แฟชั่น หมวกวินเทจ จากทั่วโลก - National Geographic Thailand

แฟชั่นหมวกวินเทจจากทั่วโลก

แฟชั่น หมวกวินเทจ จากทั่วโลก

ไฉนหมวกจึงเป็นที่นิยมมาหลายยุค หลายสมัย ดูเหมือนว่าเครื่องแต่งกายชิ้นนี้จะเป็นมากกว่าอุปกรณ์สวมเพื่อป้องกันศีรษะจากสภาพอากาศอันยากลำบาก และแฟชั่นตามยุคสมัย เพราะนอกเหนือจากความสง่างามแล้ว หมวกเหล่านี้คือเครื่องมือในการบ่งบอกชนชั้น และสถานะทางสังคม

ประวัติศาสตร์ของหมวกย้อนไปไกลได้หลายพันปี หลักฐานของหมวกใบแรกๆ ปรากฏผ่านหลุมศพในเมืองธีบส์ ของอียิปต์ เมื่อผู้คนสวมใส่หมวกรูปกรวยที่ทำมาจากฟางข้าว และนี่ไม่ใช่แค่วัฒนธรรมเดียว มันมี่ Ötzi ของมนุษย์ชาวยุโรปที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 5,300 ปีก่อน ก็สวมหมวกที่ทำมาจากขนสัตว์เช่นกัน

จากจุดประสงค์ของหมวกที่เริ่มต้นขึ้นเพื่อป้องกันศีรษะเราจากสภาพอากาศ นำไปสู่แฟชั่น และความหมายในหลายวัฒนธรรม ร่วมสำรวจหมวกเหล่านี้จากผู้คนทั่วโลก ผ่านคลังภาพถ่ายของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่ซึ่งหมวกไม่ได้เป็นแค่องค์ประกอบของเครื่องแต่งกายอีกต่อไป แต่คืออัตลักษณ์ และสะท้อนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคม

เรื่อง Heather Brady

หมวกวินเทจ
ผู้หญิงสองคนโพสท่าถ่ายรูปกับลูกสาวของพวกเขาในชุดแบบชาวเซลันด์ดั้งเดิมในประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้หญิงนิกายโปรเตสแตนต์สวมหมวกรูปทรงเปลือกหอยสีขาวขณะที่ผู้หญิงโรมันคาทอลิกสวมหมวกทรงสีเหลี่ยม
ภาพถ่ายโดย WILHELM TOBEIN
หมวกวินเทจ
ผู้หญิงในจังหวัดโซเนลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส โพสท่าถ่ายรูปกับเครื่องประดับศรีษะดั้งเดิมของชาวเบอร์กันดีในช่วงต้นทศวรรษ1900 พวกเขาสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เจอร์แมนิกผู้ที่เข้าบุกรุกดินแดนกอลในช่วง ศตวรรษที่ 5 และ เป็นผู้ที่ก่อตั้งอาณาจักรเบอร์กันดี
ภาพถ่ายโดย JULES GERVAIS COURTELLEMONT
หมวกวินเทจ
คู่หนุ่มสาวในบอสเนียแต่งกายในชุดที่ทำอย่างประณีตงดงาม สวมหมวกมีลักษณะเป็นรูปชาม ซึ่งนิยมในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
ภาพถ่ายโดย ERDELYI
หมวกวินเทจ
พ่อค้าขายพรมจากเติร์กเมนิสถานในช่วงต้น ทศวรรษ 1900 สวมใส่หมวกขนแกะ
ภาพถ่ายโดย MAYNARD OWEN WILLIAMS
หมวกวินเทจ
พระวัยเยาว์ อายุ 6 ขวบสวมใส่หมวกทรงแหลมแบบดั้งเดิมของทิเบต
ภาพถ่ายโดย DR. JOSEPH F. ROCK
หมวกวินเทจ
หญิงชนเผ่าเร่ร่อนชาวทิเบต ในประเทศจีนสวมใส่หมวกทรงแหลมซึ่งทำจากผ้าที่หนาและอุ่น
ภาพถ่ายโดย DR. JOSEPH F. ROCK
หมวกวินเทจ
ผู้หญิงชาวบาวาเรียนที่กำลังปรับถุงมือของเธอ สวมใส่หมวกทรงกรวยสูง หรือ หมวกทรงกรวยของเจ้าหญิงจากยุคกลางเยอรมัน ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 หมวกทรงกรวยสูง ได้รับอิทธิพลมาจากนักรบมองโกเลียนและราชินีมองโกเลียน
ภาพถ่ายโดย HANS HILDEBRAND
ครอบครัวชาวออสเตรียในต้นยุคคริสต์วรรษที่ 19 สวมเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงยุคของ “Archduke Johann” ในราชวงศ์ Habsburg ผู้ที่ต่อมากลายเป็นที่รู้จักกันในฐานะของ ‘Styrian Prince’ เจ้าชายแห่งรัฐสตีเรียในช่วงต้นถึงกลางทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย HANS HILDEBRAND
หมวกวินเทจ
หญิงสาวยืนอยู่หน้าไร่เกษตรในประเทศเอกวาดอร์สวมหมวกรูปร่างเป็นขอบชาม
ภาพถ่ายโดย JACOB J. GAYER
หมวกวินเทจ
ชายชาวออสเตรียกำลังสูบไปป์สวมชุดเลเดอร์โฮเซน และหมวกขนาดใหญ่
ภาพถ่ายโดย A. NIELEN
หมวกวินเทจ
ชายชาวออสเตรียสวมหมวกอัลไพน์ที่ประดับด้วยขนนกกำลังนั่งโพสท่า
ภาพถ่ายโดย HANS HILDEBRAND
หมวกวินเทจ
ผู้ชายและผู้หญิงจาก เมือง Otavalo ประเทศเอกวาดอร์โพสท่าถ่ายรูปกับหมวกทรงถ้วย
ภาพถ่ายโดย JACOB J. GAYER

 

เรื่องแนะนำ

ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก

แม้จะอำลาโลกนี้ไปแล้วถึง 500 ปี แต่ความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดกับวิสัยทัศน์ล้ำยุคทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวิศวกรรมศาสตร์ ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ยังทำให้โลกตื่นตะลึงได้เสมอ

ชีวิตที่จำต้องเลือกของชาวพม่าในไทย

สภาพภายในอาคารที่พักของ แรงงานพม่า ในตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นชุมชนแรงงานพม่าที่ใหญ่และหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แรงงานเหล่านี้อาศัยรวมกันในสภาพแออัดทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเหลือเงินไว้สำหรับจ่ายค่านายหน้าและค่าเอกสารอีกสารพัด จากแรงงานต่างด้าวถึงผู้หนีภัยสงคราม แรงงานพม่า หลายแสนคนต้องพลัดพรากจากแผ่นดินเกิด เมื่อความหวังเริ่มทอประกาย พวกเขาต่างรอคอยวันหวนคืนสู่มาตุภูมิ เรื่อง ลำไผ่ อินตะเทพ ภาพถ่าย สิทธิชัย จิตตะทัต ตีพิมพ์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2556 นอกจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ว่ากันว่ามีถึง 135 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่พม่า มอญ กะเหรี่ยง ยะไข่ ไทใหญ่ ไปจนถึงพม่ามุสลิมหรือโรฮิงยา สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่ายังเป็นแดนดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดดินแดนหนึ่งในภูมิภาค ทว่าประชาชนในประเทศกลับได้รับอานิสงส์จากความเพียบพร้อมดังกล่าวเพียงกระผีกริ้น ผนวกกับบทเรียนราคาแพงจากยุครัฐบาลทหารอันยาวนาน ประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้ง เช่น การฉีกสนธิสัญญาปางโหลง และเหตุการณ์นองเลือด 8888 (จากการเรียกร้องประชาธิปไตยของขบวนการนักศึกษาซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1988) ตลอดจนการปฏิเสธบทบาทพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สงครามยืดเยื้อกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ความยากจนอัตคัดแทบทุกพื้นที่ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ยังคงเป็นปัจจัยผลักดันชาวพม่ากว่าล้านคนให้เดินทางมาสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยไม่ขาดสาย ณ สยามเมืองยิ้มที่มักพรากรอยยิ้มไปจากผู้มาเยือน แรงงานพม่า “ทำไมมาไทยน่ะหรือ อยู่พม่ามีหวังคงอดตาย” นายวิน […]

กล้าลองนวดตัวด้วยใบมีดไหม?

ปวดเมื่อยก็ต้องไปนวด แต่ถ้าบริการนวดตัวแบบเดิมๆ ยังไม่เร้าใจพอ ขอแนะนำให้คุณผู้อ่านลองบินไปที่ไต้หวัน รับบริการนวดตัวแบบใหม่ที่ไม่ใช้มือ แต่ใช้มีดปังตอช่วยคลายเส้น ศาสตร์การนวดตัวด้วยมีดนี้ ทางร้านระบุว่าเป็นวิชาเก่าแก่ของจีนที่สามารถย้อนอายุไปได้ไกลถึง 2,500 ปีเลยทีเดียว โดยใช้หลักการยินและหยางแทนมีด 2 เล่มช่วยกระตุ้นให้พลังงานในร่างกายขับเคลื่อนและรู้สึกผ่อนคลายลง ทั้งนี้มีดที่พวกเขานำมาใช้นั้นเป็นมีดแบบพิเศษ ไม่ใช่มีดทำครัว ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตราย สนนราคาค่านวดแต่ละครั้งอยู่ที่ราว 1,300 บาท   อ่านเพิ่มเติม : อยู่กับคนตายเป็นปี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินโดนีเซีย, อะจึ๋ย! เต่าสองหัว มันจะรอดไหมนี่?

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]