NEWTON Sixth Form School โรงเรียนที่เป้าหมายและอุปนิสัยต้องเดินทางไปด้วยกัน - National Geographic Thailand

NEWTON Sixth Form School โรงเรียนที่เป้าหมายและอุปนิสัยต้องเดินทางไปด้วยกัน

NEWTON Sixth Form School โรงเรียนที่การศึกษา คือมรดกของมนุษย์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากครูอาจารย์สู่ลูกศิษย์ จากองค์ความรู้สู่การประยุกต์ให้เข้ากับตัวเอง

‘มีการศึกษาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนที่ดีมักมีความแตกต่างจากโรงเรียนที่ไม่ดีในแง่ทัศนคติของครูและนักเรียน ซึ่งหมายถึงบรรยากาศของโรงเรียนนั่นเอง’

วลีนี้มาจากประโยคแรกของหนังสือ โรงเรียนที่ดี (Good Schools) โดย นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ Headmaster ของ The Newton Sixth Form School  ‘ครูและบุคลากรส่วนใหญ่ในโรงเรียนที่ดี มักมีทัศนคติและพฤติกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมุ่งใฝ่สัมฤทธิ์มากขึ้น’

 

NEWTON Sixth Form
นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ Headmaster ของ The Newton Sixth Form School

คุณหมอธีระเกียรติ ร่วมกันกับ คุณธานินทร์ เอื้ออภิธร CEO พร้อมกับทีมงานผู้คร่ำหวอดสายงานด้านการศึกษามาเป็นเวลายาวนาน และเข้าใจถึงปัญหาการศึกษาของเด็กไทยตั้งแต่ภาพกว้างไปจนถึงระดับปัจเจกบุคคล สร้างสรรค์หลักสูตรการศึกษาที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงรอบด้านสำหรับนักเรียนไทย ครอบคลุมทั้งเรื่องเนื้อหาสาระไปจนถึงการสร้างอุปนิสัยที่ดี ทั้งหมดนี้คือปรัชญาที่โรงเรียนใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์การเรียนการสอนในแบบฉบับออกนอกกรอบอย่างที่เราเคยชิน

‘บรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี ครูที่ดี และนักเรียนที่ดี’ สามองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จได้อย่างใจฝัน

 

Time Matters : จัดสรรเวลาอย่างมีคุณภาพ

NEWTON Sixth Form

“School ในภาษากรีกแปลว่า Leisure หรือเวลาว่าง” คุณหมอเท้าความตั้งแต่ความหมายของคำว่าโรงเรียน “การมาโรงเรียนจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อให้มนุษย์ได้เรียนรู้ ซึ่งโรงเรียนก็เป็นพื้นที่ส่งต่อมรดกของมนุษย์ที่บรรพชนค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ คุณธรรม ภูมิปัญญา ให้กับลูกศิษย์ ขณะเดียวกันลูกศิษย์เองก็ต้องประยุกต์ความรู้เหล่านี้ให้เข้ากับตัวเอง และปลูกฝังนิสัยของการเรียนรู้และส่งมอบต่อเช่นนี้ให้กับคนรุ่นถัดไป นี่คือความหมายแบบง่ายของการศึกษา”

จากรากฐานความหมายของการศึกษา ต่อยอดมาเป็นคำถามให้กับทีมงานผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่ว่า แล้วอะไรคือมรดกที่เราควรจะส่งมอบ?

“การเรียนที่ดีคือการทำให้มนุษย์คนหนึ่งเติบโตนะ คือการที่เรามีความคาดหวังที่สูง เรากำหนดว่าเด็กต้องมีฝัน ต้องไปถึงที่ฝันให้ได้ แต่ปัญหาของทั้งหมดคืออยากไปถึงที่ฝัน แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี เราก็กลับมาคิดต่อว่า สมมติเขาจะไปเป็นหมอ มันต้องเรียนหนักขนาด 7-8 วิชา สอบหนักๆ ไหม? คำตอบคือไม่จำเป็น อย่างที่อังกฤษเขาก็เรียนวิทยาศาสตร์ไม่กี่ตัว ไม่ได้แปลว่าความเป็นมนุษย์จะหายไป ความเป็นคนไม่ได้ฝึกจากการเข้าห้องเรียนหรือไปเรียนวิชาสังคม เราเลยกล้าที่จะตัดวิชาที่ไม่สำคัญออก”

 

NEWTON Sixth Form

Sixth Form คือหลักสูตรการศึกษาแบบอังกฤษที่ NEWTON เลือกใช้สำหรับนักเรียนที่นี่ “เรามีมรดกของโลกอยู่แล้ว ก็คือการศึกษาแบบอังกฤษ ซึ่งเขาจะมีคนที่นั่งออกแบบหลักสูตร และคิดถึงว่าเด็กในแต่ละยุคจะเรียนหรือทำอะไรบ้าง มีการอัพเดทตลอด รวมทั้งการสนับสนุนและวิธีสอน ผมเลยเลือกใช้ระบบแบบอังกฤษ”

หากกล่าวให้เห็นภาพ Sixth Form ก็คือชื่อเรียกระดับชั้นมัธยมปลายของอังกฤษ​ ซึ่งประกอบไปด้วย Year 12 และ 13 สำหรับเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลังจากจบการศึกษาภาคบังคับที่ Fifth Form ในระดับชั้นมัธยมต้น (Year 11)

สำหรับ Sixth Form ของที่นี่แบ่งสายการเรียนออกเป็น 3 สายใหญ่ๆ ให้เด็กๆ เลือกโฟกัส และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความสนใจที่เปลี่ยนไป ได้แก่ สายแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ สายวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเอไอ สายบริหารธุรกิจและมนุษยศาสตร์ โดยมีทักษะแกนกลางที่ความเป็นมนุษย์ การสื่อสาร ความเป็นผู้นำ และคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเรียนทุกคน

“เราอยากให้เด็กได้เจอคนที่เก่งๆ ใช้เวลาที่เป็นประโยชน์ และครูที่นี่ต้องรู้จักกับเด็กดี เพราะปรัชญาของเราคือ เรามาหาลูกศิษย์ อยากให้เขาได้เป็นมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีความเป็นผู้นำ”

 

High Expectation : อย่ากลัวที่จะฝันไกล

NEWTON Sixth Form
จากซ้าย : น้องกิมไน้ – กุลนภัสสร์ สัมพันธ์เวชกุล, น้องนินจา – ธัญญ์สิริ ประดิษฐผลเลิศ และ น้องอันอัน – ธนทัต พิศาลคุณากิจ

 

“ตอนนั้นอยู่ในช่วงที่หนูกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่ออะไร ซึ่งพออยากเรียนต่อหมอ ส่วนใหญ่ก็แนะนำให้ต้องเรียนแบบไทย แต่ลึกๆ หนูอยากไปเรียนต่อนอก เพราะหนูเคยไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศแล้วรู้สึกว่า นอกจากได้เรียนรู้วัฒนธรรม หนูยังต้องพึ่งพาตัวเองมากๆ หนูเลยอยากหาที่ที่หนูสามารถไปต่อได้” น้องนินจา – ธัญญ์สิริ ประดิษฐผลเลิศ​ เริ่มต้นเล่าความฝันของเธอให้เราฟัง “พอหนูเห็นกิมไน้ย้ายมาเรียนที่นี่ หนูก็เลยลองมา Open House แล้วสุดท้ายก็มาเรียนที่นี่”

น้องกิมไน้ – กุลนภัสสร์ สัมพันธ์เวชกุล เพื่อนรักของน้องนินจาที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ก่อน เธอเลือกเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยความฝันที่อยากเป็นจิตแพทย์ และเมื่อได้พูดคุยกับคุณหมอ พร้อมกับได้เห็นการบรรยายหลักสูตรการเรียน ก็ทำให้เธอไม่ลังเลจะย้ายโรงเรียนทันทีในสัปดาห์ถัดมา

“ตอนนั้นหนูคิดว่าความสามารถของหนู เป็นไปได้ไกลมากที่สุด คือ หมอ จุฬาฯ เรื่องหนึ่งที่หนูเหมือนกับนินจาก็คืออยากเรียนต่างประเทศเหมือนกัน พอดีกับเพื่อนคุณแม่แนะนำโรงเรียนนี้มา หนูเลยไปงาน Open House และคุณหมอมอบความหวังกับการเรียนให้หนูมากๆ โดยเฉพาะกับเรื่อง Personalised Education (การจัดการเรียนรู้ตามศักยภาพของบุคคล) หนูเลยย้ายมาโรงเรียนนี้เลยค่ะ”

ส่วนของ น้องอันอันธนทัต  พิศาลคุณากิจ แม้การมาเรียนที่นี่ของเขาจะเกิดจากสถานการณ์โควิดที่ทำให้เขาไปเรียนต่อมัธยมปลายที่อังกฤษไม่ได้อย่างที่วางแผนไว้ แต่การได้เข้ามาเรียนนี่นับเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ได้ค้นพบกับตัวเองในมุมมองที่แตกต่างออกไป

“ที่ผมวางแผนไว้ว่าอยากทำอาชีพหมอ ผมมองว่าเป็นอาชีพที่สมเหตุสมผลที่สุดในการให้ เพราะเป็นการให้โอกาสสำหรับชีวิตคน ซึ่งผมที่มาจากโรงเรียนไทยเลยก็มองว่า ระบบการเรียนที่ NEWTON เหมือนมาช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ จากที่เคยเจอจากโรงเรียนในระบบ”

 

น้องๆ เริ่มต้นเข้าเรียนที่นี่เมื่อราว 1-2 ปีก่อน แต่ภายในช่วงเวลานี้กับการศึกษาที่ NEWTON ได้ชวนให้เด็กๆ ตั้งคำถามกับการเรียน และพิจารณาการเรียนในมิติที่ลึกขึ้นกว่าเดิม มากกว่าเพียงการอ่านเพื่อเตรียมสอบให้ไปถึงฝั่งฝันเท่านั้น

“หนูรู้สึกว่าตัวเองตั้งคำถามมากขึ้น” น้องนินจาเล่า “รู้สึกว่า เมื่อก่อนก็เรียนไปเพราะอยากได้เกรด เข้ามหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้รู้สึกคิดลึกขึ้นว่า จะเข้ามหาวิทยาลัยทำไม ทำไมถึงต้องเลือกมหาวิทยาลัยนี้ บางครั้งหนูก็คิดว่าหนูเลือกมหาวิทยาลัยนี้เพราะหนูอยากเท่ อยากมีชื่อมหาวิทยาลัยนี้ในใบสมัคร แต่สุดท้ายหนูก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วชีวิตเราไม่ได้ต้องการอะไรมาอวดคนอื่นเลย เพราะสุดท้ายเราก็รู้อยู่เต็มใจว่าเราเป็นใคร และเราเกิดมาเพื่ออะไร”

ความเปลี่ยนแปลงในตัวน้องกิมไน้ จากทัศนคติเดิมที่วางเป้าหมายที่การเรียนเพื่อไปถึงฝั่งฝันเท่านั้น “แต่วันนี้ทุกวันที่เรียน หนูรู้สึกว่าหนูเข้าใจคนอื่นมากขึ้น แล้วพยายามเห็นใจคนอื่นมากขึ้น ที่นี่เขาพยายามกระตุ้นให้เราตั้งคำถามมากขึ้น ความเชื่อที่หนูเคยมี หนูก็ได้กลับมาประเมินใหม่ว่า เอ๊ะ ทำไมถึงเชื่อแบบนี้ มันทำให้สิ่งที่เราคิดได้รับการขัดเกลา และเราก็ได้ต่อยอดสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วขึ้นไปอีก”

“อันรู้สึกว่าคำถามหลักของที่นี่มันไม่ใช่ What (อะไร) How (อย่างไร) แต่มันคือ Why (ทำไม)” น้องอันอันเสริม “ทางโรงเรียนก็พัฒนาทักษะหลากหลายให้เรา อย่างเช่น ทักษะด้านธุรกิจเราก็มีคลาส Leadership (ความเป็นผู้นำ) และพอเรารู้ว่าอยากจะเรียนอะไรและต้องสอบวิชาไหนบ้าง เราก็ไม่ต้องไปเรียนสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อเรา”

 

NEWTON Sixth Form

Max Planner คือเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนสามารถสังเกตและวางเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อฝึกการจัดสรรเวลา และสร้างคุณภาพชีวิตระหว่างการเรียน “มันได้เห็นตารางของตัวเองว่า เราวางแผนเวลาพักผ่อน เวลาติวเพิ่มขึ้น แทนที่จะนอนดูหนังเยอะแบบเมื่อก่อน มันทำให้ใช้เวลาได้คุ้มค่าและก็มีความสุขกับตัวเองมากๆ ค่ะ” น้องกิมไน้เล่า

“สำหรับหนู หนูรู้สึกว่าหนูตรงข้ามกับคนอื่นค่ะ” น้องนินจาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง “คือแทนที่หนูจะเรียนเพิ่ม หนูใช้เวลาให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้น สุดท้ายหนูก็เลยเรียนรู้ว่า เขาบอกว่าเวลาสำคัญใช่ไหมคะ แต่บางครั้ง การที่จะไปให้ถึงเร็วที่สุดคือการดึงตัวเองให้ช้าลงนิดนึง จากที่เคยกดดันว่าตัวเองจะทำไม่ได้ ซึ่งตรงนี้พี่ซุปเปอร์ไวเซอร์ก็ช่วยได้เยอะมากๆ ค่ะ”

ในส่วนของน้องอันที่เป็นช่วงเวลาของการค้นหาตัวเอง “ของอัน ก่อนหน้านี้คือเครียดมาก ม.5 แล้ว แต่ตัวเองอยากจะเบนเข็มเป็นหมอ จะทันไหมนะ ต้องสอบอะไรบ้างแล้วกดดันตัวเอง แล้วพอวางเวลาดีๆ ก็เห็นว่ายังเหลือเวลาที่พักได้ ถ้าทำจริงๆ เราก็ทำได้ มันคือการวางแผนการใช้เวลา 24 ชั่วโมงให้คุ้มค่าที่สุด”

 

Good Environment, Good Teachers and Good Students : บรรยากาศดี ครูดี เพื่อนดี

NEWTON Sixth Form

NEWTON Sixth Form

ภาพแรกที่ทุกคนเห็นหลังจากผ่านประตูเข้าโรงเรียน คืออัฒจรรย์ขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง จุดนี้ออกแบบเพื่อเป็นศูนย์รวมที่ดึงเด็กๆ เข้ามาอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน และสัมผัสความอบอุ่นของครอบครัวในโรงเรียนร่วมกัน เพราะบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี เริ่มตั้งแต่สิ่งแวดล้อมของการเรียนที่ดี อย่างที่คุณหมอเล่าให้เราฟัง

