AGRINOVATOR KMITL เกษตรนวัตกรรม สู่ความมั่นคงทางอาหารของเมืองไทย

AGRINOVATOR KMITL เกษตรนวัตกรรม สู่ความมั่นคงทางอาหารของเมืองไทย

Agrinovator กับการปลดล็อกประเทศไทย ด้วยเกษตรแม่นยำจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี จนถึงปลายทางที่การสร้างมูลค่าเพิ่มและช่องทางการตลาด

เราได้ยินคำว่า ‘เมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ’ มาอย่างยาวนาน ด้วยอาชีพหลักเกษตรกรรมที่ทำให้ ‘ครัวของโลก’ กลายเป็นนโยบายผลักดันเศรษฐกิจของประเทศเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่สภาวการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงรุนแรงเกินความคาดเดา ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม สงคราม และโรคระบาด

“เรากักตัวจากการเป็นกลุ่มเสี่ยงของโควิด-19 ก็ยังต้องทานข้าว โปรตีน เรายังต้องกินอยู่ใช้ชีวิตปกติ เพราะทุกอย่างอาศัยผลผลิตทางการเกษตร เพียงแต่การเกษตรบ้านเรายังขึ้นอยู่กับความแปรปรวนสภาพดินฟ้าอากาศที่ยากต่อการพยากรณ์ การเกษตรในอนาคตจึงต้องใช้เทคโนโลยีของทางวิศวกรรมมาเข้าใจความไม่แน่นอนของกระบวนการผลิต เพื่อความอยู่รอดของทุกคน” ผศ.ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัทธ รองคณบดีกำกับงานวิชาการและต่างประเทศ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เท้าความให้เราฟังถึงความสำคัญของเกษตรอัจฉริยะ

พัฒนาการและความก้าวหน้าทางด้านเกษตรกรรมที่ใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือ จึงนำมาสู่การพัฒนาหลักสูตร Agrinovator เกษตรนวัตกร ที่มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตเชิงลึกด้านการเกษตรควบคู่ไปกับการสร้างเครื่องมือทางวิศวกรรมศาสตร์

 

เกษตรกรรม + นวัตกรรม = เกษตรนวัตกร

ผศ.ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัทธ รองคณบดีกำกับงานวิชาการและต่างประเทศ คณะเทคโนโลยีการเกษตร

“หลักสูตรนี้เหมือนเราสร้างคนสองคนอยู่ในตัวคนเดียวกัน คือ Agriculture (เกษตรกรรม) และ Innovation (นวัตกรรม) ผู้เรียนต้องเรียนทั้งสองคณะ ทั้งคณะเทคโนโลยีการเกษตรและวิศวกรรมศาสตร์ในเวลาเดียวกัน จึงเป็นหลักสูตรควบระดับปริญญาตรีสองปริญญา – วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการสมาร์ตฟาร์ม และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเกษตรอัจฉริยะ” อ.อนัญญาเริ่มต้นเล่า

“โจทย์ครั้งนี้คือการปลดล็อกประเทศไทย เพราะบ้านเรา อาชีพการเป็นเกษตรกรยากจน เพราะเกษตรกรใช้เทคโนโลยีไม่เป็น หรือไม่ก็ถูกหลอก ทำการเกษตรแบบเดิมมาตลอด ถ้าฝนแล้งน้ำแล้งก็สร้างระบบชลประทานแบบเท่าที่ทำได้ จนผลผลิตออกมาก็ไม่รู้ว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างไร เราคิดว่าถ้าประเทศไทยมีเกษตรกรหรือนักวิชาการเกษตรและวิศวกรรวมอยู่ในคนเดียวกัน คิดว่าเขาน่าจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมด นี่คือที่มาที่ทำให้เราก่อตั้งหลักสูตรนี้ขึ้น”

หลักสูตร Agrinovator ของ สจล. นับว่าเป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวของประเทศไทย ณ เวลานี้ ที่ผลิตบัณฑิตมีความรู้แบบสหวิทยาการ โดยมองปลายทางที่ความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมหัวเรื่อง Big Data, Robotics, IoT, AI เข้ามาใช้จริงในภาคการเกษตร จากข้อได้เปรียบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นนักประดิษฐ์และสร้างเครื่องมือ กับคณะเทคโนโลยีการเกษตรที่รอบรู้พื้นฐานการเกษตรรอบด้านทั้งพืช สัตว์ และประมง

“คณะเทคโนโลยีการเกษตรก่อนหน้านี้เรามี 5 หลักสูตร ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตพืช เทคโนโลยีการผลิตสัตว์และวิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์ นวัตกรรมการผลิตสัตว์น้ำและการจัดการทรัพยากรประมง พัฒนาการเกษตร และนิเทศศาสตร์เกษตร ซึ่งจุดอ่อนอีกอย่างในตอนนี้คือ เด็กสนใจเรียนเกษตรกันน้อยลง เราเลยมาคิดว่า เด็กในศตวรรษที่ 21 เขาอยากเรียนรู้เป็นเรื่องๆ (Module) แล้วก็ต้องมีความเชี่ยวชาญ สามารถประกอบอาชีพได้จริง โดยเฉพาะกับเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่”

“ถ้าสมาร์ทโฟนที่ทุกคนมี สามารถเป็น Micro Controller ควบคุมการให้น้ำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือตั้งเวลาในการให้อาหาร (Timer Autofeed) สำหรับให้อาหารสัตว์ ดูแลคุณภาพน้ำ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดึงเอาความแม่นยำในแบบวิศวกรรมมาเป็นเครื่องมือ แล้วสนับสนุนผู้เรียนว่า ถ้าอยากทำอะไรก็ไปให้สุด เราจึงต้องปรับทั้งวิธีคิด กระบวนการเรียนการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น เพราะโลกของการเกษตรหรือประมงไปไกลมากแล้ว เป็นทั้ง เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture), ประมงอัจฉริยะ (Smart Fisheries), เกษตรแม่นยำ (Precision Farming) หรือแนวคิดใหม่ๆ อาจจะมาล้ำกว่าอีกในอนาคต”

 

Outcome-Based Education การศึกษาที่เน้นผลลัพธ์ของการเรียนรู้

ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร

“อะไรที่เขาบอกว่าทำไม่ได้ มันควรจะทำได้” ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร เล่าถึงเรื่องราวของหลักสูตร “อย่างโรงเรือนรูปแบบใหม่ เราก็พยายามสร้างให้ควบคุมสภาพต่างๆ ได้ ในอนาคตการผลิตก็น่าจะได้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากกว่าเดิม ก็มีสภาวะที่ต้องทำให้ได้ มันก็เป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารด้วย ถ้าวันหนึ่งโลกมันร้อนจนเลี้ยงปลาหรือทำการเกษตรไม่ได้ ผมว่ามันต้องกลับมาเรื่องนี้”

การเรียนการสอนของหลักสูตรโดยรวม เน้นในเรื่องการสร้างกลุ่มของทักษะ เพื่อสร้างบัณฑิตพร้อมใช้งานที่มีทั้ง Soft Skill – ทักษะในการดำรงชีวิต ติดต่อสื่อสาร และ Hard Skill – ทักษะวิชาชีพ ให้สามารถประกอบอาชีพได้ โดยทางเนื้อหาของฟากฝั่งวิศวกรรม จะเป็นเรื่องของกลศาสตร์ การเขียนแบบ การเขียนโปรแกรม โคดดิ้ง และการผลิตเครื่องมือ รวมเข้ากับเนื้อหาทางด้านการเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำที่หลักการผลิต การบริหารจัดการ จนถึงการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ

อ.ธงชัยเพิ่มเติมอีกว่า “เราจะทำเกษตรที่ไม่ได้คิดแบบเดิม ความแตกต่างเป็นเรื่องของการคิดแบบครบวงจร เราควบรวมกลุ่มวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เหลือแค่วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพรวมกันไว้ แล้วเลือกวิชาที่ผู้เรียนเกษตรใช้จริง ปรับให้มีแกนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งหมด เช่น มาตรฐานการผลิตและการจัดการฟาร์ม เศรษฐศาสตร์ การตลาดแผนธุรกิจ แล้วคิดว่าจะเอาเทคโนโลยีอะไรไปใช้ แต่พื้นฐานเราต้องไม่ลืม ในเรื่องของการปลูกพืช สัตว์ก็ต้องเลี้ยงเป็น แต่ใจความสำคัญที่เราเปลี่ยนไปจากคนอื่นก็คือ ต้องขายเป็น และใช้เทคโนโลยีได้”

agrinovator

นี่นำมาซึ่งการศึกษาภาคปฏิบัติที่ให้นักศึกษาเริ่มฝึกงานกับสถานประกอบการจริงตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 เพื่อสร้างทักษะที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง และเชื่อมโยงเด็กเข้าสู่อุตสาหกรรมจริง โดยมีบริษัทที่เป็นเครือข่ายทั้งในสายงานการเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งนวัตกรรม AI และ Robotics สำหรับการเกษตร ไปจนถึงชั้นปีที่ 4 ที่เป็น Project-based Learning นักศึกษาจะได้คิดค้นและสร้างสรรค์จริงผ่านโครงงานวิจัย (Project) ก่อนเรียนจบ

“เรามองว่า การพัฒนาต้องเริ่มต้นที่การศึกษา การสร้างคน” อ.อนัญญาเสริม “ในขณะเดียวกัน เราก็มีหลักสูตรเสริมทักษะ เพิ่มทักษะสำหรับเกษตรกร ทั้งเพื่อการสร้างอาชีพ หรือสะสมหน่วยกิตมาลงทะเบียนเรียนเป็นนักศึกษาของ สจล. ต่อไปก็ได้เช่นกัน”

 

เกษตรกรรมไทยในอนาคต

Agrinovator

เราถามถึงเทรนด์ของการเกษตรยุคใหม่ “มันอาจจะมี 2 แนว คือเกษตรนวัตกรที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเกษตรอินทรีย์ ที่อาจจะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ผลิต ไปพร้อมกับผู้บริโภคที่ได้ทานอาหารปลอดภัย เป็นเรื่องของอาหารปลอดภัย (Food Safety) และความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)”

จากหลักสูตรตรงนี้เอง ทีมคณาจารย์จึงมองไปข้างหน้าไม่เพียงแต่กับการจัดการเรียนการสอนผ่านรายวิชาที่เน้นการปฏิบัติจริงและใช้งานในทางวิชาชีพได้จริง ‘ผลิตได้มาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีเป็น ผลิตได้ขายเป็น’ แต่ยังมองถึงระยะยาวที่การผลิตบุคลากรทางการเกษตรแบบวงกว้างในระดับประเทศ

“ในช่วงประชาสัมพันธ์หลักสูตร เราได้พบกับผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมาธิการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแนะให้จัดการศึกษาเพื่อยกระดับเกษตรกร แล้วเราก็คิดว่าถ้ามีโมเดลตั้งต้นที่ อบจ.ของทุกจังหวัดสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนในจังหวัดของตัวเองได้เข้ามาเรียนหลักสูตรนี้ แล้วกลับไปคืนถิ่นให้จังหวัดตัวเอง เทคโนโลยีการเกษตรบ้านเราน่าจะไปได้ไกล”

อ.อนัญญาเล่าต่อ “ปัจจัยนอกประเทศและสภาวะของโลกก็มีส่วนอย่างมากเช่นกัน อย่างเมื่อประมาณสามสิบปีก่อน คนยุโรปส่วนใหญ่จะไม่กินปลาในทะเลบอลติกเพราะรัสเซียปล่อยสารเคมีลงไป ตอนนี้ทะเลบอลติกกำลังจะฟื้นกลับมา ชาวยุโรปเริ่มกลับมากินปลาจากทะเลบอลติก แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อไปอีก มีเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำ แล้วสามารถผลิตอาหารป้อนให้กับโลกได้ วันนั้นเราอาจจะเป็นเจ้าในการผลิตอาหาร เป็นครัวของโลกจริงๆ ก็ได้”

แม้ในขณะนี้ หลักสูตรจะรับนักศึกษาเป็นรุ่นที่สอง แต่ก็ได้รับความสนใจจากนักเรียนมากมาย ทั้งที่ครอบครัวดั้งเดิมเป็นผู้ประกอบการและต้องการพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้แข็งแรงขึ้น รวมทั้งนักเรียนที่มองอนาคตความยั่งยืนด้านวิชาชีพการผลิตอาหารผ่านแนวคิดการเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้คนในประเทศ

“ถ้าวิศวกรรมเป็นคีม คือความแม่นยำ เกษตรกรรมเป็นมะเขือเทศ คือความเปราะบาง ถ้าคีมจับกับมะเขือเทศ แล้วสามารถทำงานร่วมกันได้ มันมหัศจรรย์มากนะ”

 

โครงการหลักสูตรควบระดับปริญญาตรี 2 ปริญญา Agrinovator

คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โทร. 0-2329-8504

http://agri.kmitl.ac.th/dualdegree/

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี

ภาพ เอกรัตน์ ปัญญะธารา, Agrinovator KMITL


อ่านเพิ่มเติม KOSEN KMUTT หลักสูตรใหม่สร้างวิศวกรจากญี่ปุ่น สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทย

เรื่องแนะนำ

KOSEN KMUTT หลักสูตรใหม่สร้างวิศวกรจากญี่ปุ่น สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทย

KOSEN KMUTT โรงเรียนมัธยมปลายที่ชวนนักเรียนมองวิศวกรรมจากจุดเริ่มต้นที่มนุษย์และสังคม มาเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่รู้จักความฝันตัวเอง และรู้ตัวว่าอยากจะก้าวต่อไปข้างหน้าบนเส้นทางในอนาคตรูปแบบไหน เช่นในปัจจุบันที่เป็นยุคของนวัตกรรม เรามองเห็นเด็กที่สนุกกับงานเมกเกอร์ การได้ลงมือทำ และได้ทดลองสร้างสิ่งใหม่ให้กับสังคม การเตรียมหลักสูตรการศึกษาที่เริ่มตั้งแต่ระดับมัธยมปลายให้พร้อมสำหรับนักเรียนกลุ่มนี้แต่เนิ่นๆ นอกจากจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้และทักษะความสามารถก่อนส่งต่อสู่ระดับอุดมศึกษาแล้ว การศึกษาสำหรับเด็กวัยที่กระหายการเรียนรู้และลงมือทำเช่นนี้ ยังช่วยเปิดกว้างด้านความคิดสร้างสรรค์ ดึงพลังความกล้าของวัยเด็กมาบวกกับทักษะ และอาจเกิดเป็นผลลัพธ์ที่เซอร์ไพรส์ผู้ใหญ่อย่างที่คาดไม่ถึง หลักสูตรแบบ Story-based Learning กับนักเรียนสายวิศวกรรม การเรียนด้านทักษะวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และการฝึกฝนทักษะด้านวิศวกรรมผ่านการปฏิบัติ คือความพิเศษของนักเรียนมัธยมปลายที่นี่ เราได้รับเกียรติจากคณาจารย์ทั้งไทยและญี่ปุ่นของโครงการ KOSEN KMUTT ในการบอกเล่าเรื่องราวการเรียนของว่าที่วิศวกร ผู้เป็นกำลังสมองของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต   ความเชี่ยวชาญการศึกษาวิศวกรรมแบบญี่ปุ่น กับนักเรียนไทย โครงการ​จัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น หรือโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศภูมิภาค ด้วยแนวคิดการจัดการศึกษาในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมปลายเฉพาะทางด้านวิศวกรรม เป็นโครงการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการโดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และเริ่มดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2562 ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่การรับนักเรียนรุ่นที่ 3 “เรามองเห็นความเชี่ยวชาญของสถาบัน KOSEN ซึ่งมีมายาวนานเกือบ 60 ปี […]

CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน

CMU Lifelong Education พื้นที่สาธารณะที่ตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน ภาพของผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างอิสระรอบอ่างแก้วเป็นภาพที่ชินตาของเชียงใหม่มาแสนนาน โดยเฉพาะหลังจากการปรับทัศนียภาพครั้งใหญ่ พื้นที่สาธารณะแห่งนี้เปิดต้อนรับทุกคนทั้งในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้งานพื้นที่ เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการใช้ชีวิต “ถ้าเรามองกันดีๆ มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นมาเพื่อชุมชน”​ รศ.ดร.​ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นเล่าให้เราฟัง “การมีอยู่ของมหาวิทยาลัย จริงๆ แล้วคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ เพื่อนำความรู้ไปทำงาน ช่วยเหลือสังคม หรือประกอบธุรกิจ นั่นคือกรอบเดิมของการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ” มหาวิทยาลัยคือแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่า ทั้งในเรื่ององค์ความรู้ บุคลากร และอาคารสถานที่ที่ผู้คนในชุมชนเข้าถึงได้ แล้วทำไมการศึกษาขั้นสูงจึงจำกัดอยู่แค่กับการบ่มเพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัย? จะดีกว่าไหมถ้าความรู้เหล่านี้จะถูกส่งต่อสู่ผู้คนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง? นี่คือโจทย์ที่นำมาสู่การก่อตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2561   Reinventing University ปรับวัฒนธรรมการเรียนรู้ “ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนจะคิดถึงเรื่องการศึกษาเป็นการเรียนที่เกิดขึ้นตามระบบ ขั้นตอน ตามอายุ เพื่อให้จบตามแต่ละขั้นของการศึกษาไป การศึกษาเป็นกระบวนการที่ตอบสนองจุดประสงค์ระยะสั้น”​ ในยุคที่โลกเปิดกว้าง ผู้คนต้องปรับตัวเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่ตลอด หรือแม้แต่การลงลึกในเรื่องราวที่ตัวเองสนใจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คำว่า ‘การศึกษา’ จึงไม่ได้ถูกผูกติดอยู่กับสถาบันการศึกษาหรือกรอบเวลาอีกต่อไป หากแต่นี่ก็เป็นอีกพันธกิจของสถาบันที่ก็ต้องปรับตัวเปิดกว้างต้อนรับผู้คนอย่างเป็นมิตรเช่นเดียวกัน เป้าหมายชีวิตระยะยาวจึงกลายมาเป็นนิยามของการศึกษายุคใหม่ “การก่อตั้งวิทยาลัยนี้ขึ้นมา เกิดจากประสบการณ์ การมองเห็นข้อมูล […]

มีชัยพัฒนา โรงเรียนนวัตกรรมและทักษะชีวิต

มีชัยพัฒนา โรงเรียนนวัตกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม การเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียน-โรงเรียน-ชุมชน สมัยยังเรียนชั้นมัธยม กิจวัตรของการเรียนคงหนีไม่พ้นเข้าห้องเรียน รอพักเที่ยง แล้วเลิกเรียนกลับบ้าน โดยทั่วไป เรามองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับโรงเรียนในฐานะที่เป็นแหล่งมอบการศึกษาให้กับนักเรียน ด้วยศักยภาพของโรงเรียนซึ่งมีทั้งทางด้านกายภาพ ในเรื่องอาคารสถานที่ และทางด้านองค์ความรู้พร้อมใช้เพื่อระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โรงเรียน มีชัยพัฒนา มองเรื่องราวเหล่านี้ในมุมกลับกัน จากทรัพยากรที่มีในมือของโรงเรียนจะถูกใช้งานอย่างไรให้ได้เต็มประสิทธิภาพ? จากนักเรียน มองออกนอกรั้วโรงเรียนไปถึงชุมชน พร้อมกับความตั้งใจที่อยากให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน “ผมทำงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง เป็น Change Maker ปรับตัวมาตลอด รวมถึงวันนี้ก็ประมาณ 50 ปีแล้ว” คุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและประธานโรงเรียน เล่าให้เราฟัง “มีอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อสัก 18 ปีก่อน ผมเริ่มหาทุนมาให้นักเรียนเป็นทุนการศึกษา ให้เงินไปก็คิดว่าดี แต่พอเข้าไปดูในรายละเอียดแล้ว มันไม่ได้มีอะไรที่ผมคิดว่าจะดีขึ้น มันเป็นวงจรที่ส่งเด็กกลับไปเข้าไปในระบบเดิม เราก็เลยเริ่มคิดว่าต้องหาระบบใหม่ สร้างระบบที่เป็นของเราเอง” ระบบที่ว่า คือระบบการศึกษาที่เน้นทักษะชีวิตไปพร้อมกับทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาสามารถบริหารจัดการการใช้ชีวิต ด้วยจุดมุ่งหมายให้ครอบครัวและชุมชนมีคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ดีขึ้น นี่แหละคือชีวิตจริงที่ทุกคนต้องเจอในอนาคต   โรงเรียนที่เชื่อในความสามารถของปัจเจกบุคคล เรามีโอกาสได้ฟังการเล่าเรื่องโรงเรียนผ่านประสบการณ์จริงของนักเรียน 5 คน น้ำเสียงฉะฉานเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บอกเล่าเรื่องราวของโรงเรียนประจำแห่งนี้ที่ทุกคนได้ใช้ชีวิตตลอดทั้งวันและทั้งเทอม […]

ชวนคุยเรื่อง ความยุติธรรม , วิชา ‘การให้เหตุผลเชิงศีลธรรม’ ผ่านเหตุการณ์ชีวิตจริง

ในยุคที่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หลักสูตรภาคบังคับ วิชา Justice ความยุติธรรม โดย ไมเคิล เจ. แซนเดล กลายมาเป็นวิชาถูกสอนในโรงเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพราะการศึกษาในศตวรรษใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหลักสูตรตามกระบวนการเรียนรู้ในขนบเดิมอีกต่อไป หลายโรงเรียนออกค้นหาวิชาที่เอื้อให้เด็กมีทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นและสาธารณะอย่างมีคุณภาพ Justice กลายมาเป็นหนึ่งในวิชาสำคัญที่กลายมาเป็นแกนหลักในการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตให้กับนักเรียนชั้นมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง หรือใช้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา JUSTICE : What’s the Right Thing to Do? หรือ ‘ความยุติธรรม’ หนังสือชื่อตรงไปตรงมา ถูกแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกในปี 2554 และพิมพ์ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 จนถึงปัจจุบัน จากความตั้งใจของ สฤณี อาชวานันทกุล ผู้แปลและลูกศิษย์ของอาจารย์ไมเคิล เจ. แซนเดล ผู้เขียน ที่ต้องการชวนผู้อ่านตั้งคำถามกับสังคมผ่านประเด็นเรื่องราวร่วมสมัยด้วยแว่นตาของทฤษฎีปรัชญาแบบย่อยง่ายและอ่านสนุก สังคมที่ความกล้าตั้งคำถามเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนให้ผู้คนก้าวออกมาส่งเสียง การคิดเชิงวิเคราะห์และความรู้นอกห้องเรียนคือสิ่งที่ผู้คนโหยหา หนังสือคือแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางสำหรับทุกคน ทั้งหมดนี้ประกอบสร้างให้ Justice ไม่เพียงแต่เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมและอารยชน เราอยู่ในเทศกาลหนังสือกับนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาพบปะกับคุณสฤณี ขอลายเซ็น และแลกเปลี่ยนทรรศนะ เช่นเดียวกันกับที่เราชวนเธอนั่งคุยเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ จากประสบการณ์ในห้องเรียน สู่วิชา ‘ความยุติธรรม’ ที่เป็นของทุกคน สมัยเรียนปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วิชา […]