ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหายไป ช้างจึงออกมาปรากฏตัวบ่อยขึ้น

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า

ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ

โขลงช้าง, ช้างป่า, ป่าละอู, หัวหิน
เมื่อแหล่งอาหารตามธรรมชาติร่อยหรอ ช้างป่า มักยกโขลงกันมายังพื้นที่อื่นๆ นอกป่า

(เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป)

ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง

นักท่องเที่ยว, ป่าละอู, ช้างป่า,
นักท่องเที่ยวที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มักหยอกล้อกับช้างป่าด้วยนการเร่งเครื่องจักรยานยนต์ใส่ช้าง และขับหนีอย่างรวดเร็ว

เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2555 ว่า “ทำอย่างไรให้คนกับช้างมีปัญหากันน้อยที่สุด” และจากการประชุมหมู้บ้านเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2559 ชาวบ้านมีความเห็นตรงกันว่า “ควรให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำและทรัพยากรป่าไม้เป็นอันดับแรก”

ช้างป่า. ช้างเดินถนน. ถนนตัดผ่านป่า
ซากรถยนต์ปริศนาพลิกตะแคงอยู่บนไหล่ทาง ดึงดูดความสนใจจากช้างป่าอย่างมาก

 

ชาวบ้าน, ช้างป่า, ไล่ช้าง, บนถนน
ชาวบ้านในละแวก จะผลัดเวรกันมาผลักดันช้างกลับเข้าป่า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนถนน

 

ช้างป่า, ซากช้าง, ช้างล้ม, รั้วไฟฟ้า. ข้อพิพาท
วิกฤติภัยแล้ง เมื่อปี 2558 ส่งผลให้ ช้างป่าออกมาหาแหล่งน้ำใกล้ชุมชน และโดนไฟจากรั้วไฟฟ้าช็อกตายถึงสามตัว

เรื่องและภาพ พงษ์ชัย มูลสาร
รางวัลรองชนะเลิสอันดับ 1 จากการประกวดโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่อง ปี 2016 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

เพิ่มเติม: แผนที่แสดงพื้นที่ป่าละอู

 

เรื่องแนะนำ

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]

ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่

เรื่องและภาพ มนูญ พงศ์พันธุ์พัฒน์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เทศกาลของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากวันคริสต์มาสที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์” ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี  เทศกาลดังกล่าวเป็นการระลึกถึงการรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพของพระเยซู เพื่อระลึกถึงความรักขั้นสูงสุดของพระองค์ในการเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รักและอภัยให้ศัตรูที่จับพระองค์ไปตรึงกางเขน  คริสตชนจะเตรียมตัวก่อนถึงสัปดาห์นี้ด้วยการถือศีล อดออม และอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน เงินที่ได้จากการอดออมและอดอาหารจะนำไปบริจาค สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจาก “วันอาทิตย์แห่ใบลาน” พิธีกรรมซึ่งจำลองเหตุการณ์สมัยคริสตกาลที่ชาวยิวนำใบลาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับกษัตริย์ มาแห่ต้อนรับเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  สามวันถัดมาเป็น “วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์” มีพิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งการเป็นสงฆ์ของบาทหลวง พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไว้ใช้ในพิธีต่าง ๆ พิธีระลึกถึงความรักของพระเยซูในคืนที่พระองค์ถูกจับไปทรมาน  และ“วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์” อันเป็นวันถือศีล อดออม และอดอาหารวันสุดท้าย  ส่วนวันสำคัญที่สุดคือ “วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์” เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับคืนชีพจากความตาย จะเริ่มด้วยพิธีเสกไฟและเทียนปัสกา สัญลักษณ์ของการกลับคืนชีพและหมายถึงพระเยซูผู้เป็นแสงสว่างในชีวิต  หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเสกน้ำล้างบาป เพื่อใช้ในพิธีล้างบาปให้กับคริสตชนใหม่ และวันสุดท้าย “วันอาทิตย์ปัสกา” (Easter) เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง มีการนำไข่ต้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซูและการเกิดใหม่ในพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน มาตกแต่งทาสีและมอบให้กัน […]

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

เครื่องแบบชาวนา

ผลงานภาพ “เครื่องแบบชาวนา” มุ่งถ่ายทอดให้เห็นถึงการแต่งกายที่แตกต่างกันของ ชาวนา ในแต่ละพื้นที่การทำนาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเรายังคงพบเห็นการทำนาอยู่บ้าง ทว่าลดน้อยลงทุกที แม้ข้าวจะยังคงเป็นอาหารหลักของคนไทย แต่อาชีพ ชาวนา กลับหดหายไปทีละน้อย จนเกรงว่าอาจสูญหายไปในที่สุด ผมจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพเก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยและประเทศไทยมาช้านาน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน “เครื่องแบบชาวนา” เกิดขึ้นจากการเห็น สังคมไทยในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมนอกภาคเกษตรกรรม พื้นที่เกษตรกรรมในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่เคยมีการทำนาอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร และสนามกอล์ฟ บ้างซื้อขายเปลี่ยนมือเพื่อเก็งกำไร ส่งผลให้ชาวนาจำนวนไม่น้อยที่ประกอบอาชีพรับจ้างทำนาได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะเจ้าของพื้นที่นาส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้ประกอบอาชีพชาวนาแล้ว ตัดสินใจขายที่นาของตน เราอาจไม่สามารถระบุหรือบ่งบอกอาชีพชาวนาได้จากเครื่องแต่งกายภายนอกที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ วัฒนธรรมท้องถิ่นและรสนิยมส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือสัญลักษณ์ของอาชีพโดยเฉพาะเครื่องไม้ เครื่องมืออย่างเคียวเกี่ยวข้าว ในภาพถ่ายเหล่านี้ เรายังเห็นวิวัฒนาการหรือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเกษตร เช่น เครื่องจักรทุ่นแรงอย่างรถไถและรถเกี่ยวข้าว ขณะที่ฉากหลังอาจบ่งบอกถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นและการพัฒนาในพื้นที่ เป็นต้น เรื่องและภาพ ร่มไทร สิทธิศิริ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2014 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย         […]