เปิดภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด - National Geographic

เปิดภาพความเสียหายจากไต้ฝุ่นมังคุด

เปิดภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด

เมื่อพายุ ไต้ฝุ่นมังคุด เข้าพัดถล่มฟิลิปปินส์ ในเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ความรุนแรงของมันส่งผลให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 66 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มที่เกิดขึ้นในจังหวัดเบงเก็ต

หลังสร้างความเสียหายต่อในฮ่องกง ขณะนี้ไต้ฝุ่นมังคุดกำลังมุ่งหน้าไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ มลฑลกวางตุ้งรายงานมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย นับเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบปี ด้านเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าพายุจะเริ่มอ่อนกำลังลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
ในมาเก๊า ประเทศจีน น้ำท่วมจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเพราะอิทธิพลของไต้ฝุ่นมังคุด ขณะนี้บ้านเรือนมากกว่า 22,000 หลังต้องอยู่โดยปราศจากไฟฟ้าใช้ ในขณะที่อีกหลายพันคนเลือกอพยพไปอยู่ยังศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวแทน
ภาพถ่ายโดย ImagineChina, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอพยพนักเรียนหญิงออกจากโรงเรียนในฮ่องกง ด้วยความรุนแรง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางการฮ่องกงประกาศเตือนรับมือภัยพิบัติที่ระดับ T10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด
ภาพถ่ายโดย Lam Yik Fei, Getty

(ชมแผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก)

ชาวฟิลิปปินส์เรียกไต้ฝุ่นลูกนี้ว่า “Ompong” ต่างจากบ้านเรา ไต้ฝุ่นลูกนี้พัดเข้าถล่มเกาะฟิลิปปินส์ด้วยความเร็วลมถึง 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุนแรงกว่าเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ที่สร้างความเสียหายในสหรัฐฯ พร้อมๆ กัน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือเกาะลูซอน ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดเหตุดินถล่มหลายจุด โดยเฉพาะชุมชนเหมืองแร่ที่อยู่ในเมืองอิโตกอน ขณะนี้พบศพคนงานเหมืองแล้ว 38 ราย ส่วนอีก 37 คนยังคงสูญหาย

ทั้งนี้ไต้ฝุ่นมังคุดยังถือได้ว่าเป็นพายุรุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในฮ่องกงตลอดช่วง 60 ปีที่ผ่านมา นับเป็นโชคดีที่ทางการฮ่องกงเตรียมรับมือภัยพิบัติเป็นอย่างดี พวกเขาปิดเมือง ปิดระบบขนส่งมวลชน และสั่งอพยพผู้คนล่วงหน้า อย่างไรก็ดียังคงมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บราว 200 คน

ขณะนี้ไต้ฝุ่นมังคุดยังคงเดินหน้าทำลายล้างต่อไป โดยมุ่งไปทางตะวันตกของมณฑลกวางตุ้ง กำลังลมของมันอ่อนลงเรื่อยๆ และจะลดระดับลงเหลือเพียงแค่พายุดีเปรสชันโซนร้อนในที่สุด

เรื่อง อัสตา สมวิเชียร เคลาเซน

ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
คลื่นพายุซัดเข้าฝั่งของเมืองเซินเจิ้น ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของมณฑลกวางตุ้ง
ภาพถ่ายโดย ImagineChina, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
ชาวฮ่องกงช่วยกันเก็บกวาดซากความเสียหายจากไต้ฝุ่นมังคุด
ภาพถ่ายโดย Vincent Yu, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
หญิงคนหนึ่งยืนมองคนงานเก็บนั่งร้านที่พังเสียหายจากความแรงลมของไต้ฝุ่นมังคุด ที่เข้าพัดถล่มมาเก๋า
ภาพถ่ายโดย Isaac Lawrence, AFP, Getty
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด ประเทศฟิลิปปินส์
ชาวบ้านในเมือง Calumpit จังหวัด Bulacan ของฟิลิปปินส์เดินลุยน้ำที่ท่วมสูง
ภาพถ่ายโดย Noel Celis, AFP, Getty
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด ประเทศฟิลิปปินส์
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฟิลิปปินส์ ชายคนหนึ่งยืนให้สัญญาณป้องกันรถยนต์เข้ามาในถนนที่ถูกน้ำท่วม
ภาพถ่ายโดย Bullit Marquez, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
ต้นไม้ใหญ่ในเมืองเซินเจิ้นถูกถอนรากล้มระเนระนาด
ภาพถ่ายโดย ImagineChina, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
ชาวบ้านในชุมชนริมชายฝั่ง Baseco พากันอพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว
ภาพถ่ายโดย Bullit Marquez, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
ชุมชนเหมืองแร่ในเมืองอิโตกอนอพยพหนีดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก
ภาพถ่ายโดย JayJay Landingin, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด
เจ้าหน้าที่ขนย้ายก้อนหินเพื่อตามหาผู้รอดชีวิตที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินถล่ม
ภาพถ่ายโดย Aaron Favila, AP
ภาพความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นมังคุด ในประเทศฟิลิปปินส์
ในเมือง Tuguegarao จังหวัด Cagayan ประเทศฟิลิปปินส์ ชายคนหนึ่งเดินผ่านไร่ข้าวโพดที่พังเสียหายจากพายุ ไต้ฝุ่นมังคุดถล่มจังหวัด Cagayan ด้วยความเร็วลม 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และอีก 206,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว
ภาพถ่ายโดย Carlo Gabuco, Bloomberg, Getty

