ชาวต่างชาติสามารถสมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ ได้ - National Geographic Thailand

ชาวต่างชาติสามารถสมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ ได้

คนไทยในกองทัพสหรัฐอเมริกาให้กำลังใจแก่ผู้ที่สนใจอยากสมัครเข้ารับราชการทหารใน กองทัพสหรัฐ ฯ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยเป็นภาพใบงานนักเรียนที่มีหัวข้อให้เขียนอาชีพในฝัน และคณะที่อยากจะเข้าเรียน ข้อความที่ปรากฏบนภาพ ระบุว่า อาชีพในฝันคือ ทหารอเมริกัน (U.S.Army) แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนคณะอะไร นักเรียนจึงเขียนไปว่าภาษาศาสตร์ ซึ่งครูเขียนคำแนะนำกลับมาในใบงาน บอกให้กลับมาแก้ระบุว่า ขอเป็นอาชีพในอนาคตที่มีโอกาสเป็นได้ หลังจากเรื่องนี้ถูกส่งต่อจำนวนมาก ทหารเชื้อสายไทยที่ประจำอยู่ในสหรัฐอเมริกา จึงออกมาร่วมกันทำคลิปวิดีโอ เพื่อส่งกำลังใจให้น้องๆ ที่ฝันอยากเป็นทหารอเมริกัน

ในทุกปีปีมีผู้ถือกรีนการ์ดแต่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกันมากกว่า 8,000 คน ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกองทัพด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปี 2001 สมาชิกทหารกว่า 120,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพ กลายเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา ตามประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ นายทหารที่เป็นคนต่างชาติเหล่านี้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง พวกเขาได้ร่วมต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธมาตั้งแต่สงครามปฏิวัติ

ข้อกำหนดในการเข้าร่วมกองทัพสำหรับชาวต่างชาติ

ในสหรัฐฯ การรับราชการทหารพลเมืองอเมริกัน และชาวต่างชาติ เป็นระบบความสมัครใจ หน่วยบริการพลเมืองและการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา (USCIS) กล่าวว่า สาขาบริการแต่ละสาขามีข้อกำหนดในการเกณฑ์ทหารที่แตกต่างกัน แต่มีข้อกำหนดมาตรฐานบางประการที่เหมือนกันทั้งประเทศ

ณัฐพล เฉลยเพียร คนไทยที่ประจำอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ มาแล้ว 16 ปี ปัจจุบันทำงานด้านการสรรหาและคัดเลือกกำลังพลเข้ากองทัพ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “คนที่อยากจะเป็นทหารบก สหรัฐฯ ต้องจบการศึกษาขั้นต่ำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า มีอายุ 17-35 ปี ที่สำคัญต้องมีกรีนการ์ด (Green Card) ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงและอาการทางจิตเวช” ซึ่งข้อหนดเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐาน และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ “ทุกคนต้องผ่านการสอบข้อเขียน ซึ่งคะแนนที่ทำได้จะเป็นตัวกำหนดลักษณะงานในกองทัพ” ณัฐพลกล่าวเสริม (ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการสมัครเขากองทัพสหรัฐฯ – https://www.facebook.com/Nattapol.USarmy)

ลักษณะงานในกองทัพสหรัฐฯ มีความหลากหลายเทียบเท่าได้กับงานประจำทั่วไป โดยมีให้เลือกตั้งแต่อาชีพคนขับรถ ช่างทหาร ทหารออกรบ ไปจนถึงแพทย์ อย่างไรก็ตาม บางอาชีพในกองทัพก็ถูกสงวนไว้เฉพาะพลเมืองอเมริกันเท่านั้น เช่น หน่วยปฏิบัติการพิเศษ นักนิวเคลียร์วิทยา และตำรวจทหาร เป็นต้น

กรีนการ์ด (Green Card) เป็นคำแสลงของบัตรชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างถาวร บัตรนี้ออกโดยหน่วยบริการสัญชาติและการตรวจคนเข้าเมือง ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยบนบัตรจะแสดงรูปถ่ายและลายนิ้วมือของผู้ถือบัตร ที่มาของกรีนการ์ดเนื่องจากตัวบัตรมีสีเขียว แต่ปัจจุบันสีเปลี่ยนไปคล้ายกับใบอนุญาตขับขี่ของสหรัฐฯ

การเกณฑ์ทหารเพียงครั้งเดียว (จนกว่าจะเปลี่ยนสัญชาติ)

บุคคลต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ทหารในสหรัฐฯ จะถูกจำกัดระยะเวลาการรับราชการทหารเพียงครั้งเดียว หากชาวต่างชาติที่เข้ารับราชการ ได้แปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าเกณฑ์ทหารอีกครั้ง

สำหรับผู้อพยพที่เข้าร่วมกองทัพสหรัฐฯ เมื่อพวกเขาปฏิบัติหน้าที่แล้วกระบวนการเปลี่ยนจากคนที่ไม่ใช่พลเมืองเป็นพลเมืองสามารถทำได้โดยเร็ว ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองจะต้องรับใช้ชาติเป็นเวลา 12 เดือนก่อนจึงจะสามารถยื่นขอสัญชาติได้ในเวลาสงบ

สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ารับราชการในกองทัพ เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกและทำงานในกองทัพประมาณ 1 ปี ก็สามารถทำเรื่องขอเปลี่ยนสัญชาติได้ สุพิชฌา วิริยะสกุลพันธุ์ สาวไทยที่ผันตัวเองจากนักศึกษาและพนักงานบริการในร้านอาหารเข้าสู่การเป็นทหารหญิงในกองทัพ กล่าวกับหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ว่า “หลังจากจบกระบวนการฝึกภาคสนาม เราก็สามารถยื่นขอสัญชาติอเมริกันได้แบบด่วนเลย โดยลดขั้นตอนของการทำเอกสารต่างๆ ไปมากพอสมควร” สุพิชฌา วิริยะสกุลพันธุ์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (https://www.thairath.co.th/news/society/1568001)

สถิติของทหารต่างชาติในกองทัพสหรัฐฯ

ระหว่างปี 2013 ถึง 2018 กองทัพสหรัฐฯ รายงานว่า มีชาวต่างชาติมากกว่า 44,000 คนเข้าร่วมในกองทัพ โดยประเทศที่มีพลเมืองอพยพเข้ามาสมัครเป็นทหารในสหรัฐฯ มากที่สุด 2 อันดับคือ ฟิลิปปินส์ และเม็กซิโก ร้อยละ 17 ของกำลังพลเป็นผู้ที่มาจากครอบครัวชาวสเปน และการสำรวจในปี 2018 พบว่า มีทหารผ่านศึกที่เป็นชาวต่างชาติกว่า 527,000 คน อาศัยอยู่ทั่วสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ข้อมูลทางสถิติยังแสดงให้เห็นว่าประชาชนอเมริกันลาออกจากกองทัพในอัตราที่มากกว่าชาวต่างชาติร้อยละ 10

โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าสมัครผ่านโครงการ Military Accessions Vital to the National Interest, หรือ MAVNI “ซึ่งเปิดโอกาสให้คนต่างชาติที่เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย เข้าสมัครทหารในกองทัพบกสหรัฐฯ” ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pattara Niyom ทหารสหรัฐฯ สัญชาติไทย โพสต์ผ่านบัญชีส่วนตัว และให้กำลังใจแก่ผู้ที่ต้องการสมัครเขาร่วมกองทัพสหรัฐฯ ว่า “หากน้องคนที่อยากเป็นทหารสหรัฐถามพี่ว่า น้องจะไปเป็นทหารบกสหรัฐได้ไหม พี่ตอบเลยว่าได้ ถ้าน้องตั้งใจจริง เพราะต้นทุนพี่ไม่สูง ตอนไป พี่ไปคนเดียว ลุยเองคนเดียว ห่างพ่อ ห่างแม่ ทำทุกอย่างเอง กว่าจะมีได้จนถึงตอนนี้ ไม่ได้สบายเลยครับ น้องต้องถามตัวเองว่า น้องสู้ไหม กล้าไหม จะถอดใจกลางคันไหม หากฝันได้ ก็ต้องไปให้ถึงครับ” (https://www.facebook.com/pniyom001)

นอกจากประเทศสหรัฐฯ แล้ว ยังมีประเทศฝรั่งเศสที่เปิดรับชาวต่างชาติเข้ารับราชการทหาร และเมื่อผ่านกระบวนการไปจนครบกำหนดก็สามารถยื่นขอเปลี่ยนสัญชาติได้เช่นกัน


ข้อมูลอ้างอิง
https://www.thebalancecareers.com/immigrants-in-the-us-armed-forces-3353965
https://citizenpath.com/mavni-program/
https://studyinthestates.dhs.gov/schools/additional-resources/what-is-mavni-information-for-designated-school-officials


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทหารหญิง : ดอกไม้เหล็กกลางสมรภูมิ

ทหารหญิง
สหรัฐอเมริกา ทหารนาวิกโยธินต้องแบกกันและกันได้หากจำเป็น สิบโท แกเบรียล กรีน นาวิกโยธินสหรัฐฯ ยกสหายนาวิกโยธินผู้หนึ่งขึ้นแบก ระหว่างเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจบนเรือรบที่ค่ายเลอเชิน รัฐนอร์ทแคโรไลนา ในจำนวนพลทหาร 38,000 นายที่เข้าสู่เหล่าทัพนี้ในแต่ละปี มีราว 3,500 นายเป็นผู้หญิง หรือเรียกตามภาษานาวิกโยธินสหรัฐ ฯว่า “นาวิกโยธินหญิง”

เรื่องแนะนำ

ยกเลิกการค้นหา MH370 หลังสี่ปีไร้วี่แวว

ปริศนาการหายไปของเที่ยวบิน MH370 อาจกลายเป็นปริศนาตลอดกาล หลังรัฐมนตรีมาเลเซียออกมาประกาศว่าจะยุติการค้นหาทั้งหมดในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากผ่านมาสี่ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาคำตอบของโศกนาฏกรรมได้

เมืองไทยในอดีต : ภาพเก่าสยามประเทศจากคลังภาพ National Geographic

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยที่เคยตีพิมพ์ในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพียงไม่ถึงหกปีหลังตีพิมพ์สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกว่าด้วยการคล้องช้างครั้งสำคัญในสมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงในฉบับเดือนธันวาคม ปี 1906 นิตยสาร National Geographic ก็ได้รับต้นฉบับสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยจากนักเขียนและช่างภาพฝีมือดีชื่อ พันเอก Lea Febiger แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ  ผู้ได้รับหมายให้เป็นผู้แทนทางการทหารของสหรัฐฯ ในการเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 2-10 ธันวาคม ปี 1911 (พุทธศักราช 2454) นี่จึงเป็นสารคดี ” เมืองไทยในอดีต ” เรื่องที่สองที่ได้รับการตีพิมพ์ใน National Geographic ในครั้งนี้ นิตยสาร National Geographic อุทิศเนื้อที่ถึง 27 หน้าตีพิมพ์ภาพถ่ายและสารคดีเรื่อง “The Coronation of His Majesty King Maha-Vajiravudh of Siam” ในนิตยสารฉบับเดือนเมษายน 1912 ลองไปชมบรรยากาศ ภาพเก่าเมืองไทย ที่หาดูได้ยากชุดนี้ ผู้เขียนบรรยายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดลออ ตั้งแต่พระราชพิธีก่อนวันบรมราชาภิเษก เช่น การเสกน้ำสำหรับถวายเป็นน้ำอภิเษกและสรงมุรธาภิเษกภายในพระอุโบสถ […]

ภิกษุณีธัมมนันทา : นักบวชหญิงผู้สืบสานพระศาสนา แม้ไม่ถูกยอมรับเป็นนักบวชตามกฏหมายไทย

ภิกษุณี : หนึ่งในสี่พุทธบริษัทที่ขาดหาย  สัมภาษณ์พิเศษ ภิกษุณีธัมมนันทา ภิกษุณี ธัมมนันทา หรืออดีต รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการด้านศาสนาและสตรี หลังรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศาสนาและปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่นานถึง 27 ปี และเกษียณอายุราชการก่อนสามปี เพื่อบรรพชาเป็นสามเณรีเมื่อปี พ.ศ 2544 ณ ประเทศศรีลังกา และต่อมาอุปสมบทเป็นภิกษุณีเถรวาทรูปแรกของไทยในปี พ.ศ. 2546 ปัจจุบัน ภิกษุณีธัมมนันทาเป็นเจ้าอาวาสและประธานภิกษุณีสงฆ์วัตรทรงธรรมกัลยาณีภิษุณีอาราม อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ ผู้เป็นมารดา แม้จะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์ไทย อีกทั้งภิกษุณีก็ไม่ได้รับสถานะนักบวชตามกฎหมาย ทว่าตลอดระยะเวลา 18 ปีในสมณเพศ ภิกษุณีธัมมนันทา ยังคงมุ่งมั่นทำภารกิจสำคัญอย่างการประดิษฐานภิกษุณีเถรวาทในประเทศไทย เพื่อหวังสืบทอดเจตนารมณ์แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทำให้พุทธบริษัทสี่ [ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา] กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง ในโอกาสที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดทำนิตยสารฉบับพิเศษที่อุทิศเนื้อที่ทั้งฉบับให้แก่ผู้หญิง (ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 กองบรรณาธิการได้รับความเมตตาจากภิกษุณีธัมมนันทาให้เข้าสัมภาษณ์พูดคุยถึงเรื่องต่างๆ อาทิ อุปสรรคและความท้าทายของการฟื้นฟูภิกษุณีสงฆ์ขึ้นในประเทศไทย และความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย […]