หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง หลังพายุพัดถล่ม - National Geographic Thailand

หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง หลังพายุพัดถล่ม

หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง หลังพายุพัดถล่ม

บ้านเรียบง่ายธรรมดาที่เคยออกแบบให้อยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน ดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยกพื้นลอยสูง  หลังจากมหาพายุแซนดีพัดถล่มชายฝั่งนิวเจอร์ซีเมื่อปี 2012  ผู้คนที่บ้านเรือนยังตั้งอยู่ดีเริ่มยกพื้นบ้านบนเสาชั่วคราวเพื่อให้สามารถทำฐานรากแบบถาวรได้  บางคนทำเพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบการก่อสร้างแบบใหม่ หรือไม่ก็เพื่อลดอัตราเบี้ยประกันน้ำท่วม  แต่สำหรับคนอื่นๆ ผมคิดว่าเป็นเพียงความต้องการอย่างจริงใจที่จะอยู่ตรงที่ตนเคยลงหลักปักฐาน ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไร

ผมเคยไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เมื่อ 25 ปีก่อน ตรงที่ชุมชนชายหาดเรียงรายตามแนวชายฝั่งเกือบ 205 กิโลเมตร  ในปี 2013 ผมเริ่มถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพบ้านยกพื้นที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและความประหลาดของสิ่งที่ได้เห็น  เรามักคิดว่าอาคารต่างๆ เป็นสิ่งปลูกสร้างค่อนข้างถาวร แต่พอเห็นว่าบ้านเหล่านี้ถูกขุดลงไป ยกขึ้นมา ย้ายไปได้ทั่ว  ดึงและแกว่งได้ ความคิดเช่นนั้นก็ถูกท้าทาย

การยกบ้านหรือ “ดีดบ้าน” สักหลังต้องใช้เงินมากเกือบห้าล้านบาทเป็นส่วนหนึ่งในงบซ่อมแซมและทำให้ความปั่นป่วนที่เจ้าของบ้านต้องจำทนมาแล้วยืดเยื้อออกไปอีก

การถ่ายภาพชุดนี้ทำให้ผมตั้งคำถามถึงภูมิปัญญาในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่  เราสร้างบ้านใหม่หลังเกิดเหตุการณ์อย่างมหาพายุพัดถล่ม ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ระดับทะเลสูงขึ้นและทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วหนักขึ้นไปอีก  เรายังไม่ได้ต่อกรกับปัญหาที่ใหญ่กว่า  นั่นคือสถานที่บางแห่งจะไม่ปลอดภัยหรือเหมาะกับการอยู่อาศัยอีกต่อไป

                                                                               

เรียบเรียงจากสัมภาษณ์แพทริเซีย เอดมอนส์ และเจนนิเฟอร์ พริทีวา แซมมวล

เรื่องและภาพถ่าย ไอรา แวกเนอร์

พายุพัดถล่ม
ที่ถนนพอลโจนส์ไดรฟ์ในย่านบริก บ้านใหญ่หลังหนึ่งตั้งอยู่บนฐานชั่วคราว 12 แท่ง
พายุพัดถล่ม
ที่ถนนเบย์พอยต์ไดรฟ์ในทอมส์ริเวอร์ โรงรถของบ้านหลังนี้เปิดโล่ง แต่ยังเข้าไปไม่ได้
พายุพัดถล่ม
ที่หัวมุมของคิงฟิชเชอร์เวย์และแกรนด์เซนทรัลอะเวนิว บ้านสีฟ้าสูงตระหง่านเหนือบ้านใกล้เคียง
พายุพัดถล่ม
บนถนนไพน์ในยูเนียนบีช นิวเจอร์ซีย์ ดอกไม้ริมหน้าต่างอาจเป็นพลาสติก แต่สำหรับผม นี่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าของบ้านที่อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติในบ้าน
พายุพัดถล่ม
บ้านหลังหนึ่งที่ถนนเบิร์กลีย์ในซีไซด์พาร์ก นิวเจอร์ซีย์ ดูพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นใหม่ นั่นคือ “ดีด” หรือยกบ้านให้สูงเพื่อวางฐานรากใหม่ ภายในเหลือเพียงโครงและแผ่นไม้อัดหยาบๆ

 

อ่านเพิ่มเติม

ชมภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยชีวิต หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเทกซัส

เรื่องแนะนำ

แพทย์แผนไทย

แพทย์แผนไทย ย้อนหลังไป 50 ปีที่แล้ว  การแพทย์แผนไทยที่หายไปจากท้องถิ่น  การใช้ ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นตำราแพทย์ของไทยภาคกลางในการสอบประกอบโรคศิลปะตั้งแต่ พ.ศ. 2479 ทำให้หมอพื้นบ้านจากภาคอื่นๆ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาและสมุนไพรเฉพาะถิ่นสอบตก หยุดรักษา และบางคนอาจถึงกับต้องเผาตำราทิ้ง เพราะกลัวทางการจับกุม จนอาจเรียกได้ว่าเป็นการล่มสลายของการ แพทย์แผนไทย หากถอยหลังกลับไปไกลกว่านั้น  หลังก่อตั้ง “โรงศิริราชพยาบาล” เมื่อ พ.ศ. 2431 โรงเรียนราชแพทยาลัยเพื่อผลิตแพทย์ก็เกิดขึ้นในอีกสองปีต่อมา ในช่วง 25 ปีแรก มีการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยควบคู่ไปกับแพทย์แผนตะวันตก แล้วยุติการสอนแพทย์แผนไทยใน พ.ศ. 2458  การแพทย์แผนไทยจึงจำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่เข้าถึงองค์ความรู้และคนที่เข้าไม่ถึงการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่พอมีความรู้การแพทย์พื้นบ้านเท่านั้น แต่ทุกวันนี้  เมื่อหันมาสังเกตรอบตัวจึงพบว่า  สมุนไพรเริ่มกลับมาเป็นของประจำบ้านในรูปบรรจุภัณฑ์ทันสมัย  เมื่อผสมรวมเข้ากับข่าวคราวเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เช่น โครงการเมืองสมุนไพร  การตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย การให้การบริการแพทย์แผนไทยในระดับตำบล  ก็ชวนให้คิดว่า ยุคนี้เป็นยุคที่การแพทย์แผนไทยกำลังหวนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จนฉันอยากเรียกเล่นๆ ว่า เป็นยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของแพทย์แผนไทยเลยทีเดียว พทป. ทวิช ปรีดี  แพทย์แผนไทยประยุกต์ประจำร้านขายยาโพธิเงิน-อภัยภูเบศร โอสถ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าถึงวิธีการรักษาแบบแพทย์แผนไทยของที่นี่ว่า “ตามกระบวนการเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกายและวินิจฉัยโรค […]

ฟาโรห์แฮตเชปซุต จอมกษัตรีแห่งอียิปต์

การค้นพบทางโบราณคดีและวิทยาศาสตร์ช่วยกันปะติดปะต่อหลักฐานจนนำไปสู่การค้นพบมัมมี่ ฟาโรห์แฮตเชปซุต (Hatshepsut) หญิงเหล็กจอมกษัตรีแห่งอียิปต์โบราณ

Explorer Awards 2018: ฑิชากร เปล่งพานิช

ฑิชากร เปล่งพานิช นักเดินทางรุ่นใหม่ที่เริ่มงานเขียนจากการเป็นฟรีแลนซ์คอลัมน์ท่องเที่ยวให้กับนิตยสาร ในขณะเดียวกันก็ทำงานอาสาสมัครและอาศัยความรู้ด้านมัลติมีเดียผลิตสารคดี