ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก - National Geographic Thailand

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นสิ่งสำคัญที่พบได้ทั่วไปในงานแต่งงานของชาวตะวันตก แต่สัญลักษณ์นี้มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างสั้น โดยเพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมในปี 1840 เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ต ก่อนหน้านั้น ชุดแต่งงานสีขาวสงวนไว้เฉพาะชนชั้นนำผู้สามารถรักษาเสื้อผ้าของตนให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

ทั่วโลก ประเพณีการแต่งงานที่แตกต่างกันทำให้เครื่องแต่งกายอันหลากหลายขยายออกไปไกลกว่าชุดสีขาว ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นชุดแต่งงานหรูหราประดับอัญมณี ขนสัตว์ ผ้าปัก หลากสีสัน จากทั่วโลก และมีอายุเก่าแก่หลายสิบปี

เรื่อง ชีนา มอนทานารี

เจ้าสาว
เจ้าสาวชนเผ่าเร่ร่อนผู้มั่งคั่ง, ทิเบต ปี 1925
Photograph by Dr. Joseph F. Rock, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวสวมชุดพื้นเมืองพร้อมผ้าปักและผ้าคลุมหน้า, ปาเลสไตน์ ปี 1914
Photograph by American Colony Photographers, National Geographic Creative

 


ตัวตลกเหล่านี้อาจดูไม่น่ารักไม่น่าขบขันเท่าไหร่

เปิดภาพเก่าความน่าขนลุกของตัวตลกตั้งแต่อดีตจากกรุ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก


 

เจ้าสาว
เจ้าสาวซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่า สวมชุดแต่งงาน, ทิเบต ปี 1912
Photograph by Shaoching H. Chuan, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวสวมชุดแบบโปแลนด์ทั้งตัว, โปแลนด์ ปี 1930
Photograph by Hans Hildebrand, National Geographic Creative

 

เรื่องแนะนำ

วิถีชีวิตของชนเผ่าเร่ร่อนในมองโกเลีย

วิถีชีวิตของ ชนเผ่าเร่ร่อน ในมองโกเลีย วิถีชีวิตของชนเผ่าในมองโกเลียยังคงความเป็นเอกลักษณ์และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ชวนชมภาพยนตร์สั้นจาก Brandon Li ผู้ถ่ายทอดชีวิตและขบนธรรมเนียมประเพณีของชาวคาซัค ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันตกของมองโกเลีย มาดูกันว่าพวกเขาฝึกนกอินทรี, ต้อนสัตว์, และใช้ชีวิตท่ามกลางภูมิประเทศอันรกร้างกว้างใหญ่ได้อย่างไรมาหลายชั่วอายุคน ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจจากในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยความทุ่มเทของ Brandon Li ผู้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเดินทางไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของชาวคาซัคตัวจริง ผู้คนเหล่านี้มีทุ่งหญ้าเป็นบ้านและแสงดาวเป็นห้องนอน ชมวิถีชีวิตที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติเหล่านี้ แล้วคุณผู้อ่านอาจจะลองอยากเกิดเป็นชาวคาซัคดูสักครั้งก็เป็นได้   อ่านเพิ่มเติม นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

เทศกาลปามะเขือเทศ เป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่? ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ในแต่ละปี ที่เมืองบูโยล ในสเปน บรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจะแห่กันมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นั่นคือ เทศกาลปามะเขือเทศ  หรือ La Tomatina เทศกาลที่เปียกชุ่มและวุ่นวาย ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมามีการออกตั๋วให้สำหรับผู้สนใจเข้าร่วม ด้วยนโยบายใหม่ที่มุ่งหวังสร้างความเป็นระเบียบขึ้น สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วม มีกฏเพียงไม่กี่ข้อที่ให้ปฏิบัติตาม หนึ่งในนั้นคือ ผู้เข้าร่วมต้องบีบมะเขือเทศให้เแหลกก่อนที่จะขว้างปา (เพราะการขว้างมะเขือเทศทั้งลูกก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บได้) นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมควรสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ที่มั่นใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วหลังผ่านสงครามมะเขือเทศมาเป็นร้อยๆ ลูก และสุดท้ายห้ามเริ่มต้นขว้างปาก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นั่นคือสัญญาณเสียงจากปืนใหญ่ จุดเริ่มต้นของเทศกาลปามะเขือเทศเกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายที่ใช้อธิบายถึงมูลเหตุของการขว้างปามะเขือเทศใส่กัน อย่างไรก็ตามเหตุผลหลักที่ยังคงทำให้มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมในทุกปีนั่นก็คือ ความสนุก (รู้จักเทศกาลปามะเขือเทศแล้ว อย่าพลาดชมเทศกาลขว้างปาแป้งและไข่ในสเปนเช่นกัน) แต่หลังจากที่มะเขือเทศลูกสุดท้ายตกลงยังพื้นของจัตุรัสที่ย้อมสีของถนนให้เป็นสีแดงฉาน เกิดคำถามใหญ่ตามมาว่าเทศกาลนี้กำลังเป็นเทศกาลสร้างขยะอาหารครั้งใหญ่หรือไม่? เทศกาลถูกประณามว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ในขณะที่ผู้คนจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกยังคงเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ในปี 2016 กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ หลังไนจีเรียประสบกับการขาดแคลนมะเขือเทศ อันเนื่องมาจากการสูญเสียผลผลิตรายปีไปถึง 80% แม้ว่าเหตุการณ์ทั้งสองจะไม่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันก็ตาม มะเขือเทศที่ถูกนำมาใช้ในเทศกาลไม่ใช่มะเขือเทศที่จะไปอยู่ในจานสลัดของคุณ พวกมันเป็นผลผลิตส่วนเกินและส่วนใหญ่กำลังจะเน่าเสีย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ที่อาหารถูกนำมาขว้างปาเล่น? โดย ฟีโอนา แทป   อ่านเพิ่มเติม วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 […]

ทานาคา: สิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของชาวโรฮิงญา

ในค่ายผู้อพยพของบังกลาเทศ หญิงสาวชาวโรฮิงญายังคงใช้ผงทานาคาทาใบหน้าจนเหลืองอร่าม เพราะนี่คือสิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกว่าพวกเธอมาจากที่ใด

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.