 

อ่านเพิ่มเติม

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน

เรื่องแนะนำ

ประวัติศาสตร์ย่อของหลอดพลาสติก

คนเราใช้หลอดกันมาเป็นพันปีจากวัสดุธรรมชาติ และหลอดธรรมชาติเหล่านี้ไม่เคยก่อปัญหาทางสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งวัสดุอย่างพลาสติกถือกำเนิดขึ้น...

อินเดีย : หวนคืนสู่สะพานมีชีวิตแห่งเมฆาลัย

ในรัฐเมฆาลัยของอินเดีย สถานที่ที่เปียกชื้นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนในหมู่บ้านช่วยกันถักทอรากของต้นยางที่ยังมีชีวิตให้เป็นสะพานคนเดินที่แข็งแกร่ง ในการเดินทางสำรวจเพื่อบันทึกสารคดีเกี่ยวกับประเพณีนี้ ประเสนชิต ยาทวะ ถ่ายภาพสะพานรากไม้ราว 30 แห่งตลอดช่วงเวลาหนึ่งปี

ขยะพลาสติกกำลังเดินทางสู่มหาสมุทรผ่านแม่น้ำมากกว่า 1,000 สาย

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามีแม่น้ำแค่ไม่เกิน 20 สายเท่านั้นที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่มหาสมุทร แต่ในปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาตร์ได้เรียนรู้ว่ามันมีแม่น้ำจำนวนมากกว่านั้นมาก และทำให้การหาหนทางแก้ไขปัญหานี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขยะพลาสติกในแม่น้ำ ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามยับยั้งขยะพลาสติกที่ไหลจากแม่น้ำไปสู่มหาสมุทรทั่วโลก ขยะพลาสติกในแม่น้ำ แม่น้ำคือช่องทางหลักที่ส่งขยะพลาสติกออกสู่ทะเล ในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์สองกลุ่มได้ข้อสรุปตรงกันว่า ร้อยละ 90 ของขยะพลาสติกที่ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งมีปลายทางสู่มหาสมุทร ได้ถูกลำเลียงจากแม่น้ำสายหลักบนภาคพื้นทวีปเพียงไม่กี่สาย ประกอบด้วย แม่น้ำไนล์ แม่น้ำแอมะซอน และแม่น้ำแยงซี แม่น้ำสามสายที่ยาวที่สุดในโลก งานวิจัยแรกได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 10 สาย และงานวิจัยที่สองได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 20 สาย ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การทำความสะอาดแม่น้ำเหล่านั้น สามารถส่งผลระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเคลื่อนออกสู่ทะเล แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวารสาร Science Advances ได้เปลี่ยนความคิดข้างต้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักวิทยาศาสตร์พบว่าร้อยละ 80 ของขยะพลาสติกที่เคลื่อนตัวออกสู่ทะเลมีที่มาจากแม่น้ำมากกว่า 1000 สาย ไม่ใช่แค่เพียง 10 หรือ 20 สายอย่างที่เคยคิดไว้ และพวกเขาได้ค้นพบว่า ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ถูกพัดพาจากแม่น้ำสายย่อยมากมายที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ไม่ใช่จากแม่น้ำสายใหญ่ ดังนั้น แม่น้ำแยงซีที่ลัดเลาะผ่านประเทศจีนและไหลออกไปสู่ทะเลจีนใต้ […]

A B C…ภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร

งานอดิเรกของ อดัม วอยแลนด์ นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า ผู้เก็บรวบรวมตัวอักษรภาษาอังกฤษจากภูมิประเทศต่างๆ ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม ปัจจุบันเขารวบรวมได้มากพอจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเลยทีเดียว