ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นสิ่งสำคัญที่พบได้ทั่วไปในงานแต่งงานของชาวตะวันตก แต่สัญลักษณ์นี้มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างสั้น โดยเพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมในปี 1840 เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ต ก่อนหน้านั้น ชุดแต่งงานสีขาวสงวนไว้เฉพาะชนชั้นนำผู้สามารถรักษาเสื้อผ้าของตนให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

ทั่วโลก ประเพณีการแต่งงานที่แตกต่างกันทำให้เครื่องแต่งกายอันหลากหลายขยายออกไปไกลกว่าชุดสีขาว ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นชุดแต่งงานหรูหราประดับอัญมณี ขนสัตว์ ผ้าปัก หลากสีสัน จากทั่วโลก และมีอายุเก่าแก่หลายสิบปี

เรื่อง ชีนา มอนทานารี

เจ้าสาว
เจ้าสาวชนเผ่าเร่ร่อนผู้มั่งคั่ง, ทิเบต ปี 1925
Photograph by Dr. Joseph F. Rock, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวสวมชุดพื้นเมืองพร้อมผ้าปักและผ้าคลุมหน้า, ปาเลสไตน์ ปี 1914
Photograph by American Colony Photographers, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่า สวมชุดแต่งงาน, ทิเบต ปี 1912
Photograph by Shaoching H. Chuan, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวสวมชุดแบบโปแลนด์ทั้งตัว, โปแลนด์ ปี 1930
Photograph by Hans Hildebrand, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวสวมชุดพื้นเมืองเพื่อแสดงว่าเธอแต่งงานแล้ว, ปาเลสไตน์ ปี 1925
Photograph by Maynard Owen Williams, National Geographic Creative
เจ้าสาว
หญิงที่แต่งงานแล้วและว่าที่เจ้าสาวสวมเครื่องแต่งกายตามวัฒนธรรม, นอร์เวย์
Photograph by Gustav Heurlin, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวโพสท่าถ่ายรูปในวันแต่งงานของเธอ, กรีซ ปี 1930
Photograph by Maynard Owen Williams, National Geographic Creative

 


เบื้องหลังภาพถ่ายอันน่าอบอุ่นนี้ คือเรื่องเศร้า

เจ้าสาว
เจ้าสาวชาวน่าซีสองคนแต่งชุดแบบชาวจีน, มณฑลยูนนาน จีน ปี 1924
Photograph by Dr. Joseph F. Rock, National Geographic Creative
เจ้าสาว
ภาพถ่ายบุคคลของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ซึ่งสวมหมวกประดับขนนกเพื่อความโชคดี, โปแลนด์ ปี 1932
Photograph by Hans Hildebrand, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวและแม่เดินทางโดยรถไฟ, ญี่ปุ่น ปี 1911
Photograph courtesy National Geographic Creative
เจ้าสาว
คู่สมรสวัยหนุ่มสาวในชุดเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแบบพื้นเมือง, เกาะซาร์ดิเนีย อิตาลี ปี 1916
Photograph courtesy National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าบ่าวและเจ้าสาวโพสท่าถ่ายรูปในงานแต่งงานของพวกเขาที่ภูมิภาคบริตตานี, ฝรั่งเศส ปี 1923
Photograph by Jules Gervais Courtellemont, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวนั่งอยู่ระหว่างผู้ดูแลสองคนที่งานแต่งงานของเธอ, อิตาลี ปี 1909
Photograph by Arthur Warner, National Geographic Creative
เจ้าสาว
เจ้าสาวชาวจีนกับช่อดอกไม้, สาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 1919
Photograph by Maynard Owen Williams, National Geographic Creative
เจ้าสาว
ภาพถ่ายบุคคลของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวชาวสโลวักในชุดพื้นเมือง, โบฮีเมีย
Photograph by Erdelyi, National Geographic Creative

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เรื่องแนะนำ

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]

ก้าวที่กล้านำ: บทบาท นักการเมืองหญิง ในการเมืองโลก

นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรียาซินดา อาร์เดิร์น ปราศัยต่อรัฐสภานิวซีแลนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในเดือนมีนาคม เธอตัดสินใจประกาศปิดเมืองทั่วประเทศ “ฉันรับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในขณะนี้ได้อย่างชัดเจน” เธอกล่าว “ชาวกีวีทั้งหลายขอจงกลับบ้าน โปรดจงรักษาสุขภาพและความเอื้ออารี” ผู้หญิงในโบลิเวีย นิวซีแลนด์ และอัฟกานิสถานประสบความสำเร็จอย่างมากในการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองของ นักการเมืองหญิง แต่หลายคนยังเผชิญกับการต่อต้านทางวัฒนธรรม และกระทั่งความรุนแรง ขณะที่อิทธิพลของพวกเธอเพิ่มมากขึ้น ตลอดประวัติศาสตร์ และทั่วโลก ผู้หญิงที่แสวงหาอำนาจทางการเมือง นักการเมืองหญิง มักเผชิญกับการต่อต้าน ตั้งแต่การใส่ร้ายป้ายสีไปจนถึงการลอบสังหาร ผู้หญิงก้าวหน้าไปมากก็จริง แต่ยังเผชิญกับอุปสรรคเดิมๆ ในกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลก รวมทั้งโบลิเวียและรัฐที่รุมเร้าไปด้วยความขัดแย้งอย่างอัฟกานิสถานและอิรัก การมีกฎหมายกำหนดสัดส่วนตามเพศ ในปัจจุบันเป็นเครื่องประกันว่า ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดสัดส่วนตามเพศดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัด ระบบเหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้หญิงเหนือผู้ชายด้วยเหตุผลด้านเพศสภาพเพียงอย่างเดียวถือเป็นการบั่นทอนหลักการวัดคุณค่าของคน ที่ความสามารถ ทว่าแม้แต่ในระบบการเมืองที่ดูเหมือนมีความเป็นกลางทางเพศและมุ่งประเมินคนที่ความสามารถ ก็มีความ ไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างที่สืบทอดมายาวนานเช่นกัน ระบบที่ไม่กำหนดสัดส่วนเพศอย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจโอนเอียงเข้าข้างกลุ่มคนที่มีอำนาจครอบงำ ซึ่งรวมถึงผู้ชาย คนผิวขาว และคนที่มีทรัพยากรทางการเงินมาก การก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้าสู่เวทีการเมืองนับเป็นความท้าทายประการหนึ่ง แต่ประเด็นที่ว่าเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วผู้หญิงจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ก็เป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง การให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองหรือในรัฐสภาอาจช่วยตอบโจทย์เรื่องความ เท่าเทียมระหว่างเพศได้ แต่ก็อาจเป็นเพียงการตอบโจทย์แบบขอไปที หากนักการเมืองหญิงได้เข้าไปปรากฏตัว แต่เสียงของพวกเธอไม่ถูกรับฟัง แล้วยังมีคำถามที่ว่า ผู้หญิงกลุ่มไหนที่มีโอกาสเข้าสู่พื้นที่แห่งอำนาจ และผู้หญิงเหล่านี้เป็นตัวแทนของคนกลุ่มอื่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นคำถามที่หลายประเทศกำลังพยายามหาคำตอบ แม้จะต้องเผชิญกับการข่มขู่ […]