ทองคำเปลว กับพิธีทางพุทธศาสนา - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ทองคำเปลว กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

ทองคำเปลว เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ฟอยล์ที่มีความบางกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 30 เท่า ผ่านการทุบด้วยค้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่ำกว่าสองหมื่นครั้ง

ณ The King Galon Gold Leaf workshop ในมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา จะมีการทุบเม็ดทองคำที่ถูกสอดอยู่ระหว่างแผ่นใยไผ่ใช้ค้อนทุบจนกลายเป็นแผ่น ทองคำเปลว เพื่อนำไปใช้กับพระพุทธรูปที่วัด หรือศาลเจ้าทั่วประเทศ

เรื่อง และภาพถ่าย : พอล ซาโลเพก

 

“ดูสิ มันบางมาก” Htet Htet กล่าว

Htet นักธุรกิจหญิง อายุ 24 ปี และเป็นเจ้าของ The King Galon Gold Leaf workshop นั่งอยู่ในร้านพลางมองดูแผ่นทองคำเปลวขนาดเท่าแสตมป์ที่แปะติดกับกระดาษไม้ไผ่บนฝ่ามือของเธอ ฟอยล์เรืองแสงระยิบระยับเมื่อเธอพลิกฝ่ามือไปมา

ทองคำเปลวบางเพียงใด?

ผิวหนังมนุษย์มีความหนาประมาณ 0.18 เซนติเมตร ความหนาของกระดาษโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.01 เซนติเมตร แต่ทองคำเปลวมีความหนาเพียง 0.000254 เซนติเมตร หรือ 2.5 ไมครอน ซึ่งบางกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 30 เท่า

เมียนมา

“เราต้องทุบแผ่นทองคำเปลวมากกว่า 20,000 ครั้ง ใช้เวลาตอกมากกว่าห้าชั่วโมงเพื่อให้มันบางขนาดนั้น” Htet กล่าว

การผลิตทองคำเปลวในเมียนมามีมานานหลายศตวรรษ เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การแปะทองคำเปลวลงบนรูปปั้นที่เจดีย์เป็นวิธีหนึ่งในการเชิดชูคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องการแสดงความรัก ความเมตตา โดยทองคำในพระพุทธศาสนาหมายถึงดวงอาทิตย์ เปรียบดั่งเปลวไฟแห่งความบริสุทธิ์ ความรู้ และการตรัสรู้

The King Galon Gold Leaf Workshop เป็นโรงงานเก่าแก่ขนาดเล็ก กลุ่มชายหนุ่มไม่สวมเสื้อแกว่งค้อนหนัก 3 กิโลกรัมทุบลงบนหนังกวางที่มีเม็ดทองคำซ้อนอยู่ระหว่างชั้นกระดาษไม้ไผ่

เริ่มต้นพวกเขาใช้ค้อนตีลงบนหนังกวางเป็นวงกลมเพื่อทำให้ทองคำแบนและกลมเหมือนเหรียญ จากนั้นทุบตรงกลางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บางที่สุด ท่ามกลางเสียงค้อนทุบที่หนักแน่น ดังเป็นจังหวะอยู่นาน การยกค้อนขึ้น แล้วทุบลงอยู่อย่างนั้นนาน ๆ ส่งผลเสียต่อหลังเป็นอย่างมาก

“การทุบแผ่นทองคำเปลวครั้งแรกมันปวดมาก” มิน มิน อายุ 33 ปี นักตอกทองรุ่นเก๋า กล่าว

“ ทองคำเปลวยังสามารถรับประทานได้ มันดีต่อหัวใจ” Htet ผู้จัดการร้าน กล่าว “ อีกทั้งสุภาพสตรีใช้เป็นเครื่องสำอางบนใบหน้าได้อีกด้วย”

นักท่องเที่ยวนิยมซื้อทองคำเปลว Htet’s เป็นของที่ระลึก แต่ปัจจุบันชาวต่างชาติห่างหายจากมัณฑะเลย์ไปนานเนื่องจากเหตุการณ์ไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดไปทั่วโลก

ทองคำในเมืองวาติกัน มัสยิดแห่งอัล-อักซอที่ซึ่งศาสดามูฮัมหมัดขึ้นสู่สวรรค์นั้นก็มีโดมเป็นทองคำ วัดฮินดูเกือบทุกแห่งในอินเดียมีทองคำสำรอง

ทองคำเปลว
แผ่นทองคำเปลวของ The King Galon workshop’s ถูกนำมาปิดบนบางส่วนของพระพุทธรูปสูง 3.66 เมตร หนัก 6 ตัน ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดมหามุนี เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของมัณฑะเลย์ ภาพถ่าย : GODONG, ALAMY

 

พระพุทธรูปสูงใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ในวัด ส่องแสงระยิบระยับ ถูกหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวหนาหกนิ้ว ผู้แสวงบุญทั้งที่มั่งมี และขัดสนต่างเดินทางมายังวัดพร้อมชิ้นส่วนทองคำเปลวที่ระยิบระยับบนนิ้วมือ การขจัดเศษทองคำเปลวที่ติดบนผิวหนังเป็นเรื่องยาก

***แปลและเรียบเรียงโดย พชร พงศ์ยี่ล่า

โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สถานการณ์อันยากลำบากในมัณฑะเลย์, เมียนมา ช่วงไวรัสโคโรนา และการช่วยเหลือกันของชาวเมือง

มัณฑะเลย์

เรื่องแนะนำ

เมืองเล็กๆ ในเม็กซิโกนี้ นับถืออิสลาม

ณ เมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก ผู้คนรับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาและผสมผสานรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ชมผลงานจากช่างภาพผู้เดินทางไปอาศัยอยู่คลุกคลีกับชาวเม็กซิโกเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

เราร้ายกาจเหมือนที่ทำในสังคมโซเชียลไหม?

ไม่ใช่ธรรมชาติอันโหดร้ายของมนุษย์หรอกที่ด่วนโพสต์หรือทวีตข้อความร้ายๆ ผู้เขียนเรื่องนี้ว่าไว้ แต่การที่เราวิวัฒน์มาอย่างไรต่างหากที่เป็นประเด็น

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน ในกลางศตวรรษที่ 18 ก่อนที่โลกจะรับรู้ว่า “ลายนิ้วมือ” ของมนุษย์เรานั้นไม่มีใครมีรอยเหมือนกันเลย อาชญากรที่พ้นโทษไปแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มักเปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าตา และทรงผมของพวกเขาให้ต่างจากเดิม ทว่ามีหลักเกณฑ์หนึ่งที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้คือ “มานุษยมิติ” (Anthropometry) คิดค้นขึ้นโดย อัลโฟงส์ แบร์ติยอง (Alphonse Bertillon) นักอาชญาวิทยาชาวฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดที่ว่ามนุษย์แต่ละคนมีขนาดสัดส่วนของอวัยวะต่างๆ ไม่เท่ากัน และการวัดส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของหัว ความยาวเมื่อเหยียดแขน สีปาก สีตา ไปจนถึงลักษณะจมูกและคิ้ว ฯลฯ สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการชี้ตัวบุคคลได้ หลังแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายไม่นาน วิธีการระบุตัวอาชญากรนี้กลับก่อความสับสนเมื่อนักโทษใหม่มีขนาดของร่างกายตรงกับนักโทษเก่าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน ฉะนั้นในเวลาต่อมาแนวคิดนี้จึงถูกลบล้างไป ต่อมาในทศวรรษ 1890 Sir William Herschel ข้าราชการอังกฤษในอินเดียค้นพบว่ารอยประทับนิ้วมือบนสัญญากู้ยืมเงินสามารถนำมาระบุอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้ อันที่จริงการใช้รอยนิ้วมือยืนยันตัวเกิดขึ้นมานานแล้ว ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีการพบหลักฐานลายนิ้วมือประทับลงบนเอกสารเก่าแก่ของจีนอายุ 220 ปีก่อนคริสต์กาล และในจักรวรรดิโรมันเองมีบันทึกเกี่ยวกับการสะสางคดีความคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ชายตาบอด เมื่อรอยฝ่ามือที่ประทับบนคราบเลือดได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเขา ลายนิ้วมือคือส่วนของผิวหนังที่นูนขึ้นมาจนมองเห็นเป็นลายเส้น แม้ความสูงและร่องลึกของมันจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่าวิวัฒนาการที่มีขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความฝืดในการยืดจับ และเพิ่มประสิทธิภาพของประสาทสัมผัสนี้กลับทรงพลังอย่างน่าทึ่งในการระบุอัตลักษณ์ของบุคคล เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่มีลายนิ้วมือเหมือนกันเลยแม้แต่ฝาแฝดก็ตาม อันที่จริงในทางสถิติ จากการศึกษาของ Sir Francis Galton บุคคลแรกที่พบว่าลายนิ้วมือเป็นลักษณะเฉพาะตัวชี้ว่ามีโอกาสที่คนๆ […]