เมืองไทยในอดีต: “ดินแดนเสรีชนแห่งเอเชีย” - National Geographic Thailand

เมืองไทยในอดีต: “ดินแดนเสรีชนแห่งเอเชีย”

เมืองไทยในอดีต
พ่อค้าชาวจีนชั่งเนื้อขายให้ลูกค้า: “ชาวสยามยึดมั่นในคำสอนทางพุทธศาสนาว่าด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับพ่อค้าจีนรายนี้และคนอื่นๆ ที่ทำมาค้าขายทั้งในเรือและบนบก”
เมืองไทยในอดีต
เกวียนอีสาน: “ก่อนหน้าการตัดทางรถไฟมายังดินแดนที่ราบสูงติดกับดินแดนอินโดจีนของฝรั่งเศส ชาวไร่ชาวนาสยามต้องพึ่งพาพาหนะอย่างเกวียนเทียมวัวทั้งเพื่อเดินทางและส่งพืชผลไปขายยังตลาด เมื่อถึงฤดูฝน ทางเกวียนก็มักกลายสภาพไปจนไม่ต่างอะไรจากบ่อโคลน”

“คุณสามารถเดินทางไปเยือนสยามด้วยพรมวิเศษของสายการบินอย่าง IMPERIAL AIRWAYS, KLM และ AIR FRANCE จากลอนดอน อัมสเตอร์ดัม หรือมาร์เซย์ โดยใช้เวลาแค่สัปดาห์เศษเพราะสยามเป็นเหมือนชุมทางของการเดินทางทางอากาศในดินแดนตะวันออกไกล หรือไม่ก็เลือกเดินทางโดยทางเรือมาลงที่ปีนัง สิงคโปร์  หรือฮ่องกง เพราะกรุงเทพฯ นั้นเชื่อมต่อกับปีนังทางรถไฟ กับฮ่องกงทางเรือเดินสมุทร และกับสิงคโปร์ทั้งสองทาง”

เมืองไทยในอดีต
ระหัดวิดน้ำกำลังเป็นรูปเป็นร่าง: “ระหัดวิดน้ำที่ทำจากไม้ไผ่นี้จะผันน้ำเข้าสู่ที่นาในหน้าแล้งระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม เราพบเห็นสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านนี้ได้ทั่วไปในภาคเหนือของสยาม”

 


เมืองไทยในอดีต: ล้านนาเมื่อวันวาน


 

เมืองไทยในอดีต
พระเอกขี่ม้าขาว: “เมื่อไรที่ท่อนซุงเริ่มไหลมากองรวมกัน ควานช้างจะบังคับช้างให้ช่วยลากออกมาเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำ บ่อยครั้งที่น้ำหลากในหน้าฝนทำให้ท่อนซุงและขยะไหลมากองรวมกันจนอาจเป็นอันตรายต่อสะพานสมัยใหม่แห่งนี้ที่จังหวัดลำปาง”
เมืองไทยในอดีต
สุขใจริมน้ำยามเย็น: “ผู้เขียนและช่างภาพเดินทางล่องแม่น้ำปิงจากเชียงใหม่สู่ปากน้ำโพ ในภาพเรือจอดค้างแรมใกล้เกาะแก่งแห่งหนึ่ง ธงบนหลังคาคือธงสยามเคียงคู่กับธงชาติสหรัฐฯ”

 

เรื่องแนะนำ

สนทนาธรรมกับองค์ทะไลลามะ: หนึ่งจุดหมายหลายหนทาง

สนทนาธรรมกับองค์ทะไลลามะ ประมุขทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตตรัสถึงเรื่องสันติภาพของโลก ความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ และบทบาทของผู้หญิงในการปลูกฝังศีลธรรมและเมตตาธรรม

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]