ยินดีต้อนรับสู่โรงพยาบาลตุ๊กตาที่ยังคงเปิดทำการ

ยินดีต้อนรับสู่โรงพยาบาลตุ๊กตาที่ยังคงเปิดทำการ

“ทุกๆ วันผู้คนจะถามเราว่าได้เก็บเจ้าสาวของชัคกี้ไว้ไหม” Manuela Cutileiro “ศัลยแพทย์ตุ๊กตา” ประจำโรงพยาบาล de Bonecas ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1830 ในย่าน Praça da Figueira อันแสนจอแจของกรุงลิสบอน เมืองหลวงประเทศโปรตุเกสกล่าว สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น โรงพยาบาลตุ๊กตา ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและเปิดทำการ ที่นี่รับรักษาตุ๊กตาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาพลาสติก, ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ, ตุ๊กตาโลหะ, ตุ๊กตาไม้, ตุ๊กตาผ้า มั่นใจได้ว่าทุกตุ๊กตาจะมีชีวิตใหม่ที่งดงาม

สำหรับกระบวนการคืนชีวิตใหม่ให้ตุ๊กตานั้นใช้เวลาร่วม 4 เดือน หลายครั้งตุ๊กตาเหล่านี้เข้ามายังโรงพยาบาลด้วยสภาพอันน่าสยดสยอง เช่น ใบหน้าแหว่ง, แขนแตกร้าว หรือดวงตาหายไป

ตั้งแต่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจากเยอรมันที่ตกแต่งอย่างปรานีต ไปจนถึงตุ๊กตาสีดำที่ผลิตขึ้นเมื่อปี 1915 ในแองโกลา Cutileiro อดีตครูโรงเรียนประถมศึกษา หมดความรู้สึกหวาดกลัวบรรดาผู้ป่วยของเธอ  “เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับตุ๊กตาตัวไหนเป็นพิเศษค่ะ” เธอกล่าว “ที่นี่ทุกตุ๊กตามีคุณค่าเหมือนกัน”

เมื่อเดินทางมาถึงตุ๊กตาจะถูกติดแทกที่ระบุวันที่เข้ารับการรักษาและอาการป่วย พวกมันจะได้นอนพักในกล่องเล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่เรียกกันว่าเตียงเพื่อรอรับการรักษา ใกล้ๆ กันนั้นมีตู้ที่เต็มไปด้วยอะไหล่มากมายไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ดวงตา หรือแม้แต่เส้นผมที่จะถูกเลือกใช้ การทำงานที่ละเอียดและต้องอาสัยความเพียรพยายามนี้ส่งผลให้พวกเขาได้รับใบรับรองจาก Fundaçao Ricardo Espírito Santo พิพิธภัณฑ์และศูนย์วัฒนธรรมที่มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ศิลปัแบบดั้งเดิม และเมื่อตุ๊กตาได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว มันก็จะได้เดินทางกลับไปสู่อ้อมอกของเจ้าของตามเดิม

แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงพยาบาลรักษาคนมาก่อน Cutileiro เองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวรุ่นที่สี่ที่ทำงานในช็อปของโรงพยาบาล “ฉันมักจะไปเยี่ยมเด็กๆ เพื่อพูดคุย” เธอกล่าว “ถ้าเราเกิดป่วยหรือแขนขาหักไป แล้วเราจะถูกโยนทิ้งเหรอ? นี่ต่างหากคือสิ่งที่เราทำกับเพื่อนและครอบครัวของเรา” ตัวเธอนั้นเชื่อว่าชาวโปรตุเกสเองเจ็บปวดมามากแล้วกับวิกฤติเศรษฐกิจและอีกหลายปัญหา ฉะนั้นแล้วการซ่อมแซมของเล่นเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเยียวยาพวกเขา

เรื่อง Ishay Govender-Ypma

ดวงตาและอะไหล่อื่นๆ สำหรับซ่อมตุ๊กตาถูกเตรียมเอาไว้

 

อ่านเพิ่มเติม : อาชีพใกล้สูญสิ้นปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

เรื่องแนะนำ

หยุดการกลั่นแกล้ง หรือ Bullying

เด็กที่ถูก กลั่นแกล้ง มักมีภาวะซึมเศร้าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ข่มเหงผู้อื่นพบว่า มีความเครียดเรื้อรังน้อยกว่

เพื่อจะไปโรงเรียน เด็กๆ ชาวอินเดียเหล่านี้ต้องข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบากนั่นคือกระแสน้ำอันไหลเชี่ยวที่ลงมาจากหุบเขา ผลกระทบจากมรสุม วิดีโอฟุตเทจนี้ถูกบันทึกไว้ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ชัมบา ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากพายุมรสมที่เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับเด็กๆ พวกเขาพร้อมใจกันพับขากางเกงขึ้น ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากท่ามกลางโขดหินที่ลื่น ซึ่งบางช่วงของแม่น้ำสายนี้ทีความกว้างถึง 14 เมตรเลยทีเดียว การเดินข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า รายงานข่าวระบุว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาในการข้ามถึง 40 นาทีด้วยกัน ในบางครั้งพวกเขาต้องหยุดพัก หรือทรงตัว เด็กบางคนจีบมือกันเป็นโซ่มนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกพัดไป ส่วนเด็กที่โตกว่าแบกเด็กเล็กไว้บนหลัง รายงานจากสำนักข่าว Times of India หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรราว 400 คน และเด็กๆ ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 1.6 กิโลเมตรเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือ ในการให้สัมภาษณ์กับ India TV News เด็กหญิงคนหนึ่งอธิบายว่า เธอพยายามขอร้องให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่ในเวลานั้นไม่มีใครอยู่ “เสื้อผ้าของหนูเปียกไปหมด รองเท้าและหนังสือก็ด้วย” เธอกล่าวเป็นภาษาฮินดู ทุกๆ ปี ภูมิภาคนี้ในอินเดียจำต้องเผชิญกับฤดูมรสุม ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินมีน้ำใช้ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากขึ้นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature […]

แก้ปัญหากลิ่นฉี่ในที่สาธารณะแบบชาวปารีส

แก้ปัญหากลิ่นฉี่อย่างไรให้อยู่หมัด? เมื่อกรุงปารีสไม่ห้าม แต่กำหนดให้ผู้คนฉี่ในที่สาธารณะให้เป็นที่ ด้วยอุปกรณ์แบบพิเศษที่จะเปลี่ยนฉี่เป็นปุ๋ย

จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง: แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

ชีวิตหลังความตาย : ในประเทศจีน การเซ่นสรวงด้วยชีวิตมนุษย์เมื่อครั้งบรรพกาล แปรเปลี่ยนมาเป็นพิธีกรรมเซ่นไหว้ฮวงซุ้ยบรรพบุรุษในปัจจุบัน กระนั้น คนตายยังคงเรียกร้องความสนใจจากคนเป็น