วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

4.

ต้นไม้
ต้นไม้ไม่ทราบชื่อ, หน้าร้านตั้งจั๊วหลี ถนนข้าวหลาม

สมพงษ์ และสมจิตร ปัทมอมรกุล สองสามีภรรยาผู้เปิดกิจการร้านค้าเหล็ก ติดกับร้านอาหารตั้งจั๊วหลีกล่าวว่า พวกเขาไม่ทราบชื่อของต้นไม้สองต้นนี้ แต่เห็นมันมาหลายปีแล้ว และเจ้าหน้าที่เองก็จะมาตัดมันทุกๆ ปี เมื่อถึงช่วงก่อนหน้าฝน “มันสูงประมาณสามชั้นครับ ใบมันจะออกเป็นพุ่มๆ นะ ไม่ใหญ่เท่าไหร่” เขาบรรยายถึงลักษณะของต้นไม้ต้นนี้ เมื่อถามถึงผลกระทบจากการตัดแต่งที่เกินจำเป็น เช่นเดียวกับใครหลายคน คำว่า “ร้อน” เป็นคำแรกที่ผุดออกมาจากปาก “ช่วงเย็นแดดจะส่องมาทางนี้พอดี พอไม่มีร่มเงาแล้วก็ไม่มีอะไรบังแดดให้” เขากล่าว

ต้นไม้
สมพงษ์ และสมจิตร ปัทมอมรกุล เจ้าของกิจการร้านค้าเหล็ก ข้างร้านอาหารตั้งจั๊วหลี

5.

ต้นไม้
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์, ฝั่งตรงข้ามห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเจริญโลหะ ถนนข้าวหลาม

จากต้นไม้ไม่ทราบชื่อหน้าตั้งจั๊วหลี เดินข้ามถนนมายังอีกฝั่งคุณจะประหลาดใจที่พบต้นไม้ในลักษณะเดียวกัