อลังการ ศิลปะบนใบไม้ - National Geographic Thailand

อลังการศิลปะบนใบไม้

อลังการ ศิลปะบนใบไม้

พวกเราชอบเก็บใบไม้ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพียงเพื่อชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง เรากิน กวาด และมองหาร่มเงาของใบไม้ ความที่ใบไม้มีอยู่ทุกหนแห่ง เราจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่าของพวกมัน แต่แม้เราจะไม่เห็นค่า ใบไม้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป นั่นคือการเปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานชีวิต

ถ้าเราเก็บใบไม้สักกำมาเพื่อศึกษา เราคงไม่อาจมองข้ามความหลากหลายของพวกมัน เพราะเหตุใดใบไม้จึงมีความหลากหลายเช่นนี้ ไม่ว่าจะใหญ่ เล็ก หนา บาง ซับซ้อน เรียบง่าย โค้งงอ หรือเป็นหยัก คำคุณศัพท์เหล่านี้เป็นเพียงความแตกต่างเบื้องต้นที่นักพฤกษศาสตร์พยายามจัดประเภทใบไม้ที่มีความหลากหลาย แต่หากมองข้ามโครงสร้างทั้งหมดแล้ว ใบไม้ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เหมือนกัน นั่นคือการชูคลอโรพาสต์ขึ้นรับแสงแดด แล้วรูปทรงที่แตกต่างกันนี้มีประโยชน์อย่างไร?

ศิลปะบนใบไม้ เฟิน
เฟิน: ครั้งหนึ่งผืนป่าเคยปกคลุมไปด้วยใบเฟินที่พลิ้วไหว เฟินสมัยใหม่บางชนิดมีคุณสมบัติเหมือนไม้ต้น แต่ส่วนใหญ่เป็นพืชขนาดเล็ก ใบเฟินจะพยายามชูช่อให้พ้นพื้นที่ป่าและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตเพื่อรับแสงอาทิตย์

การคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) เป็นกุญแจหนึ่งที่ช่วยไขปริศนาในเรื่องนี้ ใบไม้ในทะเลทรายมักมีขนาดเล็ก ผิวหนา มันวาวคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง หรือมีหนาม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวิธีการไม่กี่อย่างที่วิวัฒนาการใช้รับมือกับการขาดแคลนน้ำ ส่วนพืชพรรณในป่าดิบชื้นมักมีใบแคบ และมีส่วนปลายรูปหยดน้ำเรียวยาว เพื่อระบายน้ำส่วนเกิน ส่วนในพื้นที่หนาวเย็น เรามักจะพบใบไม้ที่มีขอบหยักเหมือนฟันเลื่อยอย่างใบต้นเบิร์ชและเชอร์รี่ แม้ว่าเหตุผลของการวิวัฒน์รูปร่างเช่นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงก็ตาม

(ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่)

ทั้งนี้ใบไม้ทุกใบคือผลงานชิ้นเอกที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ คาดกันว่าใบไม้ในปัจจุบันอาจกำลังวิวัฒน์เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมในเมือง ซึ่งมีทั้งมลพิษ ความแห้งแล้ง ความร้อนรุนแรง และของเสียจากสัตว์ แต่อาจต้องใช้เวลาหายชั่วรุ่น เพื่อให้การคัดเลือกโดยธรรมชาติได้ลองผิดลองถูกจนกว่าจะได้รูปแบบที่เหมาะสม

สภาพอากาศ การแข่งขัน และการป้องกันตนเอง ล้วนเป็นปัจจัยทางวิวัฒนาการที่อธิบายความหลากหลายของใบไม้ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเราลองหยิบใบไม้สองใบจากสวนหลังบ้าน เราก็ยังไม่อาจเข้าใจความแตกต่างหลักๆ ระหว่างใบไม้สองใบนี้ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่นักธรรมชาติวิทยาใช้เวลาศึกษาและอธิบายมาเป็นพันปี วิวัฒนาการสามารถสลักเสลารูปแบบที่เหมือนกันได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้สภาพแวดล้อมเหมือนๆ กัน ทว่าความพลิกแพลงแปลกใหม่และความบังเอิญก็อาจเอื้อให้วิวัฒนาการสร้างสรรค์งานอันซับซ้อนลุ่มลึกประหนึ่งภาพวาดแนวนามธรรมขึ้นมาได้เช่นกัน

(พบกับต้นไม้กินแมลงจอมเห็นแก่ตัว)

ศิลปะบนใบไม้ สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเล: กิ่งก้านที่ยื่นออกมาอาจดูเหมือนพืชทั่วไป แต่ที่จริงแล้วนี่คือสาหร่ายทะเล ซึ่งมีวิวัฒนาการเป็นเอกเทศจากพืช ความคล้ายคลึงกันนี้แสดงให้เห็นว่า กระแสธารของวิวัฒนาการมักไหลมาบรรจบกัน
ศิลปะบนใบไม้ ใบองุ่น
องุ่น: เลือดไหลเวียนผ่านเส้นเลือดในร่างกายมนุษย์โดยไม่ไหลออกนอกร่างกาย ส่วนใบองุ่นนั้นเปิดกว้างสู่เอกภพ ก๊าซต่างๆ จะแพร่จากเส้นใบสู่ผิวใบที่ซึ่งการแลกเปลี่ยนระหว่างน้ำกับคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้น

เราไม่ควรคาดหวังว่าจะเข้าใจใบไม้ที่มีขนสั้นหนานุ่ม หรือใบไม้หยักที่มีขนคล้ายใยแมงมุมทุกๆ ใบ บางครั้งการถอยฉากออกมาและชื่นชมกับผลงานชิ้นเอกก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าผลงานชิ้นนั้นจะแขวนอยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือห้อยลงมาจากกิ่งก้านต้นไม้ในสวนสาธารณะก็ตาม พวกใบไม้ไม่อินังขังขอบหรอกว่าเราจะสังเกตเห็นหรือชมเชยพวกมันหรือไม่ เพราะสิ่งที่ทำให้พวกมันระเริงใจ คือแสงอาทิตย์ที่นำพาอาหารมาให้ในแต่ละวันต่างหาก

เรื่อง ร๊อบ ดันน์

ภาพ หนังสือ Impressions of Nature: A History of Nature Printing ของรอดเดอริก เคฟ

ศิลปะบนใบไม้ บัวสาย
บัวสาย: ปากใบ (stomata) ของบัวสายทำงานคล้ายกับสนอร์เกิลที่เปิดสู่ด้านบนเพื่อรับอากาศ
ศิลปะบนใบไม้ ต้นทิสเซิล
ต้นทิสเซิล: เกิดเป็นต้นทิสเซิลแท้จริงแสนลำบาก พวกมันชูช่อไม่สูงจากพื้นดินที่ซึ่ง วัว แกะ และสัตว์กินหญ้าอื่นๆ ตระเวนหากิน กลยุทธ์ป้องกันตัวด้วยหนามไม่ได้ผลเสมอไป บางครั้งต้นทิสเซิลก็ถูกแทะเล็มหรือไม่ก็ถูกเด็ด เช่นตัวอย่างที่เห็นอยู่นี้

 

อ่านเพิ่มเติม

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

เรื่องแนะนำ

สุดยอดภาพเขียนพาโนรามาของอุทยานแห่งชาติ

ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้เป็นของ Heinrich Berann ศิลปินชาวออสเตรเลีย ผู้ถ่ายทอดความงดงามของอุทยานแห่งชาติหลายแห่งลงบนภาพเขียนเมื่อสามสิบปีก่อน

เต่ามะเฟือง เต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุดและหายากที่สุดในประเทศไทย

เต่ามะเฟือง ถูกประกาศเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ของไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ร่วมกับวาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ ถือเป็นการประกาศรายชื่อสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) หรือ Leatherback turtle เต่ามะเฟืองคือเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวที่โตเต็มวันอาจยาวได้มากกว่า 2 เมตร มีชีวิตอยู่รอดมามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สืบสายพันธุ์มากว่า 100 ล้านปี แต่ทุกวันนี้ประชากรเต่ามะเฟืองในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียจัดอยู่ในขั้นใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และชายหาดบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เขาหลักในจังหวัดพังงา ลงไปถึงหาดไม้ขาวในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังเงียบสงบ คือแหล่งวางไข่แห่งสุดท้ายของเต่ามะเฟืองในประเทศไทย ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องสถานการณ์โควิด-19 กลับมีข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทย จากเหตุการณ์แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่มากสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่มีการพบรังเต่ามะเฟืองมากว่า 5 ปีแล้ว การประกาศเป็นสัตว์สงวนของเต่ามะเฟืองนับเป็นข่าวดีที่สุด เพราะการมีกฎหมายคุ้มครองเป็นรูปธรรม ถือเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของเต่าในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์ ตั้งแต่เรื่องนโยบายไปจนถึงกลับมาขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง […]

ถ้วยอนามัย ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าในการจัดการประจำเดือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ตลอดชีวิตผู้หญิงหนึ่งคน ใช้ผ้าอนามัยแล้วทิ้งเป็นขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ ต้องอยู่บนโลกไปอีกหลายร้อยปี มากกว่า 5,000 แผ่น ‘ถ้วยอนามัย’ คือทางเลือกยั่งยืนที่สาว ๆ ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้จัดการวันนั้นของเดือน ฉันใช้ ‘ถ้วยอนามัย’ หรือ Menstrual Cup มา 6 เดือนแล้ว เริ่มจากการอ่านรีวิวของเพื่อน ๆ หลายคนที่ทยอยเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือนจัดการกับวันนั้นของเดือนแทน ‘ผ้าอนามัย’ และอยากทดลองเองบ้าง ผลลัพธ์คือ ฉันรักเจ้าถ้วยซิลิโคนเล็ก ๆ แต่ประสิทธิภาพเยี่ยมนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพื่อนที่เปลี่ยนมาใช้ถ้วยอนามัยส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกแย่ทุกครั้ง เวลาเห็นผ้าอนามัยใช้แล้วของตัวเอง เพราะมันคือขยะปนเปื้อนที่รีไซเคิลไม่ได้ และจะต้องไปนอนรอย่อยสลายในหลุมฝังกลบ ด้วยสภาพเลือดแห้งกรังแบบนั้นไปอีกหลายร้อยปี และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือน และไม่คิดจะกลับไปใช้ผ้าอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) อีก นอกจากในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราจัดการประจำเดือนได้ง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่านี้ 01 ฉันเพิ่งตระหนักว่า ที่ผ่านมาเป็นเหยื่อการตลาด ฉันไปค้นประวัติการรับมือกับเลือดประจำเดือนของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ พบว่าในอดีต ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงใช้วัสดุหลากหลายที่มีคุณสมบัติดูดซับได้ ตั้งแต่เศษผ้าไปจนถึงแถบเปลือกไม้เนื้ออ่อน แต่มันก็แสนจะไม่สะดวกสบายและน่าอับอายเมื่อต้องนำเลือดที่แข็งตัวไปล้าง “ทัศนคติว่าประจำเดือนเป็นเลือกพิษที่ทั้งสกปรกและน่าอับอาย มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จนถึงช่วงกลาง […]