ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่ - National Geographic Thailand

ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่

เรื่องและภาพ มนูญ พงศ์พันธุ์พัฒน์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

เทศกาลของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากวันคริสต์มาสที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์” ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี  เทศกาลดังกล่าวเป็นการระลึกถึงการรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพของพระเยซู เพื่อระลึกถึงความรักขั้นสูงสุดของพระองค์ในการเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รักและอภัยให้ศัตรูที่จับพระองค์ไปตรึงกางเขน  คริสตชนจะเตรียมตัวก่อนถึงสัปดาห์นี้ด้วยการถือศีล อดออม และอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน เงินที่ได้จากการอดออมและอดอาหารจะนำไปบริจาค

สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจาก “วันอาทิตย์แห่ใบลาน” พิธีกรรมซึ่งจำลองเหตุการณ์สมัยคริสตกาลที่ชาวยิวนำใบลาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับกษัตริย์ มาแห่ต้อนรับเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  สามวันถัดมาเป็น “วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์” มีพิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งการเป็นสงฆ์ของบาทหลวง พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไว้ใช้ในพิธีต่าง ๆ พิธีระลึกถึงความรักของพระเยซูในคืนที่พระองค์ถูกจับไปทรมาน  และ“วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์” อันเป็นวันถือศีล อดออม และอดอาหารวันสุดท้าย  ส่วนวันสำคัญที่สุดคือ “วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์” เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับคืนชีพจากความตาย จะเริ่มด้วยพิธีเสกไฟและเทียนปัสกา สัญลักษณ์ของการกลับคืนชีพและหมายถึงพระเยซูผู้เป็นแสงสว่างในชีวิต  หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเสกน้ำล้างบาป เพื่อใช้ในพิธีล้างบาปให้กับคริสตชนใหม่ และวันสุดท้าย “วันอาทิตย์ปัสกา” (Easter) เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง มีการนำไข่ต้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซูและการเกิดใหม่ในพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน มาตกแต่งทาสีและมอบให้กัน

บาทหลวงกำลังเทศนาที่หน้าโบสถ์ถึงความเป็นมาและความสำคัญของพิธีแห่ใบลาน ก่อนจะเดินนำขบวนเข้าไปในโบสถ์
พระสังฆราชและบาทหลวงร่วมกันทำพิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะแบ่งกันนำกลับไปใช้ที่โบสถ์
พิธีระลึกถึงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายที่พระเยซูประทานปังและเหล้าองุ่น เหมือนมอบเลือดเนื้อพระองค์ให้ทุกคน
บาทหลวงทำพิธีล้างเท้าเพื่อระลึกถึงความถ่อมตน รักและรับใช้ผู้อื่น ตามคำสอนของพระเยซู
คริสตชนสวดภาวนาร่วมกันในพิธีเฝ้าศีลมหาสนิท
พิธีเดินรูป 14 ภาค เพื่อระลึกถึงเส้นทางความทรมานจนถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู
คริสตชนรับศีลมหาสนิท อาหารฝ่ายวิญญาณที่พระเยซูทรงมอบให้
พิธีเสกไฟและเทียนปัสกาท่ามกลางคริสตชนที่สวดภาวนาอยู่รายล้อม
ไข่ปัสกาสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพและการเกิดใหม่

 

เรื่องแนะนำ

นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

เรื่องและภาพ ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “ให้รักษาไว้ อย่าให้สูญหาย” เป็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสกับนายเฉลิม แก้วพิมพ์ หนึ่งในโนราสามคนที่มีโอกาสรำถวายหน้าพระพักตร์เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว  เป็นสิ่งยืนยันว่าโนราไม่ใช่เป็นเพียงการร่ายรำ หากเป็น “ราก-วิถี-จิตวิญญาณ” ของนาฏยศาสตร์และศิลปะโบราณแห่งแผ่นดินขวานทอง เชื่อว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1820 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น แพร่ขยายจากหัวเมืองพัทลุงสู่เมืองอื่นๆ จนกลายเป็นละครชาตรี  ในอดีตคนนิยมรำโนรากันมาก ลูกหลานจึงเรียกบรรพบุรุษที่นับถือว่า “ครูหมอโนรา” หรือ “ครูหมอตายาย” เมื่อทำดีจะได้รับการปกป้อง หากทำสิ่งไม่ควรจะถูกลงโทษ  ความเชื่อดังกล่าวหยั่งลึกดังเห็นจากพิธีกรรม “โนราโรงครู” อันเชื่อมโยงความสมัครสมานสามัคคี การนับถือครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ และการทำความดีไว้ด้วยกัน  แม้ปัจจุบันทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญกับศิลปะแขนงนี้จนเกิดคณะโนราเยาวชนมากมาย แต่คุณค่าแบบเดิมของโนรากำลังเปลี่ยนไป เมื่อเด็กรุ่นใหม่ที่ร่ายรำได้งดงามกลับขับกลอนโนราสุดไม่เป็น การแสดงถูกตัดทอนให้สั้นลงเพื่อเน้นความสนุกสนาน ตลอดจนการปรับรูปทรงและสีสันของชุดโนราให้เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เกิดคำถามปลายเปิดต่อการอนุรักษ์และการพัฒนานาฏยศาสตร์โนราในอนาคตข้างหน้า  

แอ่งน้ำแห่งชีวิตในแอฟริกา

แผ่นดินสีขาวกว้างใหญ่คือคำแปลตรงตัวของชื่อ Etosha ที่ราบแอ่งกระทะ แอ่งน้ำ แห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบเมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน เชื่อกันว่าเมื่อตอนทวีปเกิดการเคลื่อนตัวทำให้สายนํ้าเปลี่ยนเส้นทาง นํ้าที่เคยมีค่อย ๆ ระเหยไปจากทะเลสาบจึงกลายเป็นทะเลทราย ผืนแผ่นดินแห้งอุดมไปด้วยเกลือแร่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4,800 ตาราง กิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นโป่งดินขนาดใหญ่ให้สัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหลักของประเทศนามิเบีย ในหน้าฝนสรรพสัตว์กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ ทว่าในหน้าแล้งทุกชีวิตต่างมุ่งหน้าสู่สิ่งเดียวกัน แอ่งนํ้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่อุทยานแห่งชาติกลายเป็นศูนย์กลางของหลากหลายชีวิต ตั้งแต่สัตว์กินหญ้าไปจนถึงผู้ล่าต่างอาศัยแอ่งนํ้าร่วมกัน เมื่อพื้นที่จำกัดการเผชิญหน้ากันย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง ม้าลายลงดื่มนํ้าพร้อม ๆ กันทั้งฝูง พวกมันใช้เวลาและค่อย ๆ เดินเข้าสู่แอ่งนํ้าอย่างระมัดระวัง จังหวะการดื่มนํ้าอย่างสบายอารมณ์เป็นจังหวะที่อันตรายที่สุด เพราะอาจมีสัตว์ผู้ล่ารอซุ่มโจมตีอยู่ ถึงแม้ฉากนี้จะดูสงบนิ่งแต่หากตัวหนึ่งเริ่มตกใจที่เหลือก็พร้อมจะกระโจนหนีทันที เมื่ออาหารมารวมตัวกันที่แอ่งนํ้า สัตว์ผู้ล่าก็ตามมาด้วยเช่นกัน แอ่งนํ้า Salvadora มีพุ่มหญ้าสูงริมนํ้าเหมาะแก่การซุ่มล่า แม่สิงโตพาลูกทั้งหกมาหลบอยู่ที่พุ่มหญ้าริมนํ้ารอจังหวะเหมาะเพื่อหาอาหารเย็นให้ครอบครัว สำหรับยีราฟ ความสูงของคอทำให้การก้มดื่มนํ้าเป็นไปอย่างยากลำบาก และเมื่อก้มตัวลงแล้วหากโดนซุ่มโจมตีก็ไม่สามารถจะหนีได้อย่างรวดเร็ว ยีราฟจึงมาดื่มนํ้าไม่บ่อยนัก ถึงแม้จะระมัดระวังแค่ไหน นักล่าที่เชียวชาญก็ยังมีชัยได้ ซากยีราฟริมแอ่งนํ้านี้เป็นชัยชนะอีกครั้งของผู้ล่า สัตว์ป่าหนึ่งตัวที่ตายลงจะต่อชีวิตให้อีกหลายชีวิต ตั้งแต่ผู้ล่าไปจนถึงสัตว์กินซาก เรื่องและภาพ ชุตินันท์ โมรา รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร […]

เครื่องแบบชาวนา

ผลงานภาพ “เครื่องแบบชาวนา” มุ่งถ่ายทอดให้เห็นถึงการแต่งกายที่แตกต่างกันของ ชาวนา ในแต่ละพื้นที่การทำนาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเรายังคงพบเห็นการทำนาอยู่บ้าง ทว่าลดน้อยลงทุกที แม้ข้าวจะยังคงเป็นอาหารหลักของคนไทย แต่อาชีพ ชาวนา กลับหดหายไปทีละน้อย จนเกรงว่าอาจสูญหายไปในที่สุด ผมจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพเก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยและประเทศไทยมาช้านาน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน “เครื่องแบบชาวนา” เกิดขึ้นจากการเห็น สังคมไทยในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมนอกภาคเกษตรกรรม พื้นที่เกษตรกรรมในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่เคยมีการทำนาอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร และสนามกอล์ฟ บ้างซื้อขายเปลี่ยนมือเพื่อเก็งกำไร ส่งผลให้ชาวนาจำนวนไม่น้อยที่ประกอบอาชีพรับจ้างทำนาได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะเจ้าของพื้นที่นาส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้ประกอบอาชีพชาวนาแล้ว ตัดสินใจขายที่นาของตน เราอาจไม่สามารถระบุหรือบ่งบอกอาชีพชาวนาได้จากเครื่องแต่งกายภายนอกที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ วัฒนธรรมท้องถิ่นและรสนิยมส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือสัญลักษณ์ของอาชีพโดยเฉพาะเครื่องไม้ เครื่องมืออย่างเคียวเกี่ยวข้าว ในภาพถ่ายเหล่านี้ เรายังเห็นวิวัฒนาการหรือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเกษตร เช่น เครื่องจักรทุ่นแรงอย่างรถไถและรถเกี่ยวข้าว ขณะที่ฉากหลังอาจบ่งบอกถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นและการพัฒนาในพื้นที่ เป็นต้น เรื่องและภาพ ร่มไทร สิทธิศิริ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2014 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย         […]

รักลิง

เรื่องและภาพ สันติภาพ  อุโคตร (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมืองลพบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีลิงเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นเวลายาวนานและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว  เนื่องจากจำนวนประชากรลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดการจัดการที่ดีอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันลพบุรีต้องประสบปัญหาการคุกคามของลิงอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับคน เช่น ถูกลิงเข้ารื้อค้นหาอาหาร ทำลายทรัพย์สินของบ้านเรือนและร้านค้า ตลอดจนปริมาณอาหารเลี้ยงลิงที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากร  ยิ่งเมื่อลิงแบ่งฝูงแยกกลุ่ม มีอาณาเขตเป็นของตนเอง หากไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ลิงเหล่านั้นก็ต้องดิ้นรนหาอาหาร ซึ่งมักใช้วิธีขโมยหรือแย่งอาหารจากคน  บ่อยครั้งที่ลิงบาดเจ็บเนื่องจากการแย่งอาหารกันเอง ถูกคนทำร้าย หรือด้วยความซุกซนจากการตกที่สูง ถูกไฟฟ้าช้อต หรือบาดเจ็บจากรถยนต์ ท่ามกลางปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ก็ยังมีคนรักสัตว์ผู้อุทิศนตนช่วยเหลือลิงอย่างน่ายกย่อง  ในขณะเดียวกันแผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืนก็เป็นความหวังในการก้าวข้ามปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษด้วย