังผ่านผนังและลูกกรงเหล็ก ไม่มีอะไรสามารถพันธนาการเสียงนั่นได้ ”…อิสรภาพ โอ้ อิสรภาพ มันก็แค่คำที่ใคร ๆ เขาพูดกัน แต่พันธนาการของเจ้ากำลังเดินผ่านโลกนี้ไปเพียงลำพัง เท้าของเจ้าไม่หนาวเหน็บบ้างหรือในฤดูหนาว ฟ้าก็ไม่โปรยหิมะลงมา ดวงอาทิตย์ก็ไม่ส่องแสง บอกไม่ถูกเลยว่ากลางคืนหรือกลางวัน เจ้ากำลังสูญเสียช่วงเวลาในชีวิตทั้งที่ดีและเลวร้ายไปจนหมดสิ้น มันน่าขันไหมเล่าว่าความรู้สึกเช่นนั้นจากไปอย่างไร…” ด้วยเหตุบังเอิญบางอย่าง ทำให้ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมได้เข้าไปสังเกตการณ์ในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ต้องขังที่นั่นส่วนใหญ่ถ้าไม่ต้องคดียาเสพติด ก็มักมีส่วนเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด […]