ป่วย ขัดสน ยากจน ขาดอาหาร วิกฤตชีวิตอัฟกานิสถานยุคตาลีบัน

ป่วย ขัดสน ยากจน ขาดอาหาร วิกฤตชีวิตอัฟกานิสถานยุคตาลีบัน

แม้ความยากลำบากจะแผ่วงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ชาวอัฟกันมากมายยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ช่วยเหลือและเป็นความหวังให้กับอัฟกานิสถาน

คุณนาวิด อามีนี (Navid Amini) เป็นนักเรียนแพทย์อายุ 24 ปี เขามีความฝันที่จะเรียนรู้ในวิชาการแพทย์และทำงานช่วยเหลือชาวอัฟกันมาโดยตลอด จนเมื่ออัฟกานิสถานถูกตาลีบันยึดครองคนไข้ของคุณอามีนีมีจำนวนเพิ่มขึ้น และยังมีสภาพหิวโซ ยากจนและย่ำแย่ลงเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ คนไข้รายหนึ่งเป็นแม่ม่ายผู้ขอความอนุเคราะห์ในเรื่องยาและอาหารให้เธอและลูกๆ อีกห้าชีวิตของเธอจากคุณอามีนีและคุณหมอท่านอื่นๆ แม้คุณอามีนีจะอยากให้เงินกับเธอ แต่เขากังวลว่าเขาจะทำอย่างไรหากมีคนไข้ในสภาพนี้รายอื่นๆ อีก คุณอามีนีเกิดความกังวลว่าสิ่งที่เขาทำจะเพียงพอต่อการช่วยเหลือชาวอัฟกันหรือไม่

ในคืนหนึ่ง คุณอามีนีนอนนึกถึงครอบครัวชาวอัฟกันอีกหลายครอบครัวที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก “ผมพยายามนึกถึงช่วงเวลาที่ชาวอัฟกันเคยมีความสุข แต่มันไม่เคยมีอยู่เลย”

คุณลาธีฟากำลังต้มถั่วเลนทิลอยู่ในเต้นท์ที่เป็นทั้งห้องครัวและห้องอาบน้ำของครอบครัวของเธอ ชาวอัฟกันหลายครอบครัวอาศัยอยู่อย่างยากลำบากและไม่มีแม้แต่เงินซื้ออาหารและของจำเป็นอื่นๆ
เด็กน้อยอายุสองเดือนกำลังหลับอยู่ใกล้กองไฟภายในบ้านในเมืองคาบูล กองไฟนี้เป็นแหล่งให้ความอบอุ่นเดียวของบ้าน

กว่าสามส่วนสี่ของงบประมาณรัฐบาลอัฟกันเป็นเงินหนุนจากต่างชาติ แต่เงินส่วนนั้นได้หายไปทันทีเมื่อสหรัฐอเมริกาเรียกถอนกองกำลังทหาร และอัฟกานิสถานถูกยืดครองโดยตาลีบันในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันและความอดอยากแผ่วงกว้างอย่างรวดเร็ว ชีวิตของชาวอัฟกันหม่นหมองและมืดมิดลงทุกวัน แต่ยังคงมีหนุ่มสาวชาวอัฟกันอีกหลายชีวิตคอยเป็นแสงสว่างในความมืดและมุ่งทำงานจิตอาสา คอยช่วยเหลือชาวอัฟกันเท่าที่พวกเขาทำได้

คุณนาวิด อามีนี (Navid Amini) กำลังดูภาพเอ็กซ์เรย์ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหารที่โรงพยาบาลเมอร์ไวส์ (Mirwais Hospital) ของจังหวัดกันดะฮาร์ มีเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบอีก 45 รายต้องเข้าโรงพยาบาลในสาเหตุเดียวกัน

วิกฤตขาดแคลนอาหารแผ่วงกว้าง

แผนภูมิแสดงพื้นที่เผชิญวิกฤตขาดความมั่นคงทางอาหาร สีแดงอ่อน- ขั้นวิกฤต สีแดงเข้ม – ขั้นฉุกเฉิน การวัดข้อมูลด้วย “ระบบการแบ่งความมั่นคงทางอาหารบนฐานของภาวะวิกฤติที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ” หรือ “Integrated Food Security Phase Classification” (IPC) แสดงให้เห็นว่ากว่าร้อยละ 55 ของประชากรอัฟกันจะเผชิญวิกฤตขาดความมั่นคงทางอาหารหรือเลวร้ายกว่านั้นในเดือนมีนาคม พ.ศ.2565 นี้

ในตอนนี้ องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) รายงานว่ามีเด็กอัฟกันอายุต่ำกว่า 5 ปีกว่าหนึ่งล้านคนเป็นโรคขาดสารอาหารรุนแรงและเด็กหญิงจำนวนมากเป็นโรคโลหิตจาง ในขณะที่โครงการอาหารโลก (World Food Programme) รายงานว่าตอนนี้ชาวอัฟกันกว่า 9 ล้านชีวิตกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารขั้นรุนแรง และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รายงานว่าชาวอัฟกันกว่า 24 ล้านชีวิตต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

เหล่าผู้คนในเมเดน ชาฮ์ (Maiden Shahr) เมืองหลวงของจังหวัดวาร์ดัก (Wardak) เล่าว่าพวกเขาหางานทำไม่ได้ แม้แต่พนักงานของโครงการอาหารโลกบางรายยังมีความขัดสนในการหาเลี้ยงญาติๆ ของพวกเขา

นานาชาติยังคงหาทางช่วยเหลือชาวอัฟกันโดยหลีกเลี่ยงไม่ให้รัฐบาลตาลีบันได้รับผลประโยชน์ แต่หนุ่มสาวชาวอัฟกันหลายคนรู้ว่าอัฟกานิสถานคงรอการช่วยเหลือจากต่างชาติไม่ไหว พวกเขาจึงลงมือทำงานการกุศลด้วยตัวพวกเขาเอง บางรายทำการแจกจ่ายเสื้อผ้าให้กับครอบครัวยากจน บางคนแอบสอนหนังสือให้เด็กผู้หญิงที่ต้องออกจากโรงเรียน มีผู้ประกอบกิจการเบเกอรี่แจกจ่ายขนมปัง และบางรายเป็นอาสาให้กับองค์กร “เลิร์น อัฟกานิสถาน” (Learn Afghanistan)

คุณเมอร์ดิล ราฮ์มาติ เจ้าของกิจการร้านขนมปังหลายสาขาในเมืองคาบูลกำลังแจกขนมปังฟรีที่หน้าร้านของเขาในย่านไคแอร์ คานา (Khair Khana)

“เลิร์น อัฟกานิสถาน” เป็นองค์การนอกภาครัฐ (NGO) ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2561 องค์กรเลิร์นมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบและส่งเสริมการเรียนรู้จากที่บ้าน แต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา องค์กรเริ่มมีการแจกจ่ายอาหารแก่ผู้ยากไร้ด้วยเช่นกัน องค์กรนี้รับทุนสนับสนุนจากนักธุรกิจในท้องถิ่นและจากเว็บไซต์ระดมทุน GoFundMe ปัจจุบันเลิร์นมีทีมงาน 15 ชีวิตและอาสาสมัครอีกมากมายซึ่งรวมถึงคุณอามีนีและเพื่อนของเขา คุณชาเบีย ซาฮีด (Shabir Zahid)

ผู้รับอาหารจากเลิร์น อัฟกานิสถานหลายรายเป็นแม่ม่าย ผู้หญิงในจังหวัดกันดะฮาร์ไม่ค่อยมีโอกาสทำงานนอกบ้านและแม่ม่ายหลายรายมีความขัดสนในการเลี้ยงดูลูกๆ แม่วัย 30 ปีรายหนึ่งเล่าว่าเธอไม่ให้ลูกสาวออกไปเล่นข้างนอกเพราะถ้าลูกสาวป่วย เธอจะไม่มีเงินรักษาลูกสาวของเธอ

ผู้ทำงานจิตอาสา

คุณอามีนีและคุณซาฮีดทำงานเป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรเลิร์นด้วยการนำอาหารไปแจกจ่ายตามโรงพยาบาลและตามบ้านเรือน เช้าเดือนกุมภาพันธ์ในเมืองกันดะฮาร์นี้ ทั้งสองคนไปรอรับอาหารจากคุณโมฮัมมัด คาเบีย โฮทาคิ (Mohammad Kabir Hotaki) ซึ่งเขารับทำอาหารจัดห่อเพื่อให้องค์กรนอกภาครัฐนำไปแจกจ่าย

คุณอามีนี (ชายที่ยืนอยู่) และคุณชาเบีย ซาฮีด (ชายที่นั่งหันหลัง) เพื่อนของเขากำลังจัดห่ออาหารใส่ถุงพลาสติกเพื่อไปแจกจ่าย ในห่อมีอาหารเช่นแกงไก่ ขนมปังและผลไม้ คุณโมฮัมมัด คาเบีย (ชายที่นั่งอยู่ตรงกลาง) อายุ 32 ปี เคยเป็นพ่อครัวทำอาหารให้งานพิธีมาก่อน แต่ช่วงที่ผ่านมามีการจ้างทำอาหารจากองค์การนอกภาครัฐที่จะนำอาหารไปบริจาคมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันคุณชาเบีย ซาฮีดมีอายุ 21 ปี ก่อนที่คุณซาฮีดจะผันตัวมาเป็นพนักงานจิตอาสา เขาเคยเป็นทหารกองทัพอัฟกันมาก่อน หลังจากที่กองทัพยุบตัวลงและตาลีบันเข้ายึดเมืองกันดะฮาร์ คุณซาฮีดกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านของเขาจนกระทั่งมีเพื่อนชักชวนให้ช่วยทำงานกับเลิร์น “ผมอยากทำความดีให้กับประเทศแต่มันก็มีวิธีอื่นนอกจากการเป็นทหาร” คุณซาฮีดกล่าวในขณะที่เขากำลังจัดห่อออาหารใส่ถุงพลาสติก

หลังจากจัดห่ออาหารเสร็จ คุณอามีนีและซาฮีดนำอาหารไปส่งให้โรงพยาบาลเมอร์ไวส์ ที่โรงพยาบาลมีเด็กหลายรายป่วยด้วยโรคขาดสารอาหาร หลายเตียงมีเด็กน้อยสองถึงสามคนนอนอยู่ด้วยกัน คุณหมอโมฮัมมัด ซาดีก (Mohammad Sadiq) ตรวจสอบรายชื่อคนไข้ที่ต้องการอาหารมากที่สุดก่อนนำอาหารไปแจกจ่าย

อาซีซา เด็กหญิงอายุ 10 ปีกำลังกล่อมลูกพี่ลูกน้องวัย 5 เดือนของเธอที่ต้องมาโรงพยาบาลเพราะโรคขาดสารอาหาร เด็กน้อยรายนี้มีชื่อว่าเอซาทุลล่า “เขาป่วยและร่างกายอ่อนแอมาก” เด็กหญิงกล่าว อาซีซามักไปโรงเรียนตอนเช้าก่อนกลับมาดูแลเอซาทุลล่าอยู่เสมอ แต่วันนี้เธอเลือกที่จะขาดเรียน แม่ของเอซาทุลล่าทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยงานทำความสะอาด

แม้คุณซาดีกจะยินดีกับการบริจาค แต่ความช่วยเหลือแบบชั่วคราวนี้ก็ยังทิ้งความกังวลสำหรับอนาคตให้กับคุณหมอ “ความช่วยเหลืออย่างเดียวมันไม่ยั่งยืน มันต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาด้วย เอาอาหารมาให้ผม ผมกินได้หนึ่งเดือนแล้วก็หิวอีก ทางที่ดีคือเอาแม่ไก่ให้ผม 10 ตัวแล้วผมจะได้เอาไข่มากินหรือขาย”

คนงานที่โกดังของโครงการอาหารโลกในจังหวัดกันดะฮาร์กำลังขนถุงเสบียงลงจากรถบรรทุก เสบียงเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปในหกจังหวัดทางตะวันตกและทางใต้ของประเทศ

ปัจจุบันคุณซาดีกมีอายุ 50 ปี แม้แพทย์ผู้นี้ยังยืนหยัดทำหน้าที่ของเขา แต่เขาก็ไม่ได้วางแผนจะทำงานนี้ไปตลอด พ่อและพี่ชายของเขาเสียชีวิตในสงคราม ทำให้เขากลายเป็นเสาหลักเดียวของครอบครัว ตอนนี้เขาเริ่มคิดถึงการไปหางานในต่างประเทศ “มันเป็นการตัดสินใจที่ลำบากนะ แต่ถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้น ผมคงต้องไปจริงๆ” คุณซาดีกกล่าว

ข่าวสารจากคลินิกนายแพทย์

ในย่านชานเมืองทางตอนใต้ของจังหวัดกันดะฮาร์ มีคลินิกเล็กๆ ของนายแพทย์อีกราย คุณหมอราฟิวอุลลา ฟาซลิ (Rafiullah Fazli) อายุ 28 ปี ผู้บริหารคลินิกชี้ไปที่แผนภูมิบนกำแพงและเล่าว่าปีที่แล้ว คลินิกมีคนไข้ราว 500 รายต่อเดือน แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นถึง 1,500 รายต่อเดือน และกว่าร้อยละ 80 ของคนไข้ต่างเป็นโรคขาดสารอาหารหรือโรคอื่นๆ ที่สาเหตุเกี่ยวข้องกับความยากจน

คามิล่า แม่วัย 18 ปีพาลูกสาวชื่อแจนแนทวัย 6 เดือนมาที่คลินิกในกันดะฮาร์เมื่อเธอรู้สึกว่าลูกสาวของเธอสุขภาพไม่ดี “เทียบกับเด็กคนอื่นๆ วัยเดียวกันแล้ว ร่างกายเธอดูอ่อนแอมาก เธอไม่พยายามที่จะคลานด้วย” คุณคามิล่าเล่า คุณหมอวินิจฉัยว่าเด็กน้อยเป็นโรคขาดสารอาหารรุนแรง แต่เธอยังมีโอกาสฟื้นตัวดีเพราะมารักษาได้ทันท่วงที
คามิล่าและคุณแม่อีกรายกำลังนั่งรอคุณหมอ เด็กที่นี่ทุกคนกำลังเป็นโรคขาดสารอาหาร ครอบครัวของคามิล่าไม่มีรายได้เพียงพอที่จะซื้อของเช่นแป้งและน้ำมันหรือของจำเป็นอื่นๆ สามีของคามิล่าเคยทำงานขับรถลากรายได้วันละ 200 อัฟกานี ซึ่งในตอนนี้ รายได้ของเขาลดเหลือครึ่งหนึ่งจากเดิม

“สถานการณ์มันแย่ลงทุกวัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเป็นโรคขาดสารอาหารและยาก็แพงขึ้นเรื่อยๆ” คุณหมอกล่าว เขาเล่าว่าเขาและพนักงานไม่รับเงินเดือนมาสามเดือนแล้ว และพวกเขายังต้องยอมอดมื้อเที่ยงเพื่อรับคนไข้เพิ่มขึ้นด้วย

“เราทุกคนเหนื่อยกันมาก” คุณอาร์โซ โฮแท็ก (Arzo Hotak) แพทย์ผดุงครรภ์อายุ 23 ปีของคลินิกเล่า เธอมีความฝันอยากจะเป็นนักการทูตที่วอชิงตัน ดี.ซี. แต่พ่อแม่ของเธออยากให้เธอทำอาชีพนี้ซึ่งพวกเขาคิดว่าเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ และคุณโฮแท็กก็มีท่าทีจะยอมรับความคิดนั้น “จริงๆ แล้วงานนี้ดูเหมือนจะช่วยเหลือคนได้มากกว่านะ ในสถานการณ์แบบนี้”

แต่เธอก็ยังไม่ละทิ้งความฝันของเธอ ทุกๆ เช้าเธอจะเดินทางไปเข้าเรียนวิชารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยก่อนมาเปิดคลินิกตอน 8 โมงครึ่ง ท่ามกลางการต่อต้านของตาลีบัน

คุณนากีบุลลา สมาชิกกลุ่มตาลีบันกำลังยืนถกเถียงกับผู้หญิงที่มาเข้าแถวรอการบริจาคอาหารตั้งแต่เช้าในเมเดน ชาฮ์ โครงการอาหารโลกมีคิวมอบอาหาร 600 ชุดให้ผู้ที่ลงชื่อไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ยังมีผู้คนมากมายที่ไม่ได้ลงชื่อพยายามขอความช่วยเหลือ
ซุลต่าน โมฮัมมัด เซดาคัท นักรบตาลีบันวัย 35 ปีกำลังยกปืนเป็นสัญญาณให้ผู้คนถอยห่างออกจากถุงอาหารของโครงการอาหารโลก เซดาคัทและนักรบตาลีบันรายอื่นอาสาเป็นผู้ดูแลการแจกจ่ายถุงอาหารในเมเดน ชาฮ์ ผู้คนมากมายที่ไม่ได้ลงชื่อรับอาหารไว้ล่วงหน้าพยายามแซงคิวมาที่หน้าถุงอาหาร

เครือข่ายลับให้ความช่วยเหลือ

ตลาดแมนดาวี (Mandawi) เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคาบูลและเป็นแหล่งสินค้าให้กับหญิงสาวสองรายอายุ 24 ปีและ 19 ปี ที่ตลาดมีข้าวสารอาหารแห้งเช่นถั่วเลนทิลขายแบบเปิดกระสอบ หญิงสาวทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลับที่คอยให้ความช่วยเหลือชาวอัฟกัน 55 ครอบครัว (เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาวทั้งสองคน จึงต้องสงวนชื่อไว้)

ตลาดแมนดาวี (Mandawi) เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคาบูล และเป็นแหล่งสินค้าของหญิงสาวสองรายในครั้งนี้ในการซื้ออาหารให้ครอบครัวในเครือข่าย ภาพถ่ายโดย KIANA HAYERI สำหรับ NATIONAL GEOGRAPHIC

ประชากรส่วนใหญ่ในเมืองหลวงคาบูลเคยเป็นชนชั้นกลาง แต่ความยากจนเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกในเครือข่ายลับส่วนใหญ่เคยเป็นพนักงานของรัฐบาลและต้องสูญเสียรายได้เมื่อตาลีบันขึ้นมามีอำนาจ หลายคนเป็นผู้หญิงที่เคยทำงานเช่นตำรวจและพนักงานอัยการซึ่งกำลังใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ และมีสมาชิกของเครือข่ายคอยซื้อเสบียงไปให้ หญิงสาววัย 19 ปีเคยได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายก่อนที่เธอตัดสินใจออกมาช่วยทำงานด้วยตัวเอง

หัวหน้าของหญิงสาวทั้งสองคนพูดอย่างขำๆ ว่าสองคนนี้เก็บเงินได้ไม่ดีและเอาไปแจกคนอื่นซะหมด หลังจากที่เธอสองคนแวะซื้อเตาและฟืนไฟให้ชายคนขับแท็กซี่อายุ 75 ที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนที่บ้าน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นี้ หญิงสาวทั้งสองคิดว่ามันยังเป็นการทำเพื่อตัวพวกเธอเองของอีกด้วย

“ช่วงเวลานี้ทุกคนในประเทศต่างรู้สึกเจ็บปวดและสิ้นหวังกันไปหมด” หญิงวัย 24 ปีผู้เคยเป็นนักศึกษากล่าว

ส่วนหญิงอายุ 19 ปีเล่าว่าการให้เวลาแก่ผู้อื่นทำให้เธอลืมทุกสิ่งที่เธอเสียไป

“ฉันอยากออกไปทำงานตอนกลางคืนด้วย ฉันไม่อยากมีเวลาว่างไปคิดถึงอนาคต”

เด็กชายนาบิ วัย 2 ขวบกำลังจูบคุณแม่ของเขา คุณเมอร์ซอลผู้เป็นแม่วัย 21 ปีกำลังตั้งครรภ์อยู่ สามีของคุณเมอร์ซอลยังคงพยายามหางานเลี้ยงดูครอบครัวหลังจากที่รัฐบาลถูกโค่นโดยตาลีบัน อาหารหลักในการดำรงชีวิตของครอบครัวเธอประกอบไปด้วยข้าว ขมมปังและมันฝรั่ง

 เรื่อง NANNA MUUS STEFFENSEN

ภาพ KIANA HAYERI 

แปล นิธิพงศ์ คงปล้อง

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม หลังตอลิบานหวนคืน ชีวิตของ ชาวอัฟกานิสถาน ที่ถูกแบ่งแยกจะเป็นเช่นไร

เรื่องแนะนำ

ผู้ป่วย โรคแพ้ภูมิตัวเอง ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย

นับถอยหลังในวันที่เริ่มต้น บทสัมภาษณ์ผู้ป่วย โรคแพ้ภูมิตัวเอง หัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ชีวิตคนเราก็เลือกไม่ได้ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วย ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ น้องปริม – ปันนรัตน์ บวรภัคพานิช สาวน้อยวัย 20 ปีที่โชคร้ายป่วยเป็นโรค SLE หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง แม้เธอจะต้องทุกข์ทนกับอาการเจ็บป่วย แต่ด้วยความที่มีจิตใจของนักสู้ ทำให้ผมอดชื่นชมหัวจิตหัวใจของน้องผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ไม่ได้จริงๆ เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า ผมเจอเพจของน้องปริมที่ใช้ชื่อว่า Mom & Me Happiness Inside โดยบังเอิญที่หน้าฟีดเฟซบุ๊กของผม ซึ่งลงภาพวาดสีน้ำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยาบถต่างๆ ที่ดูสวยงามและน่ารักตามแบบฉบับของน้อง ผมชื่นชอบผลงานของน้องปริมในทันทีที่เห็น แต่เมื่อได้อ่านบทแนะนำตัวของน้องปริมในเพจ ก็อดรู้สึกทึ่งและอึ้งไม่ได้ จึงได้อินบ็อกซ์ไปถามว่าสะดวกคุยไหม น้องตอบมาด้วยความสดใสว่า “หนูกำลังฟอกเลือดอยู่ค่ะ ใกล้เสร็จแล้วคุยได้ค่ะ” คำพูดที่รับรู้ได้จากการพิมพ์โต้ตอบกันทำให้รู้สึกว่าน้องปริมดูแข็งแรงและสดใส ทั้งที่ระหว่างอ่านข้อความที่น้องปริมตอบกลับมาจะทำให้ขอบตาผมพร้อมที่จะมีน้ำใสๆไหลออกมาตลอดเวลาก็ตาม อาจด้วยในฐานะที่เป็นพ่อคนและชื่อของน้องก็เหมือนชื่อลูกผมอีก ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของน้องปริมที่แนะนำตัวกับผมผ่านการส่งข้อความทางอินบ็อกซ์ ซึ่งน่าจะเป็นวิทยาทานให้คุณผู้อ่านที่รักนำไปใช้สังเกตตัวเองและคนใกล้ตัว ซึ่งน้องปริมยินดีอยากแบ่งปันประสบการณ์ของเธอและอยากเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทนจากโรคภัยไข้เจ็บครับ จุดเริ่มต้นของโรค SLE หนูเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เริ่มป่วยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ตอนนั้นอายุ 16 […]

เพราะมีอสรพิษจึงมีเรา เมื่องูคือตัวขับเคลื่อนวิวัฒนาการ

เหตุใดในหลายวัฒนธรรมจึงมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับงูเหมือนๆ กัน เป็นไปได้หรือไม่ว่ามาจากความกลัวงู แต่ครั้งมนุษย์ยังห้อยโหนโจนทะยานข้ามกิ่งไม้

ป่าชายเลน ผืนใหญ่ที่สุดในโลก : ซุนดาร์บันส์

ป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนาม ซุนดาร์บันส์ (Sundarbans) หยัดยืนอยู่ดั่งกำแพงสีเขียวที่คอยดูดซับคลื่นพายุซัดฝั่ง และลดทอนกำลังพายุไซโคลน สำหรับชาวบ้าน ป่าผืนนี้ยังเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ คำถามคือจะอีกนานเพียงใด

ย้อนรอยกำเนิดคำสาป มัมมี่

ภาพยนตร์เกี่ยวกับมัมมี่สามารถนำกลับมาเล่าใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบใดที่ตำนานว่าด้วยมนตร์ขลังแห่งคำสาปของมัมมี่ยังไม่มีวันจางคลาย