“ข้อแรกสำคัญที่สุดของการเลือกทำเลกลางเมืองแบบสยามที่นี่ เพราะเราอยู่กลางเมือง ครูเก่งๆ ดีๆ ก็อยู่ในเมือง และกลางเมืองก็เป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกคนมารวมกันได้จากทั่วสารทิศ การเลือกทำเลตรงนี้ก็ถูกออกแบบมาแล้วเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้แบบเท่าเทียมกัน โรงเรียนที่ดีไม่ใช่แค่ตัวตึก แต่คือคน ต้องดูสะอาดสวยงาม อย่างที่นี่เป็นอาคารและพื้นที่สาธารณูปโภคต่างๆ ก็แชร์กันใช้กับสาธารณะ ตรงนี้จะช่วยกำหนดวิธีคิดที่รับผิดชอบต่อสังคมให้กับเด็กได้ด้วย”

ครูที่เก่งและครูที่ดีในนิยามของ NEWTON จะต้องรักการเรียนการสอน และเข้าใจเด็กเป็นอย่างดี “ทุกคนที่หน้างานสอนอะไรต้องเดินไปพร้อมกับเด็ก ต้องไปสอบ การที่ครูไปสอบคือต้องรู้ว่านักเรียนลำบากอย่างไร และต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังสอนอยู่ ซึ่งก็เป็นวิธีการทดสอบว่าครูสอนได้ตรงประเด็นแล้วหรือยัง”

 

ในส่วนของการเรียนจากฟากฝั่งนักเรียน เกรดตลอดทั้งเทอมจะมาจากการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ การเอาใจใส่ในห้องเรียน งานที่มอบหมายให้ทำ อุปนิสัย และผลสอบ เพราะเชื่อว่าองค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากมิติของการเรียนรู้แบบรอบด้านตลอดรายวิชาอย่างแท้จริง

“ที่นี่เรารับเด็กแบบไม่สอบเข้านะ ทุกรายสัมภาษณ์กับผมและ CEO ทั้งหมด ตอนนี้น่าจะสัมภาษณ์มาแล้ว 600-700 คนเป็นอย่างต่ำ” คุณหมอบอก “ผู้ปกครองทุกคนต้องผ่าน Open House ทั้งหมด ต้องเข้าใจปรัชญาของโรงเรียน แล้วก็มีให้ทดลองเรียนด้วย เพราะ NEWTON มาหาลูกศิษย์ เราก็มีหน้าที่ต้องหาครูที่ดีให้กับเขา ถ้าถามว่าเราเตรียมอะไรให้เด็ก เราเตรียมหลักสูตรที่ดี ครูที่ดี แล้วผู้บริหารก็ทำงานกับหน้างานทั้งครูและนักเรียนอย่างใกล้ชิด ทำให้เด็กอุ่นใจ เราจะไม่ทิ้งให้เขาโดดเดี่ยวแน่นอน เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เด็กๆ พูดเองเลยว่า ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเขาจริงๆ”

 

ความสำเร็จของนักเรียนในนิยามของ NEWTON จึงเป็นมากกว่าเรื่องของการศึกษา แต่คือการเป็นคนดีและส่งคืนให้กับสังคม คุณหมอนิยามง่ายๆ ว่า “เด็กที่นี่ต้องมีน้ำยาและมีน้ำใจ”

“ถ้าถามผมว่า การวัดความสำเร็จวัดอย่างไร มันไม่ได้วัดแค่นามธรรม รูปธรรมก็ต้องสำเร็จ นามธรรมก็ต้องสำเร็จ เข้ามหาวิทยาลัยได้ตามที่ฝัน หรือการทำโครงการอย่างการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มูลนิธิเด็ก หรือการทำละครเพื่อนำรายได้ไปช่วยน้ำท่วม พอร์ทโฟลิโอพวกนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้รับรองว่าเก่ง แต่เป็นการทำเพื่อฝึกนิสัยว่าเราจะต้องส่งต่อสู่สังคมจริงๆ และตัวเราก็มีความสามารถในการที่จะส่งต่อนั้นด้วย มีทั้งความรู้และลงมือทำจริง”

 

ช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา บรรยากาศที่โรงเรียนแห่งนี้จึงคึกคักไปด้วยผู้ปกครองและของขวัญมากมายที่แบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมโรงเรียน “มีอาม่าท่านหนึ่งน่ารักมาก แกทำกระเป๋ามาแจกนักเรียนทั้งโรงเรียนเลย ซึ่งผมประหลาดใจมากที่ว่า การตอบรับของสังคมดี ซึ่งสาเหตุคิดว่าเพราะสังคมขาดเรื่องนี้ ผู้ปกครองที่เข้ามาบอกว่าใช่เลย ก็แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว”

“เราต้องเปลี่ยนการศึกษาไม่ให้เป็นการค้าขายวิชา เรามาสร้างมนุษย์ อันนี้ที่สำคัญ” คุณหมอกล่าวสรุป

 

The NEWTON Sixth Form School
https://newton.ac.th
อีเมล : info@newton.ac.th

 

Newton Junior Campus (Year 4-7)
สยามสแควร์ ซอย 6
โทร. 06-5998-6513, 06-5998-6527

 

Newton Senior Campus (Year 8-13)
อาคาร SiamScape ชั้น 11 และ กำลังขยาย campus ที่ ชั้น 9 และ 9A
โทร. 06-5429-2454, 06-5998-6486, 06-5998-6510

 

Essence Campus (สำหรับนักเรียนหลักสูตรไทย)
อาคาร SiamScape ชั้น 15 และ 12
โทร. 06-3323-7069, 06-3323-7050

 

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี
ภาพ หทัยรัตน์ ดีนวลพะเนาว์, The NEWTON Sixth Form School

 


อ่านเพิ่มเติม โรงเรียนมีชัยพัฒนา การเรียนรู้ทักษะชีวิตผ่านการลงมือปฏิบัติ และปฏิสัมพันธ์กับชุมชน

เรื่องแนะนำ

อาชีพในฝันที่ถูกกลืนหาย-ท่ามกลางระบบการศึกษาและสังคมไทย

ตอนเด็กเรามักมีความฝันเรื่องอาชีพที่หลากหลาย แต่เมื่อเติบโตขึ้นท่ามกลางระบบการศึกษาและสังคม ทำไมเด็กหลายคนจึงมีความฝันเรื่องอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป อะไรเป็นสาเหตุทำให้เด็กส่วนมากเลือกที่จะ “เปลี่ยนฝัน” แทนที่จะทำ “อาชีพที่ตนใฝ่ฝัน” ตอนวัยเยาว์ “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” หากถามคำถามนี้กับเด็ก ๆ จะได้คำตอบที่หลากหลายต่างกันไปและจะเห็นได้ถึง “ความช่างฝัน” ที่แฝงอยู่ในคำตอบเหล่านั้น น้องขุนพล – เด็กชายปัณณสิทธ์ ผณินทรารักษ์ อายุ 10 ขวบที่ฝันอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยน้องให้เหตุผลว่า “ผมชอบเวลาที่ได้เตรียมอาหารร้อน ๆ แล้วนำไปเสิร์ฟให้ผู้โดยสาร ได้ถามผู้โดยสารว่าเขาอยากทานอะไร มันมีความสุขมากเลยครับ และถ้าสมมุติว่าเครื่องบินตกกลางทะเล (อันนี้ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นจริงนะครับ) ผมก็อยากลองเล่นสไลเดอร์ยางที่ปล่อยออกมาตอนฉุกเฉินเหมือนกัน มันน่าสนุกดีครับ” หากพิจารณาผลการสำรวจจากกลุ่มบริษัท Adecco ประเทศไทย ประจำปี 2564 พบว่า เด็กไทยอายุ 7 – 14 ปี จำนวน 2,024 คน จากทั่วประเทศเลือกให้ “แพทย์” เป็นอาชีพอันดับ 1 รองลงมาคืออาชีพครู อันดับที่ 3 และอันดับที่ 4 คือยูทูปเบอร์ […]

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสาย IT ที่ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางการศึกษา

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสายไอที ที่เปิดประตูสู่ความเท่าเทียมทางการศึกษา ด้วยแนวคิดเรียนฟรี ไม่มีครู และเรียนรู้แบบ Gamification จากเพื่อนร่วมชั้น การเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมแบบดิจิทัลทั่วโลกกำลังนำพาประเทศไทยเข้าสู่ความท้าทายใหม่ ทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติของการศึกษา ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้รับช่วงทางเทคโนโลยี (Technology Adopter) มาโดยตลอดจะผลักตัวเองให้ก้าวทันความผันผวนนี้ได้หรือไม่ ระบบการศึกษาของเราจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน ในการสร้างบุคลากรที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคตได้โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Ecole 42 Bangkok คือโรงเรียนทางเลือกสายไอทีแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะสอนให้คุณรู้จักโลกกว้างสายงานดิจิทัลโดยไม่มีครู ผ่านการเรียนรู้แบบ Gamification ใช้เทคนิคเกม มาเป็นตัวช่วย เหมือนเล่นเกมออนไลน์ที่ผู้เรียนได้อัพสกิลไปเรื่อย ๆ การเรียนแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการกดสูตรลัดในสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในเวลาจำกัด เพื่อทำความเข้าใจที่มา แนวคิด ภารกิจของที่นี่จึงมุ่งเปิดประตูสู่ความเท่าเทียมและขยายขอบเขตความรู้สายไอทีของเยาวชนไทย เพราะที่นี่เปิดให้เรียนฟรี ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน มีอุปกรณ์ไว้บริการผู้เรียนครบครัน และไม่จำกัดว่าจะเรียนจบสายวิทย์ สายศิลป์ ศึกษาอยู่ในระบบ หรืออยู่นอกระบบ ขอเพียงอายุเกิน 18 ปี ก็สามารถสมัครเรียนได้ National Geographic Thailand ชวนคุณสนทนากับ ผศ.ดร.ชัยยันต์ เจตนาเสน Executive Director […]

CMUTEAM ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย

CMUTEAM กับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอันรุดหน้า ชีวสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีบทบาทเพื่อประกอบการรักษาโรคทางพันธุกรรมให้มีคุณภาพ และตรงจุดมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นก็เพราะคุณภาพของบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการรักษาที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน หากแต่มิติของระบบการให้บริการสาธารณสุข การรักษาและการวินิจฉัยโรคยุคใหม่ที่เติบโตพร้อมกับมากมายเต็มอ่างข้อมูล และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำริและจัดตั้ง CMUTEAM หรือศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย ร่วมเข้ามาดูแลโรคที่มีสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับสารพันธุกรรม เพื่อการเพิ่มคุณภาพในรักษาให้ดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ที่เที่ยงตรงมากขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลประกอบในเชิงลึกขึ้น เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพ. ดำเนินสันต์ พฤกษากร ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย และหัวหน้าศูนย์ CMUTEAM ให้เกียรติแนะนำและบอกเล่าเรื่องราวของชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ภาพใหญ่ในระดับนานาชาติ ไปจนถึงภาพย่อยที่ตัวของพวกเราทุกคน ผ่านการทำงานของศูนย์ CMUTEAM แห่งนี้   แหล่งข้อมูลชีวสารสนเทศที่อยู่ในตัวเราทุกคน คำว่า ‘Bioinformatics’ หรือชีวสารสนเทศ เป็นคำใหม่สำหรับหลายคน คำนี้มีที่มาจากการประสานคำว่า Biology หรือชีววิทยา และ Informatics หรือวิทยาศาสตร์การจัดการข้อมูล รวมกันเป็นเรื่องราวของการจัดการข้อมูลทางชีววิทยา “เมื่อประมาณ 70 ปีก่อน เราเริ่มรู้จักคำว่า DNA หลังจากนั้นอีกประมาณ 40 […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]