จะช่วย ชนเผ่าในบราซิล ต้องเปิดเผยตัวตนพวกเขา - National Geographic

จะช่วยชนเผ่าในบราซิล ต้องเปิดเผยตัวตนพวกเขา

จะช่วย ชนเผ่าในบราซิล ต้องเปิดเผยตัวตนพวกเขา

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานบราซิลตัดสินใจเผยแพร่คลิปวิดีโอของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกในผืนป่าแอมะซอน ท่ามกลางข้อถกเถียงถึงประเด็นทางด้านสิทธิและความปลอดภัยของพวกเขา

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา หน่วยงานด้านชนพื้นเมืองของบราซิล หรือ FUNAI เผยแพร่วิดีโอ 2 คลิประหว่างการสำรวจภาคสนาม เพื่อติดตามและวางแผนปกป้องบรรดาชนพื้นเมืองเหล่านี้จากสังคมภายนอก

ในวิดีโอแรกปรากฏภาพของชายคนหนึ่งกำลังตัดต้นไม้ วิดีโอมีความยาวเพียงสั้นๆ จากพื้นที่ของชนพื้นเมือง Tanaru ในบราซิล ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของรัฐรอนโดเนีย บันทึกโดยเจ้าหน้าที่ของ FUNAI ที่พยายามปกป้องอัตลักษณ์ของชนเผ่าผู้นี้ เนื่องจากในช่วงทศวรรษ 1980 – 1990 บรรดาชนพื้นเมืองจำนวนมากถูกฆ่าสังหารโดยขบวนการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ ทั้งนี้ยังไม่มีใครทราบว่าชายผู้นี้มาจากเผ่าใด

ต่อมา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม FUNAI เผยแพร่คลิปวิดีโอที่สอง ซึ่งบันทึกได้จากโดรน เผยให้เห็นสมาชิกชนเผ่าจำนวนหนึ่งกำลังถางพื้นที่ป่า ในจำนวนนี้มีชายคนหนึ่งถือลูกธนูดอกยาว พร้อมคันธนูที่ทำจากไม้ไผ่ ด้านเจ้าหน้าที่รายงานว่าวิดีโอนี้บันทึกเมื่อปีที่แล้ว ในระหว่างการตรวจสอบเหตุสังหารหมู่ชนเผ่าที่เป็นที่รู้จักในชื่อ Flecheiros หรือพลธนู อาศัยอยู่ในหุบเขา do Javari ทางพื้นที่ตะวันตกของผืนป่าในบราซิล

คลิปวิดีโอทั้งสองถูกบันทึกโดยปราศจากความรู้ตัว และความยินยอมของสมาชิกชนเผ่าเอง ส่งผลให้เกิดคำถามด้านจริยธรรมตามมาถึงสิทธิของพวกเขา ตลอดจนความกังวลว่าคลิปวิดีโอเหล่านี้อาจไปกระตุ้นให้นักผจญภัยอยากที่จะเสาะแสวงหาชนเผ่าเหล่านี้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น

ทว่าทาง FUNAI ระบุว่า การตัดสินใจปล่อยคลิปวิดีโอทั้งสองเป็นความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ของเจ้าหน้าที่ในการสร้างความตระหนักถึงการดำรงอยู่ของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกเหล่านี้ และสถานะที่ไม่แน่นอนของพวกเขา “ยิ่งคนทั่วไปรู้เรื่องราวของพวกเขามากเท่าไหร่ ประเด็นการพูดคุยเกี่ยวกับพวกเขาก็จะมีมากขึ้นตาม และนั่นจะนำมาซึ่งโอกาสในการปกป้องชนเผ่าเหล่านี้” Bruno Pereira ผู้อำนวยการคนใหม่ประจำแผนกชนพื้นเมืองอินเดียน ของ FUNAI ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ “ไม่เช่นนั้นแล้ว ด้วยพื้นที่ทางการเกษตรที่รุกล้ำ การทำเหมืองแร่ และการตัดไม้จากผืนป่าแอมะซอน จะส่งผลให้ผู้คนเหล่านี้สูญหายไปก่อนที่ใครๆ จะได้รู้จักเสียอีก”

ทั้งนี้ตัวเขายอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการใช้โดรนเพื่อสำรวจสอดส่องอาจไปรบกวนวิถีชีวิตของชนเผ่าเหล่านี้ แต่ Pereora อธิบายว่าโดรนนี้ถูกใช้เมื่อปีที่แล้วเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจหลังมีข่าวการสังหารหมู่ หาใช่ความตั้งใจที่จะไปละเมิดสิทธิของพวกเขาแต่อย่างใด

ชนเผ่าในบราซิล
ภาพถ่ายของชนเผ่า Flecheiros ที่ใช้ธนูเป็นอาวุธ จากโดรนสำรวจในปี 2017 บริเวณหุบเขา do Javari
ภาพถ่ายโดย FUNAI

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานะการดำรงอยู่ของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกกำลังสั่นคลอนจากเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น และนโยบายทางการเมือง นอกจากนั้นในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ ทาง FUNAI เองยังถูกตัดงบประมาณที่ใช้สำหรับปกป้องชนพื้นเมืองเหล่านี้จากบรรดานักธุรกิจที่จ้องจะหาผลประโยชน์บนพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

ด้านผู้นำชนพื้นเมืองในบราซิลเองกล่าวยกย่องชื่นชมการตัดสินใจของ FUNAI ที่มุ่งปกป้องชุมชนอันโดดเดี่ยวเหล่านี้จากความเสี่ยงที่จะติดโรคระบาด และความรุนแรงจากโลกภายนอก

“ข้อเท็จจริงก็คือ ยิ่งพวกเขาไม่ติดต่อกับสังคมอื่นมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งมีมากเท่านั้น เนื่องจากพวกเขาไม่มีตัวตนในสายตาของสาธารณชน” Beto Marubo หนึ่งในนักเคลื่อนไหวชนพื้นเมืองกล่าว Marubo คือหนึ่งในหกกลุ่มชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหุบเขา do Javari พื้นที่ดังกล่าวเป็นบ้านของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกอย่างน้อย 11 ชนเผ่า ในจำนวนนี้รวมถึง Flecheiros ด้วย

ชนเผ่าในบราซิล
เรือแคนูสองลำฝีมือของชนเผ่า Flecheiros จอดทิ้งอยู่ริมแม่น้ำ Jutai
ภาพถ่ายโดย FUNAI
ชนเผ่าในบราซิล
ขวานด้ามนี้ถูกพบเมื่อปี 2017 ในพื้นที่ของชนเผ่า Flecheiros ใกล้แม่น้ำ Jutai
ภาพถ่ายโดย FUNAI

เรื่องราวของชายชนเผ่าที่รอดชีวิตจากการสังหารในรัฐรอนโดเนีย และชนเผ่า Flecheiros ในหุบเขา do Javari ยังคงเป็นปริศนา ทั้งคู่ไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอก ไม่มีใครทราบว่า Flecheiros เรียกตัวเองว่าอะไร แต่ชาวบราซิลเรียกพวกเขาแบบนั้นจากเอกลักษณ์ในการใช้ธนูเป็นอาวุธ เพื่อแยกพวกเขาออกมาจากชนเผ่าอื่นๆ ในเขตสงวน Javari

ห่างออกไปจากเขตสงวน Javari ราว 800 กิโลเมตร ในเขตสงวน Tanaru ชายชนเผ่าผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากคลิปวิดีโอแรกยังคงหลบเลี่ยงการติดต่อกับผู้คน เขาพยายามหนีจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ FUNAI ที่มอบของขวัญเป็นเมล็ดพืช และเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการเอาชีวิตรอดให้แก่เขา ทว่าตลอดการทำงานที่ผ่านมาของ FUNAI ดูเหมือนจะสร้างความไว้วางใจให้แก่ชายชนเผ่าผู้นี้ในระดับหนึ่ง เจ้าหน้าที่เล่าถึงกรณีที่เขาส่งสัญญาณให้แก่หน่วยลาดตระเวนในป่าระวังตกลงไปในหลุมดักสัตว์ที่เขาขุดไว้

นอกจากนั้นเขายังขุดหลุมแคบๆ แต่ลึกไว้ภายในกระท่อมที่เขาสร้างขึ้นจากต้นปาล์ม เจ้าหน้าที่สำรวจพบกระท่อมลักษณะนี้หลายสิบแห่ง ทุกหลังมีหลุมตรงกลางสร้างความพิศวงงงงวยให้แก่ผู้พบเจอ ทว่าบางคนเชื่อว่านี่คือร่องรอยของการปฏิบัติพิธีกรรมทางจิตวิญญาณของชนเผ่าเขา และเนื่องจากไม่มีใครทราบว่าพวกเขาเรียกตนเองกันว่าอย่างไร ทาง FUNAI จึงเรียกชายผู้นี้ด้วยคำง่ายๆ ว่า o índio do buraco ที่แปลว่าบุรุษแห่งหลุม

ชนเผ่าในบราซิล
หนึ่งในกระท่อมที่เขาสร้าง
ภาพถ่ายโดย FUNAI

“ผมรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องชดเชยให้แก่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา และผู้คนของเขา” Altair Algayer เจ้าหน้าที่ของ FUNAI ผู้ปฏิบัติงานปกป้องชนเผ่ามานานกว่า 13 ปีกล่าว ผ่านอีเมล์

Algayer วาดหวังว่าวิดีโอแสดงภาพชนเผ่าที่ยังมีชีวิตอยู่ในป่าแอมะซอนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่รัฐของบราซิลตระหนักถึง “ภาระความรับผิดชอบของตน” ในการลุกขึ้นมาปกป้องพวกเขา “ความมั่งคั่งในสังคมคือเรื่องที่น่ากังวล ไม่ใช่แค่ในบราซิลเท่านั้น แต่รวมถึงมนุษยชาติทั้งหมด” Felipe Milanez ศาสตราจารย์ด้านมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Federal da Bahia ผู้ร่วมงานกับ FUNAI ในการเดินสำรวจพื้นที่ในวิดีโอแรกเป็นประจำกล่าว “เขาไม่ควรถูกมองว่าเป็นผู้หลบซ่อนตัวจากสังคม ชายผู้นี้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเสียหน่อย”

เรื่อง Scott Wallace

ชนเผ่าในบราซิล
บรรยากาศภายในกระท่อม
ภาพถ่ายโดย FUNAI

 

อ่านเพิ่มเติม

ชนเผ่าผู้ไม่สังคมโลก

เรื่องแนะนำ

ความงาม : นิยามใหม่ที่ใครเป็นผู้กำหนด

อะเล็ก เว็ก นางแบบชาวซูดาน ปรากฏโฉมบนปกนิตยสาร แอล (Elle) ฉบับสหรัฐฯ เมื่อปี 1997 จากวันนั้นถึงวันนี้ นิยามความงามได้ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงผิวสี ผู้หญิงร่างใหญ่ ผู้หญิงที่มีผิวด่างขาว ผู้หญิงหัวล้าน ผู้หญิงผมสีดอกเลา มีริ้วรอย เรากำลังขยับก้าวเข้าสู่วัฒนธรรมแห่งความงามซึ่งเปิดกว้าง ชนิดที่โอบรับทุกคนเข้ามา ทุกคนล้วนหล่อหรือสวยได้

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน   สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้ ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต 1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น […]