5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก - National Geographic Thailand

5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

“If you can’t reuse it, refuse it” หรือ “หากคุณเอามันกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ก็จงปฏิเสธมันเสีย” คือคำขวัญใหม่ประจำวันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2561 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติที่มุ่งเน้นไปที่การขจัดวิกฤติขยะพลาสติกโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้กำลังกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

ความตายของวาฬนำร่องครีบสั้นที่มีขยะพลาสติกมากถึง 8 กิโลกรัมในท้องเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยิ่งจุดประกายให้ผู้คนเห็นภาพของปัญหานี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเราทุกคนมีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการตายของมัน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย พูดคุยกับศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ มูลนิธิโลกสีเขียว กับ 5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ที่ยังคงคาใจคนธรรมดาอย่างเราๆ ว่าจะใช้ชีวิตประจำวันอย่างไรเพื่อชดเชยให้วาฬนำร่องครีบสั้นตัวนั้น ตลอดจนหลีกเลี่ยงป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

 

  1. เราลดการใช้พลาสติกแค่คนเดียวจะไปช่วยอะไรได้ ในเมื่อคนอื่นก็ยังใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันอยู่?

เราลดการใช้พลาสติกแค่คนเดียว คงเปลี่ยนโลกไม่ได้จริงๆ ครับ แต่ทุกวันนี้ มันไม่ใช่มีแค่เราคนเดียวครับที่คิดและลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด หากคุณรู้สึกว่าตัวเองทำอยู่คนเดียวแล้วท้อลองหาโอกาสร่วมกิจกรรม หรือเสพสื่อในกลุ่มของผู้คนที่พยายามทำเรื่องนี้กันดูครับ เราจะได้ไม่ท้อ

หากชวนคนรอบตัวแล้วเขายังไม่สนใจเปลี่ยนพฤติกรรมทันที นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ เรื่องพฤติกรรมมันเป็นเรื่องของความเคยชิน ยิ่งนานวัน ยิ่งเปลี่ยนยาก ลองนึกถึงวันแรกๆ ที่เราตระหนักแล้วพยายามลดการใช้พลาสติกดูสิ เราต้องเจอกับความยุ่งยากหลากหลายรูปแบบ แต่สุดท้ายพอเราชิน พอทุกอย่างลงตัว เราก็จะทำมันได้โดยไม่รู้สึกลำบากอะไร ไปๆ มาๆ กลายเป็นรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ทำ – ทำได้ในทุกๆ วัน

ทว่าหากเราพยายามลดคนเดียว ในขณะที่คนรอบข้างไม่สนใจเลย ผมเข้าใจว่ามันดูเจ็บปวดใจ แต่ผมเชื่อว่า “น้ำเซาะหินทุกวัน หินมันยังกร่อน” แค่เพียงเราหมั่นทำไปเรื่อยๆ สักวันคนรอบข้างจะต้องคล้อยตามในที่สุด มันมีทริคบางอย่างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายขึ้น นั่นคือหาวิธีที่ทำให้ใช้สะดวก อย่างเช่นเรื่องการใช้ปิ่นโตซื้อกับข้าวแทนหิ้วถุงแกงเข้าบ้าน เราสามารถจัดวางปิ่นโตและภาชนะลดขยะในจุดที่เห็นเด่นชัด หยิบฉวยใช้ง่าย เพื่อให้สมาชิกในบ้านเห็นว่าสะดวกใช้กว่า เวลากลับมาบ้านก็เปิดฝาแล้วกินได้เลย อยากให้อาหารร้อนก็ไม่ต้องอุ่น เพราะใส่ภาชนะเก็บรักษาอุณหภูมิได้ ทำแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวคนอื่นก็มาใช้ตามเอง ทุกวันนี้แม้ญาติๆ ของผมจะยังไม่อินในประเด็นสิ่งแวดล้อมมาก แต่หากพวกเขานึกได้ก็จะหยิบปิ่นโต กล่องข้าวไปใช้เสมอ

นอกจากนั้น ปัจจุบันนี้สื่อโซเชียลมิเดียเข้าถึงง่าย และเราทุกคนเป็นสื่อได้ หากเราทำ เราจงบอกต่อไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ เชื่อเถอะว่า ทั้งโลกใบนี้ ไม่ได้มีแค่เราเท่านั้นหรอกที่พยายามลดการใช้พลาสติกแค่คนเดียว เมื่อทำเช่นนั้นพลังของพวกเราจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมา ยังไม่เคยเห็นใครที่อินเรื่องนี้แล้วจะเปลี่ยนใจกลับไปใช้ชีวิตไม่แคร์โลกได้อีก

และเมื่อจำนวนคนแคร์โลกมีมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง มันจะก่อเกิดเจตจำนงทางการเมือง แล้วสิ่งที่เปลี่ยนมันจะไม่ใช่แค่จำนวนพลาสติกที่เราลดได้ แต่มันจะกลายเป็นคุณภาพชีวิตของมนุษย์และธรรมชาติที่งดงาม

(อยากทราบไหมว่าจังหวัดของคุณมีขยะมูลฝอยตกค้างมากเป็นอันดับที่เท่าไหร่ ดูได้ ที่นี่ ตั้งแต่หน้า 29 เป็นต้นไป)

 

  1. กรณีพลาสติกฆ่าวาฬ เราแยกขยะและทิ้งพลาสติกให้ถูกจุดแล้ว แต่ทำไมขยะพลาสติกจึงยังลงไปในทะเลได้ กรณีนี้เกิดจากกระบวนการกำจัดขยะที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดจากความมักง่ายของคนทิ้งเอง?

เกิดจากทั้ง 2 อย่างเลยครับ ทั้งกระบวนการจัดการขยะที่ไม่มาตรฐาน และความมักง่ายของคนก็ยิ่งส่งเสริมให้การจัดการขยะยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก ทุกวันนี้ โลกเราให้ความสำคัญกับการผลิตมากกว่าการจัดการขยะ เพราะการผลิตนั้นสร้างเม็ดเงินมหาศาล ส่วนการจัดการขยะ หากจะทำให้ดี ยิ่งต้องมีต้นทุนการจัดการมาก และถ้าจะแก้ไขให้ครบวงจร สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาจัดการตั้งแต่ต้นทางการผลิต นั่นคือการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงการจัดการหลังเลิกใช้งานด้วย

เรื่องการจัดการขยะให้ดีเป็นเรื่องไม่ง่าย ทุกวันนี้ในประเทศไทย เอาแค่เก็บขยะที่ทิ้งกันให้หมด ไม่เหลือตกค้างยังทำกันไม่ได้เลย (แม้จะเหลือตกค้างน้อยลงทุกปี) แต่ทุกวันนี้ปีๆ หนึ่ง เรายังมีขยะตกค้างเป็น 10 ล้านตัน

นอกจาก 2 สาเหตุที่กล่าวไปแล้วเรายังมีปัญหาความเข้าใจหรือทัศนคติอยู่บ้าง เช่น ยังมีชาวบ้านที่เชื่อว่าการทิ้งขยะ ลงคลอง ลงทะเล หรือพื้นที่รกร้าง เป็นสิ่งที่ถูกต้อง สามารถทำได้ เพราะเดี๋ยวน้ำมันก็พัดพาขยะจมหายไป หรือทิ้งไว้เดี๋ยวมันก็ย่อยสลายไปเองในที่สุด

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยระบุว่าขยะพลาสติกที่พบในทะเลราว 80% เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบก และอีก 20% เกิดจากกิจกรรมทางทะเล ดังนั้นแม้เราจะอยู่ห่างจากทะเลมาก ขยะที่เราทิ้งอย่างดีแล้วก็อาจไปอืดอยู่ในท้องวาฬได้ด้วยประการฉะนี้

เพื่อไม่ให้หมดหวังขอเสริมว่า ในฐานะปัจเจกชนคนหนึ่ง เราสามารถจัดการขยะของตัวเราเองได้มากเลยทีเดียว เพียงเริ่มจากแยกขยะเศษอาหาร (ขยะที่ย่อยสลายได้) ออกจากขยะที่ย่อยไม่ได้ ไปทำปุ๋ยหรือเป็นอาหารสัตว์ ขยะที่เราก่อก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติไปราวๆ 60% และหากเราแยกขยะที่ย่อยไม่ได้แต่ขายให้ซาเล้งได้ออกมาอีก อย่างน้อยๆ ก็จะลดขยะไปได้อีกราว 15%  ส่วนที่เหลือที่ย่อยไม่ได้ ขายไม่ได้ เราอาจลองพิจารณาทบทวนดูว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ก่อขยะเหล่านี้ขึ้นมาอีกภายหลัง

หากเราทำได้เท่านี้ ก็ลดปริมาณขยะของเราเองไปมากโข

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ขยะในไทยได้ ที่นี่ )

 

  1. ใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่สนับสนุนและไม่บริโภคของป่า เท่านี้เพียงพอหรือไม่ที่จะช่วยบรรดาสัตว์จากองค์กรลักลอบค้าสัตว์ป่า หรือมีวิธีไหนที่ประชาชนคนธรรมดาสามารถทำได้อีก?

รอให้พวกเขาล่าสัตว์ป่ากันให้หมด ก็หมดปัญหาไปเองครับ (ฮ่า) จริงๆ เราก็คงทำได้เท่านี้แหละครับ คือไม่สนับสนุนและไม่บริโภคของป่า หากอยากจะทำมากกว่านี้คงต้องพยายามโน้มน้าวให้คนรอบข้างไม่สนับสนุน และไม่บริโภคเช่นกัน ตลอดจนร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมสนับสนุนแคมเปญรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ต่างๆ ตามโอกาสที่เหมาะสม

 

  1. ปัจจุบันมีพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้แล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในชีวิตประจำวันให้เป็นพลาสติกย่อยสลายได้ทั้งหมด?

พลาสติกที่ย่อยสลายได้มี 2 แบบ แบบที่ไม่ได่ย่อยจริงๆ แต่แค่แตกตัวเป็นเศษชิ้นเล็กๆ ทว่ายังคงสมการทางเคมีเป็นพลาสติกอยู่ ซึ่งแบบนี้ดูเหมือนจะดี แต่จริงๆ แล้วอันตรายมาก เพราะเศษพลาสติกจิ๋วๆ เหล่านี้จะปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมง่ายมาก

ส่วนพลาสติกที่ย่อยสลายได้จริงๆ (Biodegradable plastic) ก็ไม่ใช่ว่าใช้เสร็จแล้วจะโยนๆ ทิ้งไปทางไหนก็ได้  เพราะพลาสติกประเภทนี้ก็ต้องการการกำจัดอย่างถูกวิธีเช่นกัน ซึ่งจะต้องมีกระบวนการคัดแยก รวบรวม และส่งไปยังโรงย่อยสลายพลาสติก  ดังนั้นไม่ใช่แค่เปลี่ยนมาใช้พลาสติกแบบย่อยสลายได้ แล้วปัญหาขยะพลาสติกจะหมดไป

หนทางที่ง่ายกว่าและเราทุกคนสามารถทำได้ทันทีคือ ลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุด และหันมาใช้วัสดุธรรมชาติแทน

วันสิ่งแวดล้อมโลก
ขยะที่รวบรวมได้จากท้องของเต่าทะเล ภาพถ่ายโดย Ocean Cleanup Foundation องค์กรที่วิจัยเกี่ยวกับขยะพลาสติกในทะเลโดยเฉพาะ

 

  1. จะอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจและเห็นความสำคัญของปัญหาพลาสติกล้นโลกอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่เคยชินกับการใช้ถุงพลาสติก?

เวลาต้องอธิบายปัญหานี้ เรามักเล่าถึงปัญหาแพขยะพลาสติกกลางมหาสมุทร ว่าทุกวันนี้มีขยะในทะเลลอยตามกระแสน้ำไปรวมกันจนเกาะกันเป็นแพขนาดใหญ่ คล้ายๆ ผักตบชวา แต่ทีนี้ ทั้งโลกขยะพลาสติกมีมากมายเหลือเกิน และประเทศไทยเราก็เป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของโลกที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุด แพขยะที่ว่านั้นมีหลายแพทั่วโลก และแพที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ประเทศไทยเราทั้งประเทศถึง 3 เท่า…ย้ำว่า 3เท่าเชียวนะ

เล่าแค่นี้อาจฟังดูไกลตัว ขยะลอยกลางทะเลก็ลอยไป ฉันไปเที่ยวทะเล ว่ายน้ำดูปะการัง ก็ไม่เคยเห็นแพขยะสักหน่อย เราก็จะถามเสริมว่า เคยสำลักน้ำทะเลไหม? รู้หรือเปล่าว่าเดี๋ยวนี้ ในน้ำทะเลหนึ่งแก้วนั้นมีชิ้นพลาสติกจิ๋ว(ที่เล็กมากๆ จนอาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า) ปนเปื้อนเยอะมากกว่าแพลงก์ตอนเสียอีก เร็วๆ นี้ที่อเมริกา มีการสำรวจเกลือทะเลที่ขายตามท้องตลาด ผลสำรวจพบว่า เกลือทุกยี่ห้อมีพลาสติกจิ๋วๆ ปนเปื้อนทั้งนั้น และประเทศไทยก่อพลาสติกอันดับ 5 ของโลก ฉะนั้นเกลือในครัวเราจะรอดพ้นจากเศษพลาสติกหรือ?

ยังไม่พอ เว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยน เปิดเผยรายงานการศึกษาล่าสุดของ Orb Media ว่า น้ำประปา 83 % ที่นักวิจัยเก็บตัวอย่างมาทั่วโลกนั้นมีเส้นใยพลาสติก (Plastic Fibres) ปนเปื้อนมาด้วย ในรายงานไม่ได้ระบุว่าน้ำประปาบ้านเราเป็นอย่างไร แต่อเมริกา อังกฤษ อินเดีย เยอรมัน ก็มีปนเปื้อนกันทั้งนั้น

สุดท้ายนี้ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ กล่าวเสริมว่าวิธีแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง คือต้องพยายามทำให้ทรัพยากรต่างๆ นั้นหมุนเวียนเป็นวงจรให้ได้ แต่ทุกวันนี้ กระบวนการผลิตของบ้านเรายังคงเป็นเส้นตรง ดังนั้นก็จะหมักหมมปัญหาขยะไปเรื่อยๆ อีกปัญหาใหญ่ที่ถูกละเลย และควรให้ความสำคัญไม่ต่างจากขยะพลาสติกก็คือ การพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ หากเราทุกคนยึดหลักการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solution) แทนที่จะเอามนุษย์เป็นศูนย์กลาง ขยะก็คงไม่มากมายล้นโลกดังเช่นทุกวันนี้

 

อ่านเพิ่มเติม

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า

เรื่องแนะนำ

ภารกิจหน่วย “เหยี่ยวไฟ” ที่ต้องเผชิญกับงานอันร้อนระอุ

เวลาบ่ายคล้อยช่วงต้นเดือนมีนาคม ไอร้อนจากแดดที่ลอยมากระทบผิวหน้าให้รู้สึกร้อนผ่าว บอกถึงการมาเยือนของฤดูร้อน แม้จะนั่งอยู่ใต้ชายคาบ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขา และเปิดพัดลมช่วยผ่อนคลายความร้อน แต่ก็ยังไม่วายรู้สึกอบอ้าว และเหนอะหนะไปทั้งตัว มองออกไปยังทิวเขาทะมึนด้านทิศตะวันตกของตัวบ้าน เห็นกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งปกคลุมจนทัศนียภาพเลือนราง เป็นสัญญาณว่าฤดูของไฟป่าในปีนี้กำลังเริ่มต้นขึ้น ในตอนแรก ก็นึกไปว่าน่าจะเป็นหมอกของลมหนาว แต่เมื่อได้ออกมานอกตัวเรือน และสูดลมหายใจเข้าไป จึงได้รับรู้ถึงกลิ่นควัน ไฟป่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานหลายปี โดยเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ในปี 2564 ประเทศไทยมีพื้นที่เกิดเหตุไฟป่าทั้งหมด 100,704 ไร่ โดยเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ 84,418 ไร่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่เกิดไฟป่าเฉลี่ย 33,369 ไร่ ต่อปี หรือประมาณร้อยละ 39 ของพื้นที่เกิดเหตุของภาคเหนือทั้งหมด” อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องไฟป่าก็ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา และเกิดการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อภารกิจควบคุมไฟป่าไม่ให้ส่งผลกระทบรุนแรง อีกหนึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมไฟป่าคือ “ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ” ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งหมด 17 ชุด ทำหน้าที่ทั้งลาดตระเวน สร้างแนวกันไฟ และควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลาม อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมป่าไม้ และทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในภารกิจดับไฟป่า จันทร์เพ็ญ เกษตรสินธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่ กล่าวว่า […]

ทีมอาสาสมัครดำน้ำเก็บเศษแห-อวนทิ้งร้างในทะเลแห่งนิวซีแลนด์

ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ซึ่งปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนเศษผ้าเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ร็อบ วิลสัน ตรวจดูนาฬิกาดำน้ำและพยุงตัวขึ้นยืนในชุดดำน้ำที่ดูรุงรัง พร้อมถังออกซิเจน 2 ใบติดอยู่กลางหลัง คู่หูของเขาลงไปรออยู่ในน้ำก่อนแล้ว มีอาสาสมัคร นักดำน้ำฟรีไดเวอร์อยู่บนผิวน้ำสองคนเพื่อคอยจับตาดูสิ่งต่างๆ ส่วนนักดำน้ำสกูบาอีก 2 คนจะดำน้ำเอาเศษซากแหหรืออวนที่อยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรราว 14 เมตรขึ้นมา พวกเขาต้องทรงตัวให้มั่นท่ามกลางกระแสน้ำใหญ่ที่ไหลสู่มหาสมุทรใต้ (South Ocean Water) วิลสันเป็นผู้ดำเนินโครงการ Ghost Fishing New Zealand (GFNZ) องค์กร อาสาสมัคร ในเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งอุทิศตัวในการเก็บแหหรืออวนที่ถูกทิ้งและเศษซากอื่นๆบริเวณน่านน้ำชายฝั่ง เขาและทีมมุ่งทำภารกิจเก็บแหอวนเหล่านี้ในช่วงสุดสัปดาห์ ตามรายงานการพบเห็นแหและอวนจับปลาเหล่านี้ของนักดำน้ำหรือเรือ 45 นาทีถัดมา วิลสันและทีมของเขาก็ขึ้นมาที่ผิวน้ำ ดึงแหหนักอึ้งที่เต็มไปด้วยโคลน สัตว์จำพวกกุ้ง ปู ดาวทะเล เพรียงหัวหอม และโครงกระดูกของสัตว์ที่ติดกับแหที่ทำจากไนลอนอย่างดี […]

แผ่นดินแยกในเคนยา

แผ่นดินแยกในเคนยา อาคารบ้านเรือนและทางหลวงใกล้กรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยาได้รับความเสียหายหลังแผ่นดินแยกแตกออกจากกัน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2018 Eliud Njoroge Mbugua ชาวบ้านท้องถิ่นและภรรยาของเขาสังเกตเห็นรอยแตกเกิดขึ้นที่พื้นบ้าน และเพียงไม่กี่วันต่อมารอยแตกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบ้านทั้งหลังพังยับเยิน ปรากฏการณ์แผ่นดินแยกครั้งนี้เกิดขึ้นจากฝนที่ตกหนักจนน้ำท่วมและแผ่นดินไหว เป็นปกติที่จะเกิดมรสุมขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมของเคนยา แต่ดูเหมือนว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นควบคู่กันไปในปีนี้จะทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น แม้แต่บริเวณภูเขาไฟใกล้เคียงก็เต็มไปด้วยรอยร้าว ด้าน David Adede นักธรณีวิทยากล่าวว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ล่วงหน้า และเมื่อเห็นรอยแยกแล้วนั่นหมายถึงความเสียหายที่จะตามมา และล่าสุดมีรายงานพบว่ารอยแยกกำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนักธรณีวิทยาคาดการณ์ว่าการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกนี้มีความเป็นไปได้ที่ทวีปแอฟริกากำลังอาจแยกออกจากกัน แต่กว่าจะแยกตัวอย่างสมบูรณ์แบบต้องใช้เวลาถึง 50 ล้านปี   อ่านเพิ่มเติม ชีวิต ณ เขตภูเขาไฟ

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ […]