AGRINOVATOR KMITL เกษตรนวัตกรรม สู่ความมั่นคงทางอาหารของเมืองไทย

AGRINOVATOR KMITL เกษตรนวัตกรรม สู่ความมั่นคงทางอาหารของเมืองไทย

Agrinovator กับการปลดล็อกประเทศไทย ด้วยเกษตรแม่นยำจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี จนถึงปลายทางที่การสร้างมูลค่าเพิ่มและช่องทางการตลาด

เราได้ยินคำว่า ‘เมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ’ มาอย่างยาวนาน ด้วยอาชีพหลักเกษตรกรรมที่ทำให้ ‘ครัวของโลก’ กลายเป็นนโยบายผลักดันเศรษฐกิจของประเทศเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่สภาวการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงรุนแรงเกินความคาดเดา ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม สงคราม และโรคระบาด

“เรากักตัวจากการเป็นกลุ่มเสี่ยงของโควิด-19 ก็ยังต้องทานข้าว โปรตีน เรายังต้องกินอยู่ใช้ชีวิตปกติ เพราะทุกอย่างอาศัยผลผลิตทางการเกษตร เพียงแต่การเกษตรบ้านเรายังขึ้นอยู่กับความแปรปรวนสภาพดินฟ้าอากาศที่ยากต่อการพยากรณ์ การเกษตรในอนาคตจึงต้องใช้เทคโนโลยีของทางวิศวกรรมมาเข้าใจความไม่แน่นอนของกระบวนการผลิต เพื่อความอยู่รอดของทุกคน” ผศ.ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัทธ รองคณบดีกำกับงานวิชาการและต่างประเทศ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เท้าความให้เราฟังถึงความสำคัญของเกษตรอัจฉริยะ

พัฒนาการและความก้าวหน้าทางด้านเกษตรกรรมที่ใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือ จึงนำมาสู่การพัฒนาหลักสูตร Agrinovator เกษตรนวัตกร ที่มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตเชิงลึกด้านการเกษตรควบคู่ไปกับการสร้างเครื่องมือทางวิศวกรรมศาสตร์

 

เกษตรกรรม + นวัตกรรม = เกษตรนวัตกร

ผศ.ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัทธ รองคณบดีกำกับงานวิชาการและต่างประเทศ คณะเทคโนโลยีการเกษตร

“หลักสูตรนี้เหมือนเราสร้างคนสองคนอยู่ในตัวคนเดียวกัน คือ Agriculture (เกษตรกรรม) และ Innovation (นวัตกรรม) ผู้เรียนต้องเรียนทั้งสองคณะ ทั้งคณะเทคโนโลยีการเกษตรและวิศวกรรมศาสตร์ในเวลาเดียวกัน จึงเป็นหลักสูตรควบระดับปริญญาตรีสองปริญญา – วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการสมาร์ตฟาร์ม และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเกษตรอัจฉริยะ” อ.อนัญญาเริ่มต้นเล่า

“โจทย์ครั้งนี้คือการปลดล็อกประเทศไทย เพราะบ้านเรา อาชีพการเป็นเกษตรกรยากจน เพราะเกษตรกรใช้เทคโนโลยีไม่เป็น หรือไม่ก็ถูกหลอก ทำการเกษตรแบบเดิมมาตลอด ถ้าฝนแล้งน้ำแล้งก็สร้างระบบชลประทานแบบเท่าที่ทำได้ จนผลผลิตออกมาก็ไม่รู้ว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างไร เราคิดว่าถ้าประเทศไทยมีเกษตรกรหรือนักวิชาการเกษตรและวิศวกรรวมอยู่ในคนเดียวกัน คิดว่าเขาน่าจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมด นี่คือที่มาที่ทำให้เราก่อตั้งหลักสูตรนี้ขึ้น”

หลักสูตร Agrinovator ของ สจล. นับว่าเป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวของประเทศไทย ณ เวลานี้ ที่ผลิตบัณฑิตมีความรู้แบบสหวิทยาการ โดยมองปลายทางที่ความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมหัวเรื่อง Big Data, Robotics, IoT, AI เข้ามาใช้จริงในภาคการเกษตร จากข้อได้เปรียบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นนักประดิษฐ์และสร้างเครื่องมือ กับคณะเทคโนโลยีการเกษตรที่รอบรู้พื้นฐานการเกษตรรอบด้านทั้งพืช สัตว์ และประมง

“คณะเทคโนโลยีการเกษตรก่อนหน้านี้เรามี 5 หลักสูตร ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตพืช เทคโนโลยีการผลิตสัตว์และวิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์ นวัตกรรมการผลิตสัตว์น้ำและการจัดการทรัพยากรประมง พัฒนาการเกษตร และนิเทศศาสตร์เกษตร ซึ่งจุดอ่อนอีกอย่างในตอนนี้คือ เด็กสนใจเรียนเกษตรกันน้อยลง เราเลยมาคิดว่า เด็กในศตวรรษที่ 21 เขาอยากเรียนรู้เป็นเรื่องๆ (Module) แล้วก็ต้องมีความเชี่ยวชาญ สามารถประกอบอาชีพได้จริง โดยเฉพาะกับเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่”

“ถ้าสมาร์ทโฟนที่ทุกคนมี สามารถเป็น Micro Controller ควบคุมการให้น้ำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือตั้งเวลาในการให้อาหาร (Timer Autofeed) สำหรับให้อาหารสัตว์ ดูแลคุณภาพน้ำ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดึงเอาความแม่นยำในแบบวิศวกรรมมาเป็นเครื่องมือ แล้วสนับสนุนผู้เรียนว่า ถ้าอยากทำอะไรก็ไปให้สุด เราจึงต้องปรับทั้งวิธีคิด กระบวนการเรียนการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น เพราะโลกของการเกษตรหรือประมงไปไกลมากแล้ว เป็นทั้ง เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture), ประมงอัจฉริยะ (Smart Fisheries), เกษตรแม่นยำ (Precision Farming) หรือแนวคิดใหม่ๆ อาจจะมาล้ำกว่าอีกในอนาคต”

 

Outcome-Based Education การศึกษาที่เน้นผลลัพธ์ของการเรียนรู้

ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร

“อะไรที่เขาบอกว่าทำไม่ได้ มันควรจะทำได้” ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร เล่าถึงเรื่องราวของหลักสูตร “อย่างโรงเรือนรูปแบบใหม่ เราก็พยายามสร้างให้ควบคุมสภาพต่างๆ ได้ ในอนาคตการผลิตก็น่าจะได้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากกว่าเดิม ก็มีสภาวะที่ต้องทำให้ได้ มันก็เป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารด้วย ถ้าวันหนึ่งโลกมันร้อนจนเลี้ยงปลาหรือทำการเกษตรไม่ได้ ผมว่ามันต้องกลับมาเรื่องนี้”

การเรียนการสอนของหลักสูตรโดยรวม เน้นในเรื่องการสร้างกลุ่มของทักษะ เพื่อสร้างบัณฑิตพร้อมใช้งานที่มีทั้ง Soft Skill – ทักษะในการดำรงชีวิต ติดต่อสื่อสาร และ Hard Skill – ทักษะวิชาชีพ ให้สามารถประกอบอาชีพได้ โดยทางเนื้อหาของฟากฝั่งวิศวกรรม จะเป็นเรื่องของกลศาสตร์ การเขียนแบบ การเขียนโปรแกรม โคดดิ้ง และการผลิตเครื่องมือ รวมเข้ากับเนื้อหาทางด้านการเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำที่หลักการผลิต การบริหารจัดการ จนถึงการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ

อ.ธงชัยเพิ่มเติมอีกว่า “เราจะทำเกษตรที่ไม่ได้คิดแบบเดิม ความแตกต่างเป็นเรื่องของการคิดแบบครบวงจร เราควบรวมกลุ่มวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เหลือแค่วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพรวมกันไว้ แล้วเลือกวิชาที่ผู้เรียนเกษตรใช้จริง ปรับให้มีแกนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งหมด เช่น มาตรฐานการผลิตและการจัดการฟาร์ม เศรษฐศาสตร์ การตลาดแผนธุรกิจ แล้วคิดว่าจะเอาเทคโนโลยีอะไรไปใช้ แต่พื้นฐานเราต้องไม่ลืม ในเรื่องของการปลูกพืช สัตว์ก็ต้องเลี้ยงเป็น แต่ใจความสำคัญที่เราเปลี่ยนไปจากคนอื่นก็คือ ต้องขายเป็น และใช้เทคโนโลยีได้”

agrinovator

นี่นำมาซึ่งการศึกษาภาคปฏิบัติที่ให้นักศึกษาเริ่มฝึกงานกับสถานประกอบการจริงตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 เพื่อสร้างทักษะที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง และเชื่อมโยงเด็กเข้าสู่อุตสาหกรรมจริง โดยมีบริษัทที่เป็นเครือข่ายทั้งในสายงานการเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งนวัตกรรม AI และ Robotics สำหรับการเกษตร ไปจนถึงชั้นปีที่ 4 ที่เป็น Project-based Learning นักศึกษาจะได้คิดค้นและสร้างสรรค์จริงผ่านโครงงานวิจัย (Project) ก่อนเรียนจบ

“เรามองว่า การพัฒนาต้องเริ่มต้นที่การศึกษา การสร้างคน” อ.อนัญญาเสริม “ในขณะเดียวกัน เราก็มีหลักสูตรเสริมทักษะ เพิ่มทักษะสำหรับเกษตรกร ทั้งเพื่อการสร้างอาชีพ หรือสะสมหน่วยกิตมาลงทะเบียนเรียนเป็นนักศึกษาของ สจล. ต่อไปก็ได้เช่นกัน”

 

เกษตรกรรมไทยในอนาคต

Agrinovator

เราถามถึงเทรนด์ของการเกษตรยุคใหม่ “มันอาจจะมี 2 แนว คือเกษตรนวัตกรที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเกษตรอินทรีย์ ที่อาจจะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ผลิต ไปพร้อมกับผู้บริโภคที่ได้ทานอาหารปลอดภัย เป็นเรื่องของอาหารปลอดภัย (Food Safety) และความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)”

จากหลักสูตรตรงนี้เอง ทีมคณาจารย์จึงมองไปข้างหน้าไม่เพียงแต่กับการจัดการเรียนการสอนผ่านรายวิชาที่เน้นการปฏิบัติจริงและใช้งานในทางวิชาชีพได้จริง ‘ผลิตได้มาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีเป็น ผลิตได้ขายเป็น’ แต่ยังมองถึงระยะยาวที่การผลิตบุคลากรทางการเกษตรแบบวงกว้างในระดับประเทศ

“ในช่วงประชาสัมพันธ์หลักสูตร เราได้พบกับผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมาธิการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแนะให้จัดการศึกษาเพื่อยกระดับเกษตรกร แล้วเราก็คิดว่าถ้ามีโมเดลตั้งต้นที่ อบจ.ของทุกจังหวัดสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนในจังหวัดของตัวเองได้เข้ามาเรียนหลักสูตรนี้ แล้วกลับไปคืนถิ่นให้จังหวัดตัวเอง เทคโนโลยีการเกษตรบ้านเราน่าจะไปได้ไกล”

อ.อนัญญาเล่าต่อ “ปัจจัยนอกประเทศและสภาวะของโลกก็มีส่วนอย่างมากเช่นกัน อย่างเมื่อประมาณสามสิบปีก่อน คนยุโรปส่วนใหญ่จะไม่กินปลาในทะเลบอลติกเพราะรัสเซียปล่อยสารเคมีลงไป ตอนนี้ทะเลบอลติกกำลังจะฟื้นกลับมา ชาวยุโรปเริ่มกลับมากินปลาจากทะเลบอลติก แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อไปอีก มีเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำ แล้วสามารถผลิตอาหารป้อนให้กับโลกได้ วันนั้นเราอาจจะเป็นเจ้าในการผลิตอาหาร เป็นครัวของโลกจริงๆ ก็ได้”

แม้ในขณะนี้ หลักสูตรจะรับนักศึกษาเป็นรุ่นที่สอง แต่ก็ได้รับความสนใจจากนักเรียนมากมาย ทั้งที่ครอบครัวดั้งเดิมเป็นผู้ประกอบการและต้องการพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้แข็งแรงขึ้น รวมทั้งนักเรียนที่มองอนาคตความยั่งยืนด้านวิชาชีพการผลิตอาหารผ่านแนวคิดการเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้คนในประเทศ

“ถ้าวิศวกรรมเป็นคีม คือความแม่นยำ เกษตรกรรมเป็นมะเขือเทศ คือความเปราะบาง ถ้าคีมจับกับมะเขือเทศ แล้วสามารถทำงานร่วมกันได้ มันมหัศจรรย์มากนะ”

 

โครงการหลักสูตรควบระดับปริญญาตรี 2 ปริญญา Agrinovator

คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โทร. 0-2329-8504

http://agri.kmitl.ac.th/dualdegree/

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี

ภาพ เอกรัตน์ ปัญญะธารา, Agrinovator KMITL


อ่านเพิ่มเติม KOSEN KMUTT หลักสูตรใหม่สร้างวิศวกรจากญี่ปุ่น สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทย

เรื่องแนะนำ

CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน

CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่ตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน ภาพของผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างอิสระรอบอ่างแก้วเป็นภาพที่ชินตาของเชียงใหม่มาแสนนาน โดยเฉพาะหลังจากการปรับทัศนียภาพครั้งใหญ่ พื้นที่สาธารณะแห่งนี้เปิดต้อนรับทุกคนทั้งในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้งานพื้นที่ เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการใช้ชีวิต “ถ้าเรามองกันดีๆ มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นมาเพื่อชุมชน”​ รศ.ดร.​ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นเล่าให้เราฟัง “การมีอยู่ของมหาวิทยาลัย จริงๆ แล้วคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ เพื่อนำความรู้ไปทำงาน ช่วยเหลือสังคม หรือประกอบธุรกิจ นั่นคือกรอบเดิมของการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ” มหาวิทยาลัยคือแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่า ทั้งในเรื่ององค์ความรู้ บุคลากร และอาคารสถานที่ที่ผู้คนในชุมชนเข้าถึงได้ แล้วทำไมการศึกษาขั้นสูงจึงจำกัดอยู่แค่กับการบ่มเพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัย? จะดีกว่าไหมถ้าความรู้เหล่านี้จะถูกส่งต่อสู่ผู้คนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง? นี่คือโจทย์ที่นำมาสู่การก่อตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2561   Reinventing University ปรับวัฒนธรรมการเรียนรู้ “ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนจะคิดถึงเรื่องการศึกษาเป็นการเรียนที่เกิดขึ้นตามระบบ ขั้นตอน ตามอายุ เพื่อให้จบตามแต่ละขั้นของการศึกษาไป การศึกษาเป็นกระบวนการที่ตอบสนองจุดประสงค์ระยะสั้น”​ ในยุคที่โลกเปิดกว้าง ผู้คนต้องปรับตัวเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่ตลอด หรือแม้แต่การลงลึกในเรื่องราวที่ตัวเองสนใจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คำว่า ‘การศึกษา’ จึงไม่ได้ถูกผูกติดอยู่กับสถาบันการศึกษาหรือกรอบเวลาอีกต่อไป หากแต่นี่ก็เป็นอีกพันธกิจของสถาบันที่ก็ต้องปรับตัวเปิดกว้างต้อนรับผู้คนอย่างเป็นมิตรเช่นเดียวกัน เป้าหมายชีวิตระยะยาวจึงกลายมาเป็นนิยามของการศึกษายุคใหม่ “การก่อตั้งวิทยาลัยนี้ขึ้นมา เกิดจากประสบการณ์ การมองเห็นข้อมูล […]

BASCII CHULA สร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ จากโจทย์ของทักษะแห่งอนาคต

BASCII CHULA แก่นของมหาวิทยาลัยในยุคเปลี่ยนผ่าน กับการสร้างหลักสูตรที่สนับสนุนความฝันของผู้เรียน ให้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ โดยมองเป้าหมายของปลายทางในอนาคตเป็นตัวตั้ง ทักษะในศตวรรษที่ 21 ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกของการทำงานยุคปัจจุบัน นี่จึงเป็นโจทย์ของสถาบันการศึกษายุคใหม่ที่จะต้องกล้าปรับตัวและปรับหลักสูตรให้เดินหน้าไปพร้อมกับความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดโลก “เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เกิดคำถามใหญ่ในจุฬาฯ หลังจากครบรอบ 100 ปีว่า แล้วการศึกษาในศตวรรษที่ 2 ของจุฬาฯ จะหน้าตาเป็นอย่างไร?” รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดี ด้านการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นให้เราฟังด้วยคำถามที่ไม่ได้ตอบเพียงข้อสงสัยของจุฬาฯ เอง แต่ยังตอบคำถามในแวดวงการศึกษาระดับสากล   Passion for Future Education การศึกษาแห่งอนาคต   “ถ้าเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้จากศูนย์ หน้าตาของมหาวิทยาลัยควรต้องเป็นอย่างไร?” จากข้อสงสัยนำมาสู่การค้นหาแก่นแท้ และคุณค่าของการศึกษายุคใหม่ ยุคที่บริบทรอบด้านของสังคมเปลี่ยนจากเดิมแบบพลิกหน้ามือ “เราเริ่มต้นจากการมองฉากทัศน์ของการศึกษาระดับสูง จากเดิมที่มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดการด้านระบบการศึกษา ปัจจุบันผู้ประกอบการผันตัวมาทำงานด้านเทคโนโลยีการศึกษากันมากมาย แต่สิ่งที่บริษัท EdTech เหล่านี้ทำได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนด้านการศึกษา งานในส่วนของเนื้อหาความรู้ใหม่เชิงลึกหรืองานวิจัยที่มีความหมาย และประสบการณ์เรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างบัณฑิตให้ประสบความสำเร็จทั้งต่อตนเองและสังคมยังคงเป็นคุณค่าหลักของมหาวิทยาลัยอยู่ดี เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเก่งในการสร้างความรู้ใหม่ และความรู้ใหม่นั้นต้องเป็นความรู้ที่นำไปสู่ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง” […]

CMUTEAM ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย

CMUTEAM กับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอันรุดหน้า ชีวสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีบทบาทเพื่อประกอบการรักษาโรคทางพันธุกรรมให้มีคุณภาพ และตรงจุดมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นก็เพราะคุณภาพของบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการรักษาที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน หากแต่มิติของระบบการให้บริการสาธารณสุข การรักษาและการวินิจฉัยโรคยุคใหม่ที่เติบโตพร้อมกับมากมายเต็มอ่างข้อมูล และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำริและจัดตั้ง CMUTEAM หรือศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย ร่วมเข้ามาดูแลโรคที่มีสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับสารพันธุกรรม เพื่อการเพิ่มคุณภาพในรักษาให้ดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ที่เที่ยงตรงมากขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลประกอบในเชิงลึกขึ้น เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพ. ดำเนินสันต์ พฤกษากร ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย และหัวหน้าศูนย์ CMUTEAM ให้เกียรติแนะนำและบอกเล่าเรื่องราวของชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ภาพใหญ่ในระดับนานาชาติ ไปจนถึงภาพย่อยที่ตัวของพวกเราทุกคน ผ่านการทำงานของศูนย์ CMUTEAM แห่งนี้   แหล่งข้อมูลชีวสารสนเทศที่อยู่ในตัวเราทุกคน คำว่า ‘Bioinformatics’ หรือชีวสารสนเทศ เป็นคำใหม่สำหรับหลายคน คำนี้มีที่มาจากการประสานคำว่า Biology หรือชีววิทยา และ Informatics หรือวิทยาศาสตร์การจัดการข้อมูล รวมกันเป็นเรื่องราวของการจัดการข้อมูลทางชีววิทยา “เมื่อประมาณ 70 ปีก่อน เราเริ่มรู้จักคำว่า DNA หลังจากนั้นอีกประมาณ 40 […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]