สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด - National Geographic Thailand

สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด

สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด

เห็ดพบได้ทุกที่ ตั้งแต่บนพื้นป่า ในสวน และใต้เท้าเรา แท้จริงแล้วสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือเห็ดนํ้าผึ้ง (Armillaria) ที่มีโครงข่ายโยงใยใต้ดินครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 9.6 ตารางกิโลเมตรในแถบเทือกเขาบลูของรัฐออริกอนกระนั้น เห็ดกลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก และการศึกษาเห็ดทางการแพทย์ก็ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เห็ดเคยถูกมองข้ามว่าเป็นอาหารให้พลังงานตํ่า และมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยทั้งที่ในความเป็นจริง เห็ดหลายชนิดอุดมไปด้วยธาตุอาหาร ตามข้อมูลของนักชีวเคมีและนักสมุนไพร มาร์ติน พาวล์ เห็ดหลายชนิดสร้างสารประกอบที่แสดงให้เห็นศักยภาพในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลการรักษาสำหรับผู้ป่วยจากโรค เช่น มะเร็ง และภาวะสมองเสื่อม

“เห็ดราลึกลับกว่าพืชทั่วไปมาก” โรเบิร์ต บีลมัน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเห็ดและพืชอาหารเพื่อสุขภาพเพนน์สเตต กล่าว เขาเป็นหัวหน้าโครงการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระทั่วไปสองชนิดที่พบในเห็ดบางชนิด ได้แก่ เออร์โกไทโอนีนและกลูตาไทโอนมีศักยภาพในการช่วยป้องกันโรคที่มากับความชรา เช่น โรคหัวใจ และอัลไซเมอร์ส เป็นต้น เห็ดบางชนิดเป็นที่รู้จักจากคุณสมบัติที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ขณะที่เห็ดชนิดอื่น ๆ เช่นที่เห็นในภาพนี้ ไม่เพียงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าพ่อครัว แต่ยังมีคุณค่าเชิงบำบัดอีกด้วย

เรื่อง แดเนียล สโตน

เห็ดหัวหมี (Hericium americanum)

งานวิจัยบางชิ้นเชื่อมโยงเห็ดชนิดนี้เช่นเดียวกับชนิดอื่น ๆ ในสกุล Hericium กับสรรพคุณช่วยบำรุงสมอง

เห็ดไมตาเกะ (Grifola frondosa)

เห็ดที่ใช้ประกอบอาหารและทางการแพทย์เห็ดชนิดนี้อาจช่วยลดนํ้าตาลในเลือดและเสริมภูมิคุ้มกัน

เห็ดหลินจือ (Ganoderna lucidum)

เห็ดที่ได้ฉายาในประเทศจีนว่าเห็ดแห่งชีวิตอมตะนี้ ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ รักษาโรคภูมิแพ้และข้ออักเสบมาช้านาน

เห็ดยามาบูชิตาเกะหรือเห็ดปุยฝ้าย (Hericium erinaceus)

ด้วยสรรพคุณช่วยกระตุ้นการเติบโตของเซลล์ประสาทในสมอง เห็ดชนิดนี้อาจใช้เสริมการรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติโรคความเสื่อมของระบบประสาท

เห็ดเชสต์นัต (Pholiota adipose)

การบริโภคสารสกัดจากเห็ดเชสต์นัตอาจช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในเลือด หรือคอเลสเตอรอลสูง

เห็ดนางรมทอง (Pleurotus citrinopileatus)

เช่นเดียวกับเห็ดนางรมชนิดอื่น ๆ ในสกุล Pleurotus เห็ดนางรมทองได้ชื่อว่าเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ

เห็ดนางรมดอย (Pleurotus ostreatus)

ผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงว่า เห็ดในกลุ่มเห็ดนางรมมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลและเพิ่มระดับวิตามินซีและอี

เห็ดนางรมอินเดีย (Pleurotus pulmonarius)

เห็ดนางรมชนิดนี้เพาะง่าย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยบำบัดการอักเสบ

เห็ดโคนญี่ปุ่น (Agrocybe aegerita)

คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระในเห็ดชนิดนี้แสดงให้เห็นในหนูว่า ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวหนังและลดผลกระทบบางอย่างของความชรา

เห็ดหิ้งไซบีเรีย (Inonotus obliquus)

มักบริโภคในรูปชา เห็ดชนิดนี้ใช้บำบัดความผิดปกติของระบบย่อยอาหารและโรคสะเก็ดเงิน นวนิยาย เมื่อปี 1968 กล่าวอ้างให้เป็นสมุนไพรรักษามะเร็ง

 

อ่านเพิ่มเติม

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

 

เรื่องแนะนำ

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย ที่อเมริกามีคอฟฟี่ช็อป และคาเฟ่ให้ผู้คนได้นั่งดื่มหรือพบปะสังสรรค์ ที่รัสเซียเอง พวกเขาก็ชอบการดื่ม และพูดคุยไม่แพ้กัน เพียงแต่ว่าเครื่องดื่มที่พวกเขาโปรดปรานคือวอดก้า สุราสีใสนี้มีที่มาจากภาษาสลาวิก ซึ่งแปลว่า น้ำ จุดเด่นของมันคือเป็นเหล้าที่ไม่มีรส และกลิ่น ซึ่งนอกจากจะดื่มเพียวๆ แล้ว ยังนิยมใช้ผสมกับค็อกเทลสำหรับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวิธีการดื่มแบบรัสเซียจริงๆ นั้นเขาทำกันอย่างไร Sergey Gordeev นักข่าวจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกจะพาคุณผู้อ่านไปเรียนรู้กัน กฏง่ายๆ และมีเพียงแค่สองข้อเท่านั้นในการดื่มวอดก้าของคนรัสเซีย นั่นคือก่อนดื่มคุณต้องหายใจออก ยกแก้วกระดก จากนั้นค่อยหายใจเข้า แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย… ข้อมูลเพิ่มเติม ชายชาวรัสเซียกว่า 25% เสียชีวิตก่อนอายุ 55 ปี เหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ฉะนั้นแล้วคุณผู้อ่านดื่มวอดก้าแบบวัฒนธรรมรัสเซียได้ แต่พึงระวังอย่าดื่มมากเช่นคนรัสเซีย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง   อ่านเพิ่มเติม มัมมี่ช่วยนักฟุตบอลคนหนึ่งให้ไปแข่งฟุตบอลโลกได้อย่างไร?

ราชินีนักล่าโบโกฮาราม

Aisha Bakari Gombi คือฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่จริง ด้วยความกล้าหาญของเธอในการต่อสู้และช่วยเหลือผู้คนจากกลุ่มก่อการร้ายโบโกฮาราม

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร ชาวเกรือง ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในกัมพูชา มีประเพณีแปลกที่ให้เสรีภาพกับเรื่องเพศแบบสุดๆ เมื่อลูกสาวของพวกเขาโตเป็นสาว พ่อแม่ของเด็กหญิงจะปลูกกระท่อมหลังเล็กๆ ไว้ให้ เพื่อใช้สำหรับเป็นสถานที่ทดลองหลับนอนกับหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่เธอสนใจ โดยไม่มีข้อติเตียนจากสังคมแต่อย่างใด ด้วยวิธีการนี้พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกของตนได้พบคนรักที่ถูกใจที่สุด และได้อยู่กินร่วมกันไปเป็นคู่แท้จนแก่เฒ่า ทว่าด้วยเทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์มือถือ และโซเชียลมีเดียกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องรอให้มีกระท่อมอีกต่อไป พวกเขาติดต่อสื่อสารกับคนที่สนใจได้เลยด้วยอุปกรณ์ตรงหน้า ถ้าเช่นนั้นแล้วกระท่อมรักเหล่านี้จะยังมีความหมายใดอีกหรือไม่? ติดตามเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย Charlotte Pert   อ่านเพิ่มเติม Gen Love – รักเข้มข้น

แผนที่แห่งความสุข

อะไรทำให้คุณมีความสุข แล้วผู้คนจากชาติไหนที่มีความสุขที่สุด ลองชมข้อมูลแผนที่ความสุขที่จัดทำขึ้นโดย มานูเอล กานาเลส และทีโอดอร์ เอ. ซิกลีย์ เชลลีย์ สเปอร์รี แผนที่ดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน ที่ว่าด้วยการสำรวจความสุขของผู้คนจากประเทศต่างๆ ใบหน้ายิ้มเหล่านี้แสดงออกซึ่งปริมาณของความสุขในชีวิตประจำวันของผู้คนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศตั้งแต่ 1 – 100 โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ผู้คนที่เข้ารับการสำรวจจะได้รับคำถามห้าข้อเพื่อระบุว่าพวกเขามีความสุขหรือไม่ในขณะนั้น เช่น วันนี้ได้หัวเราะไหม ส่วนเฉดสีเหลืองที่แสดงออกมานั้นหมายถึงอัตราร้อยละที่ถือว่ามีความสุข หรือสุขภาวะทางกาย ผู้คนจะถูกถามถึงสุขภาพ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นระดับคะแนนไล่จาก “ทุกข์” ไปถึง “สุข” ตามเฉดสี ทั้งนี้ในแผนที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลของทุกประเทศ มีเพียงแค่ข้อมูลจากประเทศที่ได้รับการสำรวจเท่านั้น สามารถชมแบบขยายขนาดใหญ่ได้ ที่นี่     อ่านเพิ่มเติม : ความลับของดินแดนแห่งความสุข, 9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต