คาร์นิวัล และงานเต้นรำสวนหน้ากากอื่นๆ ในทวีปอเมริกา เพื่อสะท้อนรากเหง้าของวัฒนธรรม

พิธีกรรมของเหล่าขบถ ผู้เปียมพลังชีวิต

ระหว่างเดินทางไปเฮติเมื่อสองสามปีก่อน ฉันออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวไปยังแจ็กเมลเมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีงาน คาร์นิวัล (Carnival) หรือ “คานาวัล” (Kanaval) ในภาษาครีโอลของเฮติ ได้รับการเฉลิมฉลองก่อนงานคาร์นิวัลแห่งชาติในกรุงปอร์โตแปรงซ์หนึ่งสัปดาห์

ท่วงทำนองของงาน คาร์นิวัล ที่แจ็กเมลเรียบง่ายกว่าการเฉลิมฉลองในถิ่นอื่น ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ดนตรีและการเต้น เมแร็ง อย่างที่เรียกขานกันในชาติที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสแห่งนี้ ตั้งแต่บรรดาเด็กชายที่ทาเนื้อตัวด้วยเขม่าสีดำ ไปจนถึงเสียงของ รารา หรือจังหวะแบบวูดูที่ถือเป็นแกนหลักของการเฉลิมฉลอง คาร์นิวัล ในเฮติ ไปจนถึงบรรดานักดนตรีที่ตีกลองหรือเป่าทรัมเป็ตทำจากโลหะรีไซเคิลและแตรไม้ไผ่ ซึ่งทุกจังหวะเล่าเรื่องราวของตัวเองพอ ๆ กับที่พาให้เรานึกอยากเต้นระบำ

เรื่อง แจกเกอลีน ชาร์ลส์

ภาพถ่าย ชาร์ลส์ เฟรเช

คาร์นิวัล, ชนเผ่า, พื้นเมือง, เฉลิมฉลอง
กวาเดอลูป ผู้เข้าร่วมงานคาร์นิวัลชาวกวาเดอลูปซึ่งถูกมองว่าเป็นอวตารของภูตผี ตีกลองที่เรียกว่า โบอัลลา ก่อนวันพุธรับเถ้า (Ash Wednesday) ในการเดินขบวนเพื่อปลุกเร้าสาธารณชน เรื่อนร่างที่ถูกระบายสีของหนุ่มสองคนนี้ ซีกหนึ่งแสดงถึงบรรพบุรุษพื้นเมือง อีกซีกหนึ่งเป็นตัวแทนของบรรพบุรุษชาวมารูน ผู้เคยตกเป็นทาสผิวดำในอเมริกา พวกเขายืนอยู่ในทะเลใกล้เบ-เมาต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงชาวแอฟริกันกว่า 12 ล้านคนที่ถูกจับเป็นทาสพวกยุโรป และถูกส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทวีปอเมริกาในช่วงศตวรรษที่สิบหกถึงศตวรรษที่สิบเก้า

สำหรับบางคน ฤดูกาลคาร์นิวัลโดยเฉพาะงานมาร์ดิกราส์ในนิวออร์ลีนส์ หมายถึงการเผยเนื้อหนังมังสาจนเกินพอดี งานปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงมีทั้งการดื่มกินและคาวโลกีย์ แต่ในหลายพื้นที่แถบแคริบเบียน คาร์นิวัลหรือที่รู้จักกันในชื่อ “คาร์นาวัล” ในบราซิล เป็นมากกว่าความสำราญเละเทะดึงดูดนักท่องเที่ยวทว่าเป็นพื้นที่แห่งศิลปะ กระบอกเสียงสาธารณะ การแสดงออกอย่างไม่ขวยเขินของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความเป็นตัวของตัวเอง โดยลูกหลานชาวแอฟริกันผู้ถูกจับเป็นทาส เมื่อถูกห้ามจากการบูชาเทพเจ้าของตนเองหรือห้ามเข้าร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากากของเจ้านายชาวฝรั่งเศสและอังกฤษที่จัดก่อนเทศกาลมหาพรตในศตวรรษที่สิบแปด ทาสทั้งหลายก็หลอมรวมประเพณีของแอฟริกันกับวิถีชาวบ้านเข้ากับพิธีกรรมของเจ้าอาณานิคมเพื่อสร้างเทศกาลฉลองของตน

คาร์นิวัล, ชนพื้นเมือง, เครื่องแต่งกาย, ร่วมสมัย,
แอนติกาและบาร์บูดา ที่ฟอร์ตเจมส์บนเกาะแอนติกา หน้ากากสีชมพูที่สวมโดยคณะตัวตลกในเทศกาลคาร์นิวัล อาจสื่อถึงเจ้าอาณานิคมยุโรป (ในศตวรรษที่สิบแปด กองทัพเรือสหราชอาณาจักรอาศันอู่เรือที่นี่เป็นกำบัง) เครื่องแต่งกายคาร์นิวัลทั่วทวีปอเมริกามีรากมาจากประเพณีแอฟริกัน ยุโรป และชนพื้นเมือง แต่วิวัฒน์อย่างต่อเนื่องไปตามวัฒนธรรมร่วมสมัย

ทุกวันนี้ งานเฉลิมฉลองอย่างวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า วันกษัตริย์สามองค์ และวันแห่งผู้วายชนม์ มีรูปแบบแตกต่างกันในหมู่ชาวแอฟริกันพลัดถิ่น และอาจจัดในช่วงเวลาแตกต่างกันในรอบปี ทว่าเทศกาลเหล่านั้นล้วนมีองค์ประกอบร่วมอย่างเดียวกัน นั่นคือตัวละครที่แต่งตัวดิบเถื่อนเฉิดฉันผสมผสานกับคริสต์ศาสนา ความเชื่อแบบชาวบ้านและมุมมองอย่างชนพื้นเมืองในพิธีกรรมของขบถผู้เปี่ยมพลังชีวิต เบื้องหลังหน้ากากที่ถูกประดิดประดอยเพื่อพรางอัตลักษณ์ ผู้ร่วมฉลองได้บอกเล่าเรื่องราว ปลดปล่อยความคับแค้นใจ และในที่อย่างเฮติ ความปั่นป่วนจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมก็ขับเน้นกับฉากหลังของพิธีแห่แหน

“นี่คือขบถหรือการขัดขืนทางวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่ง” เฮนรี นาวาร์โร เดลกาโด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยไรเยอร์สัน ผู้สำรวจบทบาทของแฟชั่นในงานคาร์นิวัล กล่าวและเสริมว่า “นี่เป็นโอกาสสำหรับพวกเขาที่จะอวดอัตลักษณ์ของตนเองอยากที่นึกอยากทำ”

ปานามา, คาร์นิวัล, วัฒนธรรม, แอฟริกัน
ปานามา ในเมืองเชโพมักจัดงานฉลองในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ศาสนจักรคาทอลิกในทวีปอเมริกาใช้ประเพณีวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้าเพื่อเปลี่ยนศาสนาคนพื้นเมือง และลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากชาวแอฟริกัน ให้ถือคริสต์ผ่านทางละครข้างถนน เครื่องแต่งกายของเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ มีทั้งหน้ากากเปเปอร์มาเชและกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในวัฒนธรรมแอฟริกันตะวันตกเช่นกัน

ตัวละครที่เป็นศูนย์กลางของงานคาร์นิวัลหลายๆ งานคือ ไดอะโบล ปีศาจจอมเจ้าเล่ห์ ในสาธารณรัฐโดมินิกัน ปีศาจตนนี้อาจเป็นนักมายากลที่เดินกะโผลกกะเผลกพร้อมกับแส้ ในตรินิแดด อาจเป็นปีศาจสีฟ้าที่ถูกล้อเลียนและถูกต่อยตีในฐานะสัญลักษณ์ของความทารุณของการค้าทาส และที่ปานามามักมาในคราบนายทาสผู้ใช้แส้หวดสู้กับทาสชาวแอฟริกันที่หลบหนี แน่นอนว่าปีศาจตนนี้ย่อมเป็นตัวร้ายตามบริบทของนิกายโรมันคาทอลิกหรือยุโรป แต่ระหว่างงานคาร์นิวัล มันเป็นวิญญาณดื้อรั้นที่ช่วยสร้างสมดุลให้โลกและเขย่าสิ่งต่างๆ ให้เข้าที่

ไม่มีงานคาร์นิวัลใดจะสมบูรณ์ได้ หากปราศจากการเต้นรำหน้ากากที่ยึดโยงความสัมพันธ์ระหว่างทาสกับเจ้าอาณานิคม หรือในบางกรณีก็ล้อเลียนผู้กดขี่เหล่านั้น

เฮติ, เทศกาล, คาร์นิวัล, อาณานิคม
เฮติ แจ็กเมลเป็นถิ่นหนึ่งที่จัดงานคาร์นิวัลได้อย่างสร้างสรรค์ที่สุดในภูมิภาค ช่างภาพ ชาร์ลส์ เฟรเช บอกว่า ผู้เข้าร่วมงานบางคนเลือกวิธีพื้นฐาน เช่น บอดีเพนต์สีสันสดใสและวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น งานคาร์นิวัลครั้งแรกในเฮติจัดขึ้นในปี 1927 เมื่อประเทศถูกยึดครองโดยสหรัฐอเมริกา ระหว่างเทศกาลคาร์นิวัล ผู้ร่วมงานเต้นรำ ในชุดหน้ากากเพื่อเชิดชูการดิ้นรนต่อสู้้ในประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ปัจจุบันในสังคมเฮติ

การเต้นระบำจำนวนมากต้องอาศัยการฝึกฝน เอมี โกรโล ภัณฑารักษ์แผนกลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
แห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านนานาชาติที่แซนตาเฟ นิวเม็กซิโก กล่าว “สำหรับพวกเขาตัวละครต่าง ๆ ล้วนมีธาตุอันศักดิ์สิทธิ์” ไม่ว่าจะเป็นตัวสัตว์จากโคลอมเบียหรือการเต้นกาพัค นีโกรที่แสดงถึงทาสชาวเปรูเชื้อสายแอฟริกัน งานคาร์นิวัลเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองที่อลหม่าน หากเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และมรดกที่รวมเราเป็นหนึ่งในฐานะคนผิวสีไม่ว่าเราจะพูดภาษาไหนหรือมาจากถิ่นใด


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: สายธารแห่งศรัทธาชนในพิธีกุมภ์เมลา

เรื่องแนะนำ

รายากับมังกรตัวสุดท้าย : ดิสนีย์นำเสนอความเป็นอาเซียนในแอนิเมชันอย่างไร

เป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเจ้าหญิงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่าน รายา กับมังกรตัวสุดท้าย ทว่า ภาพยนตร์เรื่องสามารถแสดงออกถึงวัฒนธรรมจากภูมิภาคนี้ได้ดีเพียงใด เรื่องราวในดินแดนจินตนาการ การต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรคของตัวละครเอก เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนาในจิตใจ คือสูตรสำเร็จในการเล่าเรื่องของภาพยนตร์จากดิสนีย์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน บ่อยครั้งเช่นเดียวกันที่ดินแดนในจินตนาการเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาจากภูมิภาคหรือประเทศที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริงอย่าง ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้  (Moana) ที่เชื่อว่านำมาต้นแบบมาจากประเทศแถบหมู่เกาะในเขตโอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก อะลาดิน จากภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือมู่หลาน ที่เชื่อว่าเป็นวีรสตรีต้นแบบจากประเทศจีนยุคโบราณ และหลังจากในรอบ 90 ปี การก่อตั้งสตูดิโอ ดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันที่นำฉากหลังจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง  รายากับมังกรตัวสุดท้าย (Raya and the Last Dragon)  ที่ทางทีมผู้สร้างกล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เดินทางไปในภูมิภาคดังกล่าว รายากับมังกรตัวสุดท้าย เล่าเรื่องถึงนครสมมติที่ชื่อว่า คูมันตรา ที่ครั้งหนึ่งเป็นนครที่ทั้งมนุษย์และมังกรอยู่ร่วมกันเมื่อ 500 ปีก่อน โดยมังกรเป็นผู้ดูแลและดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์บนโลก จนกระทั่งมีปีศาจที่ชื่อว่า ‘ดรูน’ ที่มีลักษณะคล้ายหมอกควันเข้ามาทำร้ายมนุษย์ ทำให้เผ่าพันธุ์มังกรต้องเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องมนุษย์และโลกใบนี้ไว้ ทิ้งไว้เพียงอัญมณีมังกร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งพลังจากมังกรที่คอยปกปักโลกนี้เอาไว้เบื้องหลัง แต่ตามตำนาน ยังมีมังกรตัวสุดท้ายที่ชื่อว่า ซิซู ที่ยังคงหลับใหลและซ่อนตัวอยู่หลังจากเหตุการณ์เสียสละของเผ่าพันธุ์ครั้งนั้น ทว่าหลังจากนั้น ผู้คนในนครคูมันตราเกิดความขัดแย้งจนต้องแตกตัวเองออกเป็น 5 เผ่าใหญ่ และมีการแย่งชิงอัญมณีดังกล่าวซึ่งถูกเก็บรักษาไว้โดยเจ้าเมืองเบญจา เจ้าเมืองผู้มีความฝันว่าต้องการรวมผู้คนจาก 5 […]

สวาซิแลนด์เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว

สวาซิแลนด์ถือเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนชื่อของประเทศมาเป็น "เอสวาตินี" มาย้อนชมประวัติศาสตร์กันว่าก่อนหน้านี้มีประเทศไหนอีกบ้างที่เคยเปลี่ยนชื่อ

ของเล่นทำมือ สมบัติเดียวที่เด็กผู้ลี้ภัยในยูกันดามี

ณ ค่ายผู้ลี้ภัยอันห่างไกลในยูกันดา เด็กๆ ชาวเซาท์ซูดานเหล่านี้สร้างความบันเทิงให้แก่ชีวิตตนเอง ด้วยของเล่นที่ประดิษฐ์จากโคลน, กระดาษ และพลาสติก

เล่าเรื่องเหล้า กับวัฒนธรรมเมรัย

“หวาก” หรือนํ้าตาลเมาเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านของภาคใต้ ใช้เปลือกไม้ต้นเคี่ยมแต่งรส ดื่มกันทั่วไปแถบคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งเป็นแหล่งต้นตาลโตนดมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือกำเนิดพร้อมอารยธรรมมนุษย์ เป็นทั้งวิทยาศาสตร์ ของมึนเมา และของขวัญจากพระเจ้า เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ ภาพถ่าย บัณฑิต โชติสุวรรณ “ความยิ่งใหญ่จากสิ่งเล็กๆ” ผมรำพึงขณะจรดปลายลวดโลหะบนผิวจานเพาะเชื้ออย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ “ลูป” หรือปลายลวดกลม เขี่ยจุดขาวครีมคล้ายขี้ฟันเล็กๆขึ้นมาจุดหนึ่ง จากนั้นบรรจงปาดปลายลวดลงบนจานเพาะเชื้ออีกใบที่รองพื้นด้วยวุ้นเรียบใส ซึ่งประกอบขึ้นจากเจลาติน นํ้าจากมันฝรั่งต้ม สารอาหารและวิตามินอีกหลายชนิด ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กลุ่มจุดสีขาวขุ่นนี้จะขยายเผ่าพันธุ์บนดินแดนใหม่ ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายและสมถะ ผมกำลังเรียนและฝึกเพาะขยายพันธุ์ยีสต์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และไม่มีทางใดที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ยีสต์ที่ผมกำลังขยายพันธุ์คือ Saccharomyces cerevisiae หรือยีสต์ที่ใช้ในการหมักซึ่งดำรงชีวิตด้วยการกินนํ้าตาลเป็นแหล่งพลังงาน ทว่าพวกมันคงไม่รู้ตัวว่า การดำรงชีวิตของมันได้สร้างผลิตผลอันยิ่งใหญ่ อันเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มที่แพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก นั่นคือแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอารยธรรมเก่าแก่พอๆ กับกสิกรรมและการเพาะปลูก สุราเป็นผลผลิตจากกระบวนการหมัก (fermentation) นํ้าตาลหรือแป้งซึ่งพบในธัญพืชหรือผลไม้ โดยใช้ยีสต์หรือราแปรสภาพนํ้าตาลหรือแป้งเป็นเอทานอลรวมทั้งสารเคมีอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ วัตถุดิบ รวมทั้งเชื้อยีสต์หรือราในท้องถิ่น จึงส่งผลให้สุราในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน “อาจเป็นเพราะสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับยีสต์ชนิดนี้ครับ ถ้าภูมิภาคเหนือขึ้นไปกลับไม่ค่อยเปรี้ยว สาเกของญี่ปุ่นจึงนุ่ม และรสชาติเปรี้ยวน้อยกว่า” ผศ.ดร. เจริญ เจริญชัย […]