โลกของ คาวบอย เป็นอย่างไร? รู้ได้โดยการชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี ของพวกเขา

โลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

โลกของ คาวบอย เป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2017 ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงรัฐไอดาโฮ ประชาชนชาวสหรัฐจำนวนมากพากันเฉลิมฉลองเนื่องในวัน คาวบอย แห่งชาติ หนึ่งในวัฒนธรรมที่กลายเป็นภาพจำอันโด่งดังที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ

รัฐทั้งหมดรวม 12 รัฐจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากการแต่งกายเลียนแบบคาวบอยแล้ว ภายในงานยังมีการแสดงดนตรีพื้นบ้าน, การละเล่นพื้นบ้าน และอาหารอีกมากมาย

ชุดภาพถ่ายที่นำมาให้คุณผู้อ่านชมนี้ เป็นภาพถ่ายสีครั้งแรกของกลุ่มคาวบอยในสหรัฐ ทุกภาพผ่านการใช้เทคนิค Autochrome ด้วยการใช้อณูแป้งมันย้อมสี ทำหน้าที่เป็นไมโครฟิลเตอร์ ทาไว้ด้านบนของสารไวแสง เพื่อสร้างภาพสีขึ้นมาจากภาพถ่ายเก่า

คาวบอย
สองคาวบอยหนุ่มพักผ่อนอยู่ที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง ในบันเดอร์รา ฮิล รัฐเท็กซัส ปี 1928
คาวบอย
แฟชั่นของคาวบอยสาว จากเมืองฟอร์ตเวิร์ท รัฐเท็กซัส ปี 1928
คาวบอย
คาวบอยสาวแสดงให้น้องสาวของเธอเห็นว่าควรจับเชือกอย่างไร ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองฟอร์ตเวิร์ท รัฐเท็กซัส ปี 1928
คาวบอย
คนขายขนมปังชาวเม็กซิกันกับตะกร้าขนมปังของเขา
คาวบอย
แขกสองคนลองแต่งตัวเลียนแบบคาวบอย ในฟาร์มแห่งหนึ่ง ที่รัฐอริโซนา
คาวบอย
คาวบอยวัยรุ่นชื่นชมรองเท้าบู๊ทคู่สวย ในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ปี 1928
คาวบอย
ชาวไร่สองคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมในฟาร์ม ของบันเดอร์รา ฮิล รัฐเท็กซัส
คาวบอย
หญิงชาวไร่จากเมืองฟอร์ตเวิร์ท รัฐเท็กซัส อวดรองเท้าคาวบอยคู่สวย ในปี 1928
คาวบอย
กลุ่มคาวบอยหนุ่มจากเมืองซานอันโตนิโอ ในรัฐเท็กซัส นั่งพักผ่อนริมรั้ว

คาวบอยในภาพไม่ต่างอะไรจากที่คุณจิตนาการไว้ พวกเขาแต่งตัวตามสไตล์คาวบอย สวมหมวกและรองเท้าบู๊ทหนังอันเป็นเอกลักษณ์

คาวบอยกลายเป็นภาพจำและสัญลักษณ์ของดินแดนอเมริกาฝั่งตะวันตก แต่แท้จริงแล้ววัฒนธรรมนี้ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 18 เมื่อชาวสเปนเดินทางมาถึงดินแดนที่เป็นเม็กซิโกในปัจจุบัน พวกเขาได้จัดตั้งฟาร์มปศุสัตว์ขึ้น จากนั้นพื้นที่ก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และกินอาณาเขตไปถึงพื้นที่ที่กลายเป็นรัฐเท็กซัส, อริโซนา และนิวเม็กซิโกในปัจจุบัน เพื่อรักษาพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของพวกเขาเอาไว้ชาวสเปนได้จ้างชาวอเมริกันพื้นเมืองให้ดูแล ในฐานะ บาเควโร (Vaqueros) ซึ่งภาษาสเปนมีความหมายว่า คนขี่ม้าเลี้ยงวัว หรือหมายถึงคาวบอย

หลังสงครามเม็กซิกัน – อเมริกันสิ้นสุดลงในปี 1848 ผู้อพยพจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกพากันหลั่งไหลเข้ามาตั้งรกรากในฝั่งตะวันตก ดินแดนที่เคยเป็นของเม็กซิโกก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นของสหรัฐอเมริกา และวัฒนธรรมการดูแลปศุสัตว์ก็กลายมาเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นของชาวละตินอเมริกัน คนดูแลสัตว์พาฝูงวัวนับพันตัวเดินทางจากทางตะวันตกเฉียงใต้ไปยังทางตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งผลให้วัฒนธรรมแพร่กระจายไปในหลายรัฐอย่างรวดเร็ว

มาวันนี้แม้จะไม่มีฝูงสัตว์ขนาดใหญ่ให้ดูแลอย่างแต่ก่อนแล้ว แต่คาวบอยยังคงเป็นเอกลักษณ์ของอเมริกาเสมอมา

อ่านเพิ่มเติม : ชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโมซูล“หยุดงาน 1 วันแล้วไป เดินป่า ” ใบสั่งยาแบบใหม่จากหมอๆ ที่เซาต์ดาโกตา

เรื่องแนะนำ

กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?

กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม? มันมีหัวขนาดใหญ่ ผิวเป็นเมือกลื่น พร้อมหนวดทั้ง 8 ที่ขยับไปมาอย่างน่าสยอง ใช่แล้วมันคือหมึกนั่นเอง หมึกที่บางคนขนานนามมันว่าพวกมันคือสัตว์ที่น่าเกลียดน่ากลัว แต่ที่เกาหลีใต้หมึกคืออาหารมื้อเย็นอันโอชะ และคนเกาหลีไม่ปรุงหมึกหรือฆ่ามัน เพราะพวกเขากินมันทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่! ด้วยหนวดทั้ง 8 และปุ่มดูดนับพันปุ่ม การรับประทานหมึกแบบคนเกาหลีอาจอันตรายถึงชีวิตได้ พ่อค้าขายหมึกคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า มีครั้งหนึ่งที่เขากินหมึกเป็นๆ และหนวดข้างหนึ่งของหมึกติดอยู่ในซอกฟันเขา เขาไม่สามารถกลืนหมึกที่เหลือลงไปได้และนั่นทำให้เขาสำลักออกมา ถ้าเช่นนั้นทำไมยังมีคนนิยมทานอาหารเมนูอันตรายนี้? คนเกาหลีมีความเชื่อว่าการรับประทานหมึกนั้นจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมนักกีฬาเคนโด้ในเกาหลีจึงนิยมกินหมึกตัวเป็นๆ เพื่อบำรุงร่างกาย สำหรับวิธีการรับประทานพวกเขาจะนำหมึกที่ยังคงมีชีวิตมาพันรอบตะเกียบให้เป็นก้อนกลม จิ้มหมึกลงไปในซอสปรุงรส จากนั้นก็นำใส่ปากทันที….ไหนในนี้มีใครสนใจอยากชิมเมนูแปลกแบบคนเกาหลีนี้บ้าง?   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

สงครามกลางเมืองในโคลอมเบียคร่าชีวิตผู้ชายจากหมู่บ้านนี้ไปหมด แม้สันติภาพจะเกิดแล้วแต่ชาวบ้านที่เหลืออยู่ยังคงต้องทนทุกข์จากบาดแผลความขัดแย้ง

ทำความรู้จักกับ “สนูส” ตัวช่วยลดบุหรี่ ในสวีเดน

ผู้สูบบุหรี่ในสวีเดน และผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ระบุว่า Snus คือตัวช่วย ด้านหน่วยงานทางการแพทย์เองยังไม่มั่นใจว่ายาสูบแบบไร้ควันนี้จะนำไปสู่การก่อมะเร็งอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่

สำรวจโลก : การถือกำเนิดของประชากรโลก

เมื่อปี 2014 สตรีมีครรภ์เกือบหนึ่งในห้าของโลกให้กำเนิดทารกด้วยการผ่าท้องทำคลอด เดิมทีวิธีการผ่าตัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการนำทารกออกจากมดลูกผ่านทางท้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตระหว่างการทำคลอดทางช่องคลอด ทว่าอัตราการผ่าท้องทำคลอดในบางประเทศกลับสูงกว่าอัตราการประเมินขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การผ่าท้องทำคลอดช่วยป้องกันการเสียชีวิตของมารดาและทารกได้ร้อยละ 10 หลายเท่าตัว ทำไมบางประเทศจึงมีการผ่าท้องทำคลอดมากนัก แอนา พีลาร์ เบทรัน เจ้าหน้าที่การแพทย์ขององค์การอนามัยโลก บอกว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการผ่าท้องทำคลอดคือความคาดหวังของครอบครัวและแพทย์ที่ว่าการคลอดจะปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการคลอดที่ยาวนานหรือเจ็บปวดลงได้ อัตราการผ่าท้องทำคลอดที่สูงอย่างเช่น ในบราซิลอาจสะท้อนถึงความต้องการกำหนดเวลาเกิดของเด็ก ขณะที่อัตราที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลยังไม่เพียงพอ บราซิล – ประเทศที่มีอัตราการผ่าท้อง ทำคลอดมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) นี้เริ่มรณรงค์ด้านสาธารณสุขเมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุนการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ฟินแลนด์ – มีอัตราการผ่าท้องทำคลอดต่ำที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว (ร้อยละ 14.7) ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำคลอดโดยหมอตำแย และเกณฑ์วิธีการรักษาที่เข้มงวด อียิปต์ – อัตราการผ่าท้องทำคลอดของประเทศนี้ (ร้อยละ 51. กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงขอผ่าท้องทำคลอดกันมากขึ้น และแพทย์พยายามเลี่ยงความยุ่งยากทางการแพทย์และทางกฎหมาย ชาติแอฟริกา – ทารกน้อยกว่าร้อยละ 1.6 ในไนเจอร์ ชาด และเอธิโอเปีย กำเนิดด้วยวิธีการผ่าท้องทำคลอด สาเหตุหลักเป็นเพราะการขาดแคลนสถานพยาบาล   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก […]