CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน

CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน

CMU Lifelong Education
พื้นที่สาธารณะที่ตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน

ภาพของผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างอิสระรอบอ่างแก้วเป็นภาพที่ชินตาของเชียงใหม่มาแสนนาน โดยเฉพาะหลังจากการปรับทัศนียภาพครั้งใหญ่ พื้นที่สาธารณะแห่งนี้เปิดต้อนรับทุกคนทั้งในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้งานพื้นที่ เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการใช้ชีวิต

“ถ้าเรามองกันดีๆ มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นมาเพื่อชุมชน”​ รศ.ดร.​ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นเล่าให้เราฟัง “การมีอยู่ของมหาวิทยาลัย จริงๆ แล้วคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ เพื่อนำความรู้ไปทำงาน ช่วยเหลือสังคม หรือประกอบธุรกิจ นั่นคือกรอบเดิมของการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ”

มหาวิทยาลัยคือแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่า ทั้งในเรื่ององค์ความรู้ บุคลากร และอาคารสถานที่ที่ผู้คนในชุมชนเข้าถึงได้ แล้วทำไมการศึกษาขั้นสูงจึงจำกัดอยู่แค่กับการบ่มเพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัย? จะดีกว่าไหมถ้าความรู้เหล่านี้จะถูกส่งต่อสู่ผู้คนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง? นี่คือโจทย์ที่นำมาสู่การก่อตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2561

 

Reinventing University ปรับวัฒนธรรมการเรียนรู้

วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รศ.ดร.ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนจะคิดถึงเรื่องการศึกษาเป็นการเรียนที่เกิดขึ้นตามระบบ ขั้นตอน ตามอายุ เพื่อให้จบตามแต่ละขั้นของการศึกษาไป การศึกษาเป็นกระบวนการที่ตอบสนองจุดประสงค์ระยะสั้น”​

ในยุคที่โลกเปิดกว้าง ผู้คนต้องปรับตัวเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่ตลอด หรือแม้แต่การลงลึกในเรื่องราวที่ตัวเองสนใจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คำว่า ‘การศึกษา’ จึงไม่ได้ถูกผูกติดอยู่กับสถาบันการศึกษาหรือกรอบเวลาอีกต่อไป หากแต่นี่ก็เป็นอีกพันธกิจของสถาบันที่ก็ต้องปรับตัวเปิดกว้างต้อนรับผู้คนอย่างเป็นมิตรเช่นเดียวกัน เป้าหมายชีวิตระยะยาวจึงกลายมาเป็นนิยามของการศึกษายุคใหม่

“การก่อตั้งวิทยาลัยนี้ขึ้นมา เกิดจากประสบการณ์ การมองเห็นข้อมูล แล้วนำมาปรับเปลี่ยนที่วัฒนธรรมการเรียนรู้ แต่การเปลี่ยนในระดับวัฒนธรรมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันเป็นเรื่องของความเชื่อ แล้วนำความเชื่อนี้ไปปฏิบัติ บางทีเราเชื่อว่าเราต้องพัฒนาตัวเอง เราไปลงคอร์สออนไลน์เอาไว้ แต่บางทีเราอาจจะไม่ทำก็ได้ นี่จึงเป็นความท้าทายมากว่า เราจะทำให้คนปฏิบัติจริงได้อย่างไร?”

การปรับโครงสร้างให้ผู้คนเข้าถึงข้อจำกัดที่น้อยลง เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ให้ง่ายขึ้น จึงเป็นหลักแนวคิดที่วิทยาลัยยึดถือเพื่อสร้างสรรค์แต่ละหลักสูตรให้เข้าถึงผู้เรียน สร้างแรงจูงใจให้เรียนอย่างต่อเนื่อง และมองเห็นภาพของการเรียนที่สอดประสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไปตามแต่ละบุคคล

“ในด้านการเรียนการสอน เราพยายามทำให้คนถือปฏิบัติเหมือนเป็นวัฒนธรรม จึงมีการปรับปรุงทั้งเรื่องความหลากหลายของหลักสูตร ระยะเวลาในการเรียนที่สั้นกระชับ และการออกแบบแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่เข้าถึงได้ตลอด ผสมผสานกับเวิร์คช็อป หรือการพัฒนาความเข้าใจเรื่อง Soft Skill หรือทักษะทางปฏิสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า ตัวเองจะต้องพัฒนาอยู่เสมอ ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และรักที่จะเรียนรู้”

 

Learning Ecosystem ระบบนิเวศการศึกษายุคใหม่

ด้วยจุดแข็งของความเป็นมหาวิทยาลัย ที่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญขององค์ความรู้ทั้งดั้งเดิมและการผลิตองค์ความรู้ใหม่ในหลากหลายสาขาวิชาแล้ว วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตยังทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมต่อจุดความร่วมมือจากองค์กรหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่เข้มแข็งและใช้งานได้จริงในชีวิต

วิทยาลัยแบ่งหลักสูตรการศึกษาออกเป็นการอบรมระยะสั้น เรียนร่วม เกษียณมีดี และ Skills4life ครอบคลุมทุกช่วงวัยของชีวิต

โครงการเรียนร่วม หรือ Advanced@CMU คือโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกสถาบัน รวมทั้งบุคคลทั่วไป ได้เข้ามาร่วมเรียนกับวิชาในคณะของนักศึกษา มช. ในฐานะ ‘ผู้เรียน’ ในแบบ Non Degree หรือสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตสำหรับเทียบโอนได้ในอนาคตหากผ่านเข้าเป็นนักศึกษา มช. และที่สำคัญคือ การได้ประสบการณ์การเรียนรู้เสมือนเป็นนักศึกษาของ มช.

“คำว่า advanced มีหลายความหมาย อาจจะแปลว่า ล่วงหน้า เรียนก่อน หรือหมายถึงระดับที่สูงกว่า ตรงนี้เกิดจากไอเดียที่ว่า ในการศึกษาระดับมัธยมศึกษามีโอกาสที่โรงเรียนมัธยมน่าจะต้องเริ่มออกแบบความรู้ที่นักเรียนอยากมีด้วยตัวเองได้ ผ่านวิชาในหมวดวิชาเลือกเสรี แต่ด้วยข้อจำกัดของโรงเรียนเองที่ไม่สามารถสร้างคอร์สที่ตอบโจทย์กับทุกคนได้ เราเลยมีคอร์สของมหาวิทยาลัยเทอมละเกือบร้อยกว่าตัวให้นักเรียนเลือก นักเรียนก็จะได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน หรือเป็นช่องให้เด็กได้ลองค้นหาตัวเองดู”

น้องนายน์ – ภรภัทร ชนาวิทย์ และน้องเก้า – ศิริณิช ติมัน

โครงการนี้เริ่มต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ น้องเก้า – ศิริณิช ติมัน และน้องนายน์ – ภรภัทร ชนาวิทย์​ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เลือกลงเรียนวิชาแคลคูลัสระดับมหาวิทยาลัย

“จริงๆ ผมอยากเรียนต่อคณะแพทย์” น้องเก้าเริ่มเล่า “แต่ผมไปเจอวิชาฟิสิกส์ที่ต้องใช้เครื่องมือทางคณิตศาสตร์เยอะก็เริ่มสนใจแคลคูลัส จนไปคุยกับเพื่อนที่เป็นโอลิมปิกฟิสิกส์ว่าแคลคูลัสทำให้เข้าใจนิยามทางคณิตศาสตร์ในเชิงลึก เพื่อเราจะสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้มากขึ้น เลยลองเรียนและเจอของจริงเลยดีกว่า”

“ตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมปลายมา ผมไม่ได้เรียนเพื่อเอาไปสอบ สำหรับผมคือ เรียนเพื่อรู้ความเป็นไปของสิ่งที่เรียนจริงๆ เหมือนบางทีก็เรียนสนองความอยากของตัวเอง เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น อยากรู้ว่าแต่ละสูตรมีเบื้องหลังเป็นมาอย่างไร เรียนแบบอยากรู้มันก็สนุกดีตรงที่เราได้เรียนรู้อะไรลึกๆ เชื่อมโยงความรู้ แล้วก็จำได้ไม่ลืมเลย”

ส่วนน้องนายน์ เธอเลือกเรียนวิชาแคลคูลัสเพราะความชอบในวิชาคณิตศาสตร์เป็นทุนเดิม “หนูได้ยินคนบอกว่าวิชาแคลคูลัสค่อนข้างยาก ก็เลยอยากลองดู พอมาเรียนจริงก็สอบได้ 98.2 คะแนน และได้ค้นพบความชอบของตัวเองในห้องเรียนนี้ ส่วนวิชาถัดไปอยากเรียนบัญชี เพราะตั้งใจอยากเข้าบริหารตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เลยอยากลองเรียนให้เป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนในอนาคต”

เพราะเป็นการเรียนในแบบมหาวิทยาลัย มาตรฐานทั้งหมดตั้งแต่การเรียนการสอนในห้องเรียน ไปจนถึงการสอบวัดผลจึงใช้แบบเดียวกับห้องเรียนมหาวิทยาลัย “เพราะเราไม่ได้อยากให้เขาได้แค่ความรู้ เราอยากให้เขาได้ประสบการณ์เหมือนกับเด็กมหาวิทยาลัยจริงๆ” อาจารย์ปรารถนาเสริม

“ผมคิดว่าเพราะเราเรียนวิชาของมหาวิทยาลัย เราก็ควรจะปรับตัวให้เรียนแบบนั้นให้ได้”​ น้องเก้าแชร์ให้ฟังถึงประสบการณ์การเรียนรูปแบบใหม่ของตัวเอง “การเรียนแบบมหาวิทยาลัยทำให้ผมโตขึ้นเยอะ อาจารย์ไม่ทวงงานแล้วนะ แต่เราต้องไปตามส่งเอง ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้มากขึ้น ก็กลายเป็นสกิลติดตัว ผมก็ภูมิใจด้วยที่เราข้ามผ่านตัวเองที่เป็นเด็กมาได้”

 

Long Term Goals ความรู้เพื่อคนทุกช่วงวัย

“เนื่องจากชื่อคือ วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต ก็ต้องแตกการเรียนให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มด้วย” อาจารย์ปรารถนาเล่าถึงหลักสูตรที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน “ในอนาคต ปริญญาอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่การได้ความรู้ หรือใบแสดงผลการเรียนของ มช. มันก็การันตีอะไรบางอย่าง ว่าเขามีทักษะตรงนั้น ก็มีทั้งการอบรมระยะสั้น หรือเรียนสะสมหน่วยกิตไว้ก่อนได้”

“เพราะตอนนี้เรามีคนอายุ 55 ขึ้นไปคิดเป็น 20% ของประชากรประเทศ” อีกกลุ่มที่ลืมไม่ได้ในยุคที่ประเทศก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โครงการ ‘เกษียณมีดี’ จึงเกิดขึ้นเพื่อเติมไฟให้กับผู้สูงวัยทั่วประเทศ “กลุ่มคนสูงวัยหลายคนเขายังไม่พร้อมจะเกษียณ เราเลยมาคิดว่าต้องมีทักษะอะไรบ้างที่ทำให้สามารถผันตัวเองมาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ”

ด้วยข้อได้เปรียบของประเทศไทยมีทั้งเรื่องเทคโนโลยี การขนส่ง และนวัตกรรมการเงิน โครงการเกษียณมีดีจึงต้องการต่อยอดทักษะการทำธุรกิจออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ไปพร้อมกับการสืบทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านให้คงอยู่ และทำรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นได้โดยตรง

“เราใช้วิธี Train the Trainer หรือเอาแหล่งเรียนรู้ไปอบรมครูโรงเรียนผู้สูงอายุที่เป็นครูเกษียณ ครูการศึกษานอกโรงเรียน หรือพระ ในแต่ละชุมชนอีกที เริ่มจากไปพบปะกันต่อหน้าหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็จะใช้การคุยกันแบบออนไลน์ เริ่มตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การตั้งราคา การถ่ายรูป ทักษะความรู้ด้านการเงิน ไปจนถึงการเปิดตลาดส่วนกลางให้มีพื้นที่ซื้อขายได้จริง ตอนนี้ผ่านมาหนึ่งปี เราทำได้ 9 จังหวัดจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งเป้า 10,000 คนในปีแรกที่จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้”

เราถามถึงเป้าหมายในอนาคตของวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “เราจินตนาการว่า ทุกคนไม่ว่าคนไทย หรือใครก็ตาม ควรต้องมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงความรู้ที่มหาวิทยาลัยสามารถมอบให้ได้”

อาจารย์ปรารถนาขยายความต่อ “ในอนาคตข้างหน้า เราอยากเป็นพื้นที่สาธารณะทั้งทางกายภาพ และเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน ไม่จำกัดว่าเป็นใคร ปลายทางแล้ว เราอยากให้คนมีวัฒนธรรมของการเรียนรู้ ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ วิทยาลัยเอง อย่างน้อยจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการปฏิบัติ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ”

“ความฝันของวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต คือการทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับวัฒนธรรมอาจารย์ปรารถนาทิ้งท้าย “ซึ่งงานนี้เป็นงานที่ท้าทาย วันนี้มหาวิทยาลัยได้เริ่มปรับระบบนิเวศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งด้านหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และประสบการณ์เข้าถึงให้กับคนทุกวัย”

“ต่อไป ก็จะเป็นหน้าที่ของผู้เรียนที่จะขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้หมุนเวียนสร้างพลวัตให้กับสังคมต่อไป”

 

วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โทร. 0-5394-3695-6, 06-4995-9333
https://www.lifelong.cmu.ac.th

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี

ภาพ อโณทัย สินโพธิ์ วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


อ่านเพิ่มเติม Art of Anatomy ศิลปะแห่งร่างกาย และการเรียนรู้ความงามของสัดส่วนมนุษย์

เรื่องแนะนำ

CMUTEAM ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย

CMUTEAM กับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอันรุดหน้า ชีวสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีบทบาทเพื่อประกอบการรักษาโรคทางพันธุกรรมให้มีคุณภาพ และตรงจุดมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นก็เพราะคุณภาพของบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการรักษาที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน หากแต่มิติของระบบการให้บริการสาธารณสุข การรักษาและการวินิจฉัยโรคยุคใหม่ที่เติบโตพร้อมกับมากมายเต็มอ่างข้อมูล และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำริและจัดตั้ง CMUTEAM หรือศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย ร่วมเข้ามาดูแลโรคที่มีสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับสารพันธุกรรม เพื่อการเพิ่มคุณภาพในรักษาให้ดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ที่เที่ยงตรงมากขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลประกอบในเชิงลึกขึ้น เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพ. ดำเนินสันต์ พฤกษากร ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย และหัวหน้าศูนย์ CMUTEAM ให้เกียรติแนะนำและบอกเล่าเรื่องราวของชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ภาพใหญ่ในระดับนานาชาติ ไปจนถึงภาพย่อยที่ตัวของพวกเราทุกคน ผ่านการทำงานของศูนย์ CMUTEAM แห่งนี้   แหล่งข้อมูลชีวสารสนเทศที่อยู่ในตัวเราทุกคน คำว่า ‘Bioinformatics’ หรือชีวสารสนเทศ เป็นคำใหม่สำหรับหลายคน คำนี้มีที่มาจากการประสานคำว่า Biology หรือชีววิทยา และ Informatics หรือวิทยาศาสตร์การจัดการข้อมูล รวมกันเป็นเรื่องราวของการจัดการข้อมูลทางชีววิทยา “เมื่อประมาณ 70 ปีก่อน เราเริ่มรู้จักคำว่า DNA หลังจากนั้นอีกประมาณ 40 […]

Art of Anatomy กายวิภาคศาสตร์ ศิลปะแห่งร่างกาย และการเรียนรู้ความงามของสัดส่วนมนุษย์

Art of Anatomy กับ “กายวิภาคศาสตร์” วิชาที่อยู่ตรงกลางพอดีระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ การสร้างความสมดุลระหว่างความสวยงามและความจริงจึงเป็นเรื่องของการเรียนรู้ ไปพร้อมกับความท้าทายระหว่างลงมือทำ กายวิภาคศาสตร์​ (Anatomy) ในความรับรู้ของผู้คนคือวิชาพื้นฐานของสายแพทย์ที่จะต้องเรียนรู้โครงสร้างร่างกายของมนุษย์ในเชิงหน้าที่การทำงาน และอีกมุมมองหนึ่ง กายวิภาคศาสตร์ คือศาสตร์ที่นำพาศิลปินไปค้นหาความงามตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ เพื่อสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะต่อไป “กายวิภาคฯ เป็นวิชาที่ดูแค่รูปอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมีคนอธิบายด้วยว่าทำไมรูปนี้ถึงเป็นแบบนี้” คุณอาร์ต – วรรณฤทธิ์ กะรินทร์​ อาจารย์ และผู้ก่อตั้ง Art of Anatomy ห้องเรียนกายวิภาคฯ สำหรับศิลปะ เล่าให้เราฟังถึงความสำคัญของวิชากายวิภาคศาสตร์ต่องานศิลปะ “หลายครั้งคนที่เป็นสายวาดหรือปั้น อาจจะไม่มั่นใจกับวิชานี้ เพราะมันอิงกับหลักวิทยาศาสตร์ กลัวว่าวาดออกมาแล้วผิดหรือเปล่า เขาต้องการคนสักคนหนึ่งมาพิสูจน์ว่าที่เขาวาดมันถูกต้องนะ แล้วถ้าไม่ถูกต้อง มันไม่ถูกตรงไหน” “เราก็ต้องอธิบายว่า ด้วยความที่กายวิภาคฯ มันอยู่ตรงกลางระหว่างวิทย์กับศิลป์ มันเป็นธรรมดาของโลก ถ้าเน้นไปทางความเป็นจริงและความถูกต้องทางวิทย์มาก ก็อาจจะสูญเสียความสวยงามบางอย่างในเชิงของศิลปะ อย่างรูปแกะสลักหินดาวิด (ผลงานโดย มีเกลันเจโล) เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงการต่อรองกันระหว่างความเป็นวิทย์ของกายวิภาคฯ กับความสมบูรณ์แบบของศิลปะ ศิลปินจะพยายามบาลานซ์ระหว่างความสวยกับความจริง ความเป็นวิทย์กับความเป็นศิลป์ แล้วทำหน้าที่สรุป เชื่อโยง ประมวลความรู้ เพื่อหาจุดสมดุลของทั้งสองศาสตร์”   […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสาย IT ที่ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางการศึกษา

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสายไอที ที่เปิดประตูสู่ความเท่าเทียมทางการศึกษา ด้วยแนวคิดเรียนฟรี ไม่มีครู และเรียนรู้แบบ Gamification จากเพื่อนร่วมชั้น การเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมแบบดิจิทัลทั่วโลกกำลังนำพาประเทศไทยเข้าสู่ความท้าทายใหม่ ทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติของการศึกษา ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้รับช่วงทางเทคโนโลยี (Technology Adopter) มาโดยตลอดจะผลักตัวเองให้ก้าวทันความผันผวนนี้ได้หรือไม่ ระบบการศึกษาของเราจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน ในการสร้างบุคลากรที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคตได้โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Ecole 42 Bangkok คือโรงเรียนทางเลือกสายไอทีแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะสอนให้คุณรู้จักโลกกว้างสายงานดิจิทัลโดยไม่มีครู ผ่านการเรียนรู้แบบ Gamification ใช้เทคนิคเกม มาเป็นตัวช่วย เหมือนเล่นเกมออนไลน์ที่ผู้เรียนได้อัพสกิลไปเรื่อย ๆ การเรียนแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการกดสูตรลัดในสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในเวลาจำกัด เพื่อทำความเข้าใจที่มา แนวคิด ภารกิจของที่นี่จึงมุ่งเปิดประตูสู่ความเท่าเทียมและขยายขอบเขตความรู้สายไอทีของเยาวชนไทย เพราะที่นี่เปิดให้เรียนฟรี ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน มีอุปกรณ์ไว้บริการผู้เรียนครบครัน และไม่จำกัดว่าจะเรียนจบสายวิทย์ สายศิลป์ ศึกษาอยู่ในระบบ หรืออยู่นอกระบบ ขอเพียงอายุเกิน 18 ปี ก็สามารถสมัครเรียนได้ National Geographic Thailand ชวนคุณสนทนากับ ผศ.ดร.ชัยยันต์ เจตนาเสน Executive Director […]