รวบรวมบทวิเคราะห์ เหตุใด Parasite (ชนชั้นปรสิต) จึงชนะรางวัลออสการ์ - National Geographic Thailand

รวบรวมบทวิเคราะห์ เหตุใด Parasite (ชนชั้นปรสิต) จึงชนะรางวัลออสการ์

การชนะรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ Parasite หรือ ชนชั้นปรสิต ภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ บรรดานักวิจารณ์ภาพยนตร์มองว่าเป็นเพราะสามารถสะท้อนความแตกต่างระหว่างชนชั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมทั่วโลกต้องเผชิญได้เป็นอย่างดี

คนรักภาพยนตร์ทั่วโลกต่างตกตะลึงและแสดงความยินดีที่ภาพยนตร์เรื่อง Parasite หรือ ชนชั้นปรสิต สามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการภาพยนตร์โลก โดยการเป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้เรื่องแรก และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่องแรก ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 2020 ได้สำเร็จ

ความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นของวงการภาพยนตร์ในอนาคต

ภาพยนตร์เรื่อง Parasite เป็นเรื่องราวของสมาชิกครอบครัวคิม 4 คน (พ่อ แม่ ลูกสาว ลูกชาย) ซึ่งมีสถานะเป็นชนชั้นแรงงาน ได้เข้าไปแทรกซึมและสร้างความปั่นป่วนในครอบครัวของตระกูลพัก มหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จและอาศัยอยู่ภายใต้บ้านอันหรูหรา โดยสมาชิกครอบครัวคิมได้เข้าไปทำงานในครอบครัวในบ้านตระกูลพักผ่านกลเม็ดการหลอกหลวง และความสามารถด้านต่างๆ ของสมาชิกครอบครัวละคน จนทำให้ครอบครัวพักไว้วางใจจนสามารถหาประโยชน์ให้พวกเขาเองได้มากมาย แต่ความสัมพันธ์ที่มีรากฐานจากความหลอกหลวงนี้เองได้ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมในตอนท้ายชนชั้นปรสิต

มีบทวิเคราะห์จากนักวิจารณ์มากมายที่อธิบายว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความโดดเด่นอย่างไร จนสามารถเอาชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ได้สำเร็จ

สก็อต ไฟน์เบิร์ก เขียนบทวิเคราะห์ลงในเว็บไซต์ hollywoodreporter สื่อใหญ่ของวงการภาพยนตร์สหรัฐอเมริกาว่า ถึงไม่อาจมีใครที่บอกได้ชัดเจนว่าเหตุใดภาพยนตร์เรื่องนี้จึงประสบความสำเร็จ แต่สามารถคาดเดาถึงถึงเหตุผลหลัก 3 ข้อ นั่นคือ

– ภาพยนตร์ Parasite เป็นภาพยนตร์ที่ตลก มีความติดตา และนำเสนอเรื่องราวได้อย่างอาจหาญ ซึ่งบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์ต่างมองว่าทำได้ดีและให้ความบันเทิงอย่างมาก รวมทั้งสามารถจับใจผู้ชมด้วยการพาไปสำรวจความตึงเครียดระหว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ซึ่งเป็นประเด็นในระดับนานาชาติ

– ภาพยนตร์นี้ได้รับการยอมรับจากหลายรางวัลก่อนหน้า (เช่น รางวัลปาล์มทองคำ และรางวัลลูกโลกทองคำ) ที่สำคัญคือการคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งสหรัฐอเมริกา (SAG Award) ซึ่งเป็นรางวัลที่ทำให้เกิด ‘เซอร์ไพร์ส’ ในรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์มากมาย ไม่ว่าเป็น Shakespeare in Love (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 1998) Crash (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2006) Spotlight (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2016) และล่าสุดคือภาพยนตร์เรื่อง Parasiteชนชั้นปรสิต

– คณะกรรมการรางวัลออสการ์อาจจะอยากเปิดรับภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมากขึ้นในปี 2020 เมื่อพิจารณาจากการที่ภาพยนตร์เรื่อง Roma (ภาษาสเปน) หรือ Amour (ภาษาฝรั่งเศส) ที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในช่วงทศวรรษก่อนหน้า และต้องการขยายฐานไปยังผู้ชมนอกสหรัฐอเมริกาที่คุ้นชินกับการชมภาพยนตร์ที่มีคำบรรยาย (subtitle)

วิลล์ กอมเพิร์ทซ์ บรรณาธิการด้านศิลปะของจากสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ให้ความเห็นในบทความ Parasite: Will Gompertz reviews the best picture Oscar winner ต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า ภาพยนตร์ไม่เพียงนำเสนอแต่ในรูปแบบดรามาสะท้อนสังคม แต่ภาพยนตร์สามารถข้ามเส้นไปยังการเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญ ซึ่งอาจให้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกับการชมภาพยนตร์ซอมบี้ มันจึงเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ มีพลัง นอกจากนี้ยังมีการกำกับภาพยนตร์ที่ดีอีกด้วย

เขาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้จะเป็นภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ แต่ก็มีแนวคิดหลักของเรื่องและการออกแบบตัวละครมีลักษณะที่เป็นสากลและไร้กาลเวลา ส่วนชื่อเรื่อง ปรสิต เองก็แสดงความหมายถึงความอับอายของคนจนที่จำต้องพึงพาคนรวย และมีการตั้งคำถามถึงไปยังเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปรัชญาของการบริโภคที่สร้างวิถีชีวิตของมนุษย์ขึ้นมา

ชนชั้นปรสิต
สภาพความเป็นอยู่ของบ้านตระกูลพักที่หรูหรา

ด้าน ซิมราน ฮานส์ ได้เขียนบทความเรื่อง Why Parasite should win the best picture Oscar ในเว็บไซต์ของสำนักข่าว The guardian โดยมีใจความว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ทั้งได้รับรางวัลปาล์มทองคำ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากรางวัลลูกโลกทองคำ รวมไปถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก สมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงมีรายรับที่สูงถึง 175.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,400 ล้านบาท) ดังนั้น แม้จะกลับบ้านมือเปล่าแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีเรื่องให้ภาคภูมิใจมากมาย

ฮานส์มีความเห็นว่า ภาพยนตร์สามารถเชื่อมต่อไปยังผู้ชม (จากเรื่องราวและแนวคิดหลักของภาพยนตร์) โดยการเสียดสีสังคมผ่านทักษะการเล่าเรื่องอันยอดเยี่ยมของผู้กำกับ นอกจากนี้ ภาพยนตร์มีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่รัดกุม โดยการเริ่มเรื่องมาด้วยโทนตลกขบขัน แต่สามารถเปลี่ยนไปยังโทนระทึกขวัญและมีบทสรุปที่เป็นโศกนาฏกรรมอันแสนเศร้า สิ่งนี้เป็นองค์ประกอบร่วมสมัยของภาพยนตร์ที่ดีและประสบความสำเร็จ

ปิดท้ายที่ เจฟฟ์ อีวิง ได้เขียนบทความลงเว็บไซต์ของนิตยสารฟอร์บส์ เรื่อง Why ‘Parasite’ Is The Best Picture Of The Year เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีใจความว่า การเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความโดดเด่น เมื่อพิจารณาจากทุกบทสนทนาของตัวละคร การเคลื่อนกล้อง ในทุกคัตของภาพยนตร์ แต่สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ควรได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมคือการนำเสนอเรื่องความเลื่อมล้ำ อันเป็นปัญหาที่สังคมยุคใหม่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ชนชั้นปรสิต

โดยในบทความยังได้กล่าวถึงบรรดาเศรษฐี ร้อยละ 1 ของโลกที่สามารถเพิ่มพูนความมั่งคั่งของตนมาได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 1990 ไปจนถึงปี 2015 ในขณะที่ยังมีประชากรของโลกอีกมากมายที่ยังได้รับผลกระทบจากการจัดสรรรายได้ที่ไม่เท่าเทียม โดยความเลื่อมล้ำนี้เองที่ก่อให้เกิดความต่างของคุณภาพชีวิต การถือครองทรัพย์สิน โอกาสต่างๆ ในชีวิต อันตรายจากสภาพแวดล้อม และปัญหาอื่นๆ อีกมาก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้วางบทบาทให้ครอบครัวคิมที่มีความสามารถแต่มีฐานะที่ยากจน จึงไม่อาจมีความสัมพันธ์หรือความน่าเชื่อถือที่ใช้ยกระดับฐานะตัวเองได้ จึงต้องอาศัยการหลอกลวงครอบครัวที่มีฐานะเพื่อเข้าไปยังโลกของคนรวย โดยภาพยนตร์ได้แสดงให้เห็นถึงความยากจน ภาวะสิ้นหวัง ความไม่เท่าเทียม และความแตกต่างอย่างยิ่งระหว่างโลกของคนจนและคนรวย

นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังเน้นให้เห็นถึงครอบครัวยากจนที่ต้องพึ่งพาคนรวยในทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ชีวิตของคนร่ำรวยเองก็ต้องพึ่งพาแรงงานจากครอบครัวที่เป็นชนชั้นแรงงาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวใดกันแน่ที่เป็น ชนชั้นปรสิต ที่แท้จริง

แหล่งข้อมูล

Scott Feinberg Oscars: Making Sense of the Historic ‘Parasite’ Win and the Rest of the Night

Will Gompertz Parasite: Will Gompertz reviews the best picture Oscar winner 

Simran Hans Why Parasite should win the best picture Oscar 

Jeff Ewing Why ‘Parasite’ Is The Best Picture Of The Year

ขอบคุณภาพถ่ายจากเว็บไซต์ imdb.com


อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายทางอากาศที่ฉายให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม

ความไม่เท่าเทียม, โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้

เรื่องแนะนำ

ประวัติศาสตร์น่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษโดยกษัตริย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านสุนทรพจน์ในการประชุมสภาขุนนาง หรือสภาสูงแห่ง รัฐสภาอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นการประชุมสภา ที่โดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูในไม้ผลิ และมีสมัยประชุมเป็นระยะเวลา 1 ปี ภาพถ่ายโดย ALASTAIR GRANT, WPA POOL/GETTY จากเบร็กซิตสู่การระบาดของไข้รากสาดใหญ่ มีการใช้เครื่องมือที่เป็นกลการเมืองนี้เป็นเวลานับร้อยปีเพื่อปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติของอังกฤษ ใน รัฐสภาอังกฤษ สมัยการประชุมจะยุติลงเมื่อปีของการประชุมสภานิติบัญญัติ หรือที่เรียกว่าสมัยการประชุมสิ้นสุดลง จากนั้นสมัยการประชุมครั้งใหญ่จะเริ่มต้น อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว การปิดสมัยการประชุมของอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องของวัฒนธรรมและโอกาสทางการเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับศตวรรษ และบางครั้งมีการใช้เป็นกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาล โดยวิธีการปิดสมัยประชุมเป็นเครื่องมืออันเย้ายวนของนักการเมืองอังกฤษที่ต้องการแขวนการออกกฎหมายที่พวกเขาไม่พึงประสงค์ การปิดสภา (บางสำนักข่าวใช้คำว่า ระงับการประชุมสภา) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองครั้งล่าสุดเกิดจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งวางแผนที่จะปิดสมัยประชุมที่ยาวนานที่สุดในรอบ 400 ปี โดยประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ก่อนถึงกำหนดวันที่อังกฤษต้องถอนตัวออกจากสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็คือ ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ถ้าบอริสสามารถดำเนินการตามแผนนี้ได้สำเร็จ จะเป็นเหตุให้สมาชิกสภานิติบัญญัติหยุดปฏิบัติหน้าที่ในสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และทำให้การอภิปรายเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรสั้นลงไปอย่างมาก กล่าวคือ […]

เบื้องหลังการตามหาหญิงสาวชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของดวงตาอันเปี่ยมมนตร์สะกด

แคร์รี รีแกน ผู้ช่วยผู้กำกับรายการ Explorer ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นหัวหน้าคณะนำทีมค้นหาเด็กสาวอัฟกันในตำนาน ตอนที่สตีฟ แมกเคอร์รี ถ่ายภาพเด็กสาวผู้นี้เมื่อปี 1984  เป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ จากนั้นเรื่องราวและความเป็นไปของเธอก็กลายเป็นปริศนาลี้ลับยาวนาน สตีฟ แมกเคอร์รี เล่าว่า ตอนนั้นเขาไปเยือนค่ายผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานแห่งหนึ่งนอกเมืองเปชาวาร์ในปากีสถาน “ผมบังเอิญเดินผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่ง  ตรงมุมห้อง ผมสะดุดตากับเด็กหญิงคนหนึ่ง  แววตาของเธอช่างทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ผมน่าจะถ่ายภาพเธอไว้ไม่เกิน 5-10 ภาพ หลังจากภาพของเธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นปกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนมิถุนายน 1985 ผมได้รับการสอบถามจากผู้อ่านหลายพันคนประมาณว่า เราจะช่วยเหลือเธอได้อย่างไรบ้าง เธอเป็นใครกันนะ” “หลังเหตุโศกนาฏกรรม 9/11 อัฟกานิสถานกลับมาเป็นข่าวดังอีกครั้ง  นั่นนำไปสู่ความสนใจในตัวเด็กหญิงอัฟกันคนนั้นอีกครั้ง หลายคนสงสัยว่า เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอไปอยู่ที่ไหน และเราจะช่วยเธอได้อย่างไร ตอนนั้นเองที่เราคิดว่า น่าจะคุ้มค่าถ้าจะลองตามหาตัวเธอ ทั้งๆที่คิดในใจว่า คงต้องอาศัยปาฏิหาริย์” “เราไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนเผ่าไหน ไม่รู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่ไหน” แคร์รียอมรับว่า “เราไม่คิดว่าจะพบตัวเธอ เวลาล่วงเลยมา 17 ปีแล้ว และผู้คนก็หายสาบสูญจนเป็นเรื่องปกติในอัฟกานิสถาน โอกาสที่จะเจอตัวเธอยากแสนยาก เรามีเพียงภาพถ่ายของเธอเท่านั้น” […]

ชีวิตภายในห้องพักขนาดเท่าโลง ที่ชาวฮ่องกงเรียกว่า “บ้าน”

ด้วยประชากรจำนวน 7.5 ล้านคนบนที่ดินจำกัด ฮ่องกงกลายเป็นสถานที่ที่มีค่าเช่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก และนั่นทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีทางเลือกไม่มากนัก

ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย?

การมองคนสวยคนหล่อสร้างความพึงพอใจ สิ่งนี้เกี่ยวพันกับระบบการให้รางวัลแก่สมองไม่ต่างไปจากการกินขนมหวาน ด้านผู้เชี่ยวชาญวิวัฒนาการมองว่า ความหน้าตาดีถูกเชื่อมโยงเข้ากับการมีพันธุกรรมที่ดีด้วย ใครๆ จึงพากันชมชอบ