ชีวิตที่โลดแล่นบนรางของพนักงานขับ แอร์พอร์ตลิงก์ หญิง - National Geographic Thailand

ชีวิตที่โลดแล่นบนรางของพนักงานขับแอร์พอร์ตลิงก์หญิง

 พูดคุยพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ หญิง 2 คน ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนและรับตำแหน่งไม่กี่เดือน กับเรื่องราว “อาชีพในฝัน” ของพวกเธอ

“โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ”

ถ้าในยุคที่ผมยังเป็นเด็กน้อย เราก็มักตอบคำถามยอดฮิตของผู้ใหญ่นี้ว่า “หนูอยากเป็นทหาร… ตำรวจ… หมอ… พยาบาล” กลับกันถ้ามาถามเด็กๆในยุคนี้คำตอบอาจต่างไป ด้วยเรื่องของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน

เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเองได้ทำความรู้จักอาชีพหนึ่ง นั่นคือ “พนักงานควบคุมรถไฟฟ้า” พูดง่ายๆก็คือคนขับรถไฟฟ้านั่นแหละ ผมมองว่านี่เป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังเติบโตในบ้านเรา เพียงแต่ไม่ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทำให้น้องๆที่เรียนจบแล้ว กำลังจะเรียนจบ หรือน้องๆที่ยังอยู่ในวัยฝันหวานยังไม่ค่อยรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่ในบ้านเรา

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ แนน – นิตยาวรรณ ชื่นชม และ บิว – ธิดารัตน์ งามตา 2 สาวตัวเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า อาชีพนี้มีพนักงานหญิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่น้องทั้งสองคนนี้ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยชั่วโมงการทำงานเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทั้งคู่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจัดว่าเป็นขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในเมืองไทย เพราะเป็นขบวนที่วิ่งระหว่างเมือง จึงจำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง

ผมนัดพบทั้ง 2 สาวที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน 2 ร่างบอบบางเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว บทสนทนาระหว่างแนน บิว และผมก็เริ่มขึ้น

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า, สถานีมักกะสัน
แนน – นิตยาวรรณ ชื่นชม (ซ้าย) และ บิว – ธิดารัตน์ งามตา (ขวา) ในเครื่องแบบพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่อาคารสำนักงานย่านมักกะสัน

เรียนจบอะไรมาถึงได้เข้ามาทำงานนี้
บิว : หนูจบวิศวกรรมเหมืองแร่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตอนแรกก็ทำงานอื่นก่อนจนเพื่อนที่ทำงานเก่าด้วยกันลาออกมาทำอยู่รถไฟฟ้า เขาบอกว่างานนี้ดีนะ น่าลอง ผ่านไประยะหนึ่งหนูก็เริ่มหาข้อมูลแล้วมาสมัคร โดยเพื่อนที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้เป็นคนหาข้อมูลให้ว่าเขารับผู้หญิงด้วย หนูจึงเริ่มสนใจรถไฟฟ้าแบบจริงจัง

แนน : ส่วนหนูเรียนจบบรรณารักษ์จากมหาวิทยาลัยบรูพา ก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะเราเรียนเกี่ยวกับด้านเอกสารมามาก แต่ด้วยใจที่สู้และหวังไว้สูง จึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่น อีกอย่างเริ่มมาจากหนูใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำและคิดอยู่เสมอว่าอยากทำงานเกี่ยวกับรถไฟฟ้า ช่วงที่เรียนอยู่ก็คิดว่ารถไฟฟ้าในบ้านเรากำลังเปิดอีกหลายเส้นทาง เลยอยากมาลองทำสายอาชีพนี้ แล้วมีเพื่อนทำเกี่ยวกับรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนคนนี้ด้วย จึงอยากมาเป็นคนขับรถไฟฟ้า ลองมาสมัครดู ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ เพราะคนมาสมัครเยอะโดยเฉพาะผู้ชาย ผู้หญิงมีแค่ 2 คนเอง พอได้รับการคัดเลือกก็ดีใจมากค่ะ

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

เคยฝันไหมว่าจะได้มาทำงานนี้
แนน : คิดแค่ว่าอยากทำงานที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้า แต่ไม่คิดว่าจะมาเป็นถึงคนขับรถไฟฟ้า

บิว : ไม่เคยคิดเลยค่ะ อาจเป็นเพราะว่าหนูเป็นคนต่างจังหวัดด้วยและไม่เคยเห็นรถไฟฟ้า คิดแค่อยากเป็นวิศวกร

ต้องพยายามแค่ไหนถึงจะได้อยู่ตรงจุดนี้
แนน : คนเรามีศักยภาพไม่เหมือนกัน อย่างหนูต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น เพราะรู้ว่าตัวเองมีข้อเสียตรงไหนที่อาจยังไม่เหมาะกับงานนี้ หนูคิดว่ามันไม่เกี่ยวที่ว่าใครจะฉลาดกว่าหรือเรียนเก่งกว่า แต่เป็นเรื่องข้อดีข้อเสียของแต่ละบุคคลมากกว่าที่จะเหมาะกับงานนี้หรือไม่ ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราจะต้องพยายามและพัฒนาให้ได้ดีและมากกว่าคนอื่น เพราะเรารู้จักตัวเองมากกว่าที่คนอื่นจะรู้จักตัวเรา

บิว : หนูจะเครียดมากกว่า เพราะมาทีหลังเพื่อนๆ เขาเรียนกันไปก่อนแล้วเดือนหนึ่ง ครูก็บอกว่าเพื่อนรออยู่ มันเป็นความกดดันมากกว่า เราต้องทบทวนความรู้ตลอดเวลา เรียนเสร็จกลับบ้านอ่านชีตต่อ ครูถามต้องตอบได้ เราต้องเร่งตัวเราเองให้ทันเพื่อน หนูจึงต้องพยายามทบทวนมากกว่าคนอื่นนิดหนึ่ง

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

หลังประกาศผลว่าได้เข้าทำงานขับรถไฟฟ้าแล้วต้องเรียนรู้อะไรบ้าง
แนน : เรียนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแอร์พอร์ตลิงก์ เรียนเกี่ยวกับตัวรถไฟฟ้า การแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและกรณีรถไฟฟ้าเสียเราจะต้องทำอะไรบ้าง

บิว : เรียนเหมือนกันเลยค่ะ ใช้เวลาเรียนและสอบทั้งหมด 6 เดือน เรียนทฤษฎีพร้อมกับปฏิบัติ ก่อนที่จะขับจริงจะมีสอนการเตรียมรถให้พร้อมก่อนให้บริการ ต้องสอบให้ผ่านตรงจุดนี้ก่อน ถึงจะได้ขับรถไฟฟ้าให้บริการ และถ้าสอบไม่ผ่านนั่นคือเราจะไม่ได้ทำงานตรงนี้เลย

แอร์พอร์ตลิงก์ต่างจากรถไฟฟ้า BTS และ MRT อย่างไร
แนน : แอร์พอร์ตลิงก์เป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มีความเร็วเฉลี่ย 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ BTS และ MRT ใช้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้กระแสไฟฟ้าจากราง ส่วนแอร์พอร์ตลิงก์ใช้กระแสไฟฟ้าจากเสาด้านบนซึ่งมีความเสี่ยงแตกต่างกันแอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

ครอบครัวแปลกใจไหมที่ลูกสาวมาขับรถไฟฟ้า
บิว : หนูไม่ได้บอกรายละเอียด บอกเพียงแต่ว่าทำงานที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ไม่ได้บอกว่าทำตำแหน่งอะไร ที่บ้านเลยเฉยๆ แต่จะเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่ามากกว่าที่ตื่นเต้นกับงานของหนู

แนน : ไม่แปลกใจค่ะ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องทำที่นี่ คุณแม่สนับสนุนหนูในทุกเรื่อง

ทุกวันนี้รู้สึกเหมือนได้ทำงานในฝันไหม
บิว : มันเกินฝันค่ะ ตอนนี้เรายังรู้สึกว่าเราทำอะไรเนี่ย อย่างเวลากลับบ้านที่ต่างจังหวัดใครๆเจอก็ถามหนูว่าทำงานอะไร พอบอกไปทุกคนล้วนตื่นเต้นไปกับเรา

แนน : ของหนูได้ดั่งฝันเลยค่ะแอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

คิดว่าความเป็นผู้หญิงกับผู้ชายในการทำงานตรงนี้มีความต่างกันไหม
บิว : ต่างค่ะ ในเรื่องการใช้แรง อย่างเช่นการเปิด-ปิดประตูเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน บางครั้งมันต้องเปิดด้วยแรงคน เราต้องออกแรงมากกว่าผู้ชาย เพราะสรีระของเราเล็กกว่า

แนน : เราต้องฝึกร่างกายให้พร้อมและแข็งแรงอยู่เสมอ ที่ขาดไม่ได้คือฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง เรารู้ว่าสรีระของเราเล็ก ครูก็จะบอกให้ไปออกกำลังกาย ส่วนเรื่องจิตใจ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ มันก็ต้องทำได้

2 เดือนกับการปฏิบัติงานจริง ได้อะไรบ้าง
บิว : หนูมีสมาธิขึ้นและนิ่งขึ้นเยอะเวลาขับรถส่วนตัว จากที่เป็นคนอารมณ์ร้อน ทุกวันนี้มีสติและสมาธิมากกว่าเดิมเยอะเลย

แนน : ก่อนหน้านี้หนูคิดในใจเลยว่าจะหางานใหม่ เพราะตอนปฏิบัติจริงมันกดดันมากๆ มันดิ่งสุดๆเลยในชีวิต คิดถึงครอบครัว บางทีเรากลับบ้านก็เอาความทุกข์ในใจเรากลับไปด้วย คนรอบข้างเห็นก็ไม่สบายใจ จนวันหนึ่งคุยกับตัวเองในกระจกว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้ ทำไมถึงท้อ จนได้คำตอบว่าเราจะต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร บอกกับตัวเองว่าเราจะไม่ยอมแพ้ในสิ่งที่เราหวังไว้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันสอนให้หนูสู้และไม่ยอมแพ้ หนูถึงได้มีวันนี้ที่เราหวังและฝันไว้แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

ความรู้สึกในวันแรกที่ขับรับผู้โดยสาร
บิว : ครั้งแรกที่ต้องบินเดี่ยวโดยไม่มีพี่เลี้ยงเป็นวันที่กดดันมาก ตื่นเต้นตลอด สุดท้ายเลยจุดจอดไปนิดหนึ่ง โชคดีที่ประตูยังเปิดได้ พอเสร็จงานก็ต้องเขียนรายงาน พอรอบสองรอบสามเริ่มคลายความกังวลลงไปได้เยอะพอควร

แนน : ตอนนั้นหนูเกร็งไปหมด ทำอะไรไม่ถูกว่าต้องทำอันไหนก่อนหลัง กลัวผิดพลาดไปหมด และรู้สึกว่าตัวเองช้ามาก แต่พอวิ่งได้ไม่กี่เที่ยวก็เริ่มคุ้นเคย ต้องใช้เวลาปรับตัวแอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

หน้าที่ของผู้ควบคุมรถไฟฟ้าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
แนน : รับรถให้ตรงตามตารางงานที่เราได้รับมอบหมายมาว่าในวันนั้นเราลงงานกี่โมง ในตารางงานจะบอกหมดว่าเราจะต้องรับรถขบวนไหน ฝั่งไหน แล้วขึ้นไปรับให้ตรงตามเวลาที่กำหนด และส่งต่อข้อมูลกับเพื่อนร่วมงานที่เราไปรับต่อว่ารถคันนี้ปกติดีไหม หรือมีอะไรบกพร่องตรงจุดไหน

บิว : จากนั้นเข้าประจำที่และดูความปลอดภัยของผู้โดยสารว่าเข้าภายในตัวขบวนรถหมดหรือยัง และมอง CCTV ประกอบการตัดสินใจในการปิดประตูรถ พอขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานีก็จะดูความเรียบร้อยของเส้นทางและคอยรายงานต้นทางว่าขบวนรถอยู่ตรงไหน รถคันนี้ใครขับ ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ในช่วงที่พักเบรก ก็จะมีเจ้าหน้าที่มารับรถตลอด

แอร์พอร์ตลิงก์, พนักงานขับรถไฟฟ้า

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้หญิงตัวเล็กๆที่ขับเคลื่อนเครื่องจักรใหญ่ๆในเมืองหลวงของประเทศไทย พวกเธออาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่พวกเธอก็มีความฝันและพยายามตามหาความฝันของตัวเองโดยไม่ปล่อยให้เวลาและโอกาสหลุดมือไป พอได้ฟังน้องทั้งสองคนแล้วผมก็รู้สึกว่าอย่างน้อยในอนาคตพนักงานขับรถไฟฟ้าอาจเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆอีกหลายคน

เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ: ศุภกร ศรีสกุล


อ่านเพิ่มเติม ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”ดูนก, ป้ากล้อง

เรื่องแนะนำ

ชีวิตที่โลดแล่นบนรางของพนักงานขับแอร์พอร์ตลิงก์หญิง

 พูดคุยพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ หญิง 2 คน ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนและรับตำแหน่งไม่กี่เดือน กับเรื่องราว “อาชีพในฝัน” ของพวกเธอ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ” ถ้าในยุคที่ผมยังเป็นเด็กน้อย เราก็มักตอบคำถามยอดฮิตของผู้ใหญ่นี้ว่า “หนูอยากเป็นทหาร… ตำรวจ… หมอ… พยาบาล” กลับกันถ้ามาถามเด็กๆในยุคนี้คำตอบอาจต่างไป ด้วยเรื่องของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเองได้ทำความรู้จักอาชีพหนึ่ง นั่นคือ “พนักงานควบคุมรถไฟฟ้า” พูดง่ายๆก็คือคนขับรถไฟฟ้านั่นแหละ ผมมองว่านี่เป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังเติบโตในบ้านเรา เพียงแต่ไม่ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทำให้น้องๆที่เรียนจบแล้ว กำลังจะเรียนจบ หรือน้องๆที่ยังอยู่ในวัยฝันหวานยังไม่ค่อยรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่ในบ้านเรา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ แนน – นิตยาวรรณ ชื่นชม และ บิว – ธิดารัตน์ งามตา 2 สาวตัวเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า อาชีพนี้มีพนักงานหญิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่น้องทั้งสองคนนี้ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยชั่วโมงการทำงานเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทั้งคู่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจัดว่าเป็นขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในเมืองไทย เพราะเป็นขบวนที่วิ่งระหว่างเมือง จึงจำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง ผมนัดพบทั้ง 2 สาวที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน 2 ร่างบอบบางเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว […]

กลับไปเยือนฟุกุชิมะ

กลับไปเยือน ฟุกุชิมะ หลายปีผ่านไปหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัตินิวเคลียร์ในจังหวัด ฟุกุชิมะ ระดับของกัมมันตรังสียังคงสูงและอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ ขณะนี้บริเวณรอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดภัยพิบัติกลายสภาพมาเป็นเมืองร้าง ร่วมเดินทางกลับไปยังเมือง Futaba ที่ตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าราว 2.5 ไมล์ พร้อมกับชายผู้เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ออกสำรวจเมืองอันเงียบเหงาและบ้านของเขาที่ร่องรอยของการมีชีวิตอยู่ยังคงปรากฏให้เห็น พร้อมรับฟังว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปอย่างไรบ้าง ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นใช้เงินจำนวนหลายพันล้านดอลล่าร์ในการทำความสะอาดพื้นที่รอบๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ซึ่งทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาปริมาณรังสีที่ตกค้างลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตามคาดกันว่าบริเวณที่ใกล้กับศูนย์กลางภัยพิบัตินั้นอาจไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ให้กลับมาอยู่อาศัยได้อีก   อ่านเพิ่มเติม นี่คือสิ่งที่อาวุธนิวเคลียร์ทิ้งเอาไว้

แอนิมอล ฟาร์ม : นวนิยายแห่งการเสียดสีอำนาจนิยม

เรื่องราวและข้อมูลนวนิยายระดับโลกเรื่อง แอนิมอล ฟาร์ม ที่สะท้อนความโหดร้ายของการปกครองในระบบอำนาจนิยม ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ในสังคมไทยขณะนี้ นวนิยายไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบันเทิง หากแต่เป็นเรื่องราวของการบันทึกประวัติศาสตร์ และสายธารแห่งความคิดในยุคสมัยที่มีการตีพิมพ์ได้เช่นเดียวกัน แอนิมอล ฟาร์ม (Animal Farm) นวนิยายเสียดสีการเมือง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกของของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1945 มาจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 74 ปีมาแล้วที่นวนิยายเรื่องนี้ได้โลดแล่นในวงวรรณกรรมและครองใจผู้อ่านทั่วโลก แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของประเทศไทยถึงกับแนะนำหนังสือฉบับนี้ให้ประชาชนได้อ่านเนื่องจาก “ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี” ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกระแสพูดถึงนวนิยายเรื่องนี้ในวงกว้าง ทั้งผู้ที่เคยอ่านมาแล้ว และนักอ่านหน้าใหม่ที่สนใจว่า นวนิยายเรื่องนี้ที่ว่ากันว่าเป็นการเสียดการเมืองในระบอบอำนาจนิยม-สังคมนิยมนั้นมีการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบใด และสามารถเปรียบเรื่องราวกับการเมืองไทยที่กำลังเข้มข้นในช่วงเวลานี้อย่างไรบ้าง นักเขียนผู้สร้างผลงานเพื่อเรียกร้องต่อสังคม จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) เป็นนามปากกาของ เอริค อาเธอร์ แบลร์ (Eric Arthur Blair) นักเขียนชาวอังกฤษ เกิดเมื่อปี 1903 ที่ประเทศอินเดีย ในช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิอังกฤษ เขาได้ย้ายไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้พัฒนาความสนใจเรื่องการแต่งวรรณกรรม ก่อนที่เขาจะย้ายไปพม่าเพื่อเป็นตำรวจในสังกัดของรัฐบาลอังกฤษ หลังจากเป็นตำรวจมาได้ 5 ปี […]

โลกร้างใบจิ๋ว

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ลอรี นิกซ์ และ แคทลีน  เกอร์เบอร์ เมืองที่กลายเป็นซากปรัก รถไฟจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง โรงเรียนที่เงียบสงัด ห้องสมุด และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา  ผู้คนอันตรธานไป นี่คือจุดจบของโลกที่เรารู้จักแต่ลอรี นิกซ์ กลับรู้สึกสบายดี อันที่จริงเธอและแคทลีน เกอร์เบอร์ ซึ่งเป็น คู่หูทั้งในเรื่องศิลปะและชีวิตจริง คือสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังฉากสิ้นโลกเหล่านี้ วันฟ้าหม่นวันหนึ่งในฤดูหนาวทั้งคู่ กำลังทำงานอยู่ในห้องเช่าซึ่งเป็นทั้งที่พักและที่ทำงาน พวกเธอกำลังบรรจงสร้างฉากจำลองสามมิติของหายนะ นิกซ์เล่าว่าเป้าหมายของพวกเธอคือการสร้างและ ถ่ายภาพ “เรื่องราวที่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นั่นคือแบบจำลองของเมืองยุคไร้มนุษย์ หลังเกิดภัยพิบัติปริศนาทำลายล้างทุกสิ่ง” เพื่อ “ปลดปล่อย กระตุกต่อมคิด และปลุกเร้า” จินตนาการของผู้ชม “เราต้องการ[ให้ผู้ชม] ใคร่ครวญถึงปัจจุบันเราจะยังมีอนาคตอยู่หรือ ไม่ เราจะสามารถปกป้องตัวเองได้หรือเปล่า” นิกซ์ได้ความคิดส่วนใหญ่ในการรังสรรค์ผลงานอันสลับซับซ้อนนี้จากการนั่งรถไฟใต้ดิน หรือไม่ก็การเปิดหนังสือ ท่องเที่ยวต่าง ๆ แรงบันดาลใจอื่น ๆ มาจากความทรงจำในอดีตของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นในพื้นที่ที่เกิด พายุทอร์นาโดช่วงทศวรรษ 1970 หรือจากภาพยนตร์แนว ภัยพิบัติและแฟนตาซีอย่าง ตึกนรก (The Towering Inferno) และ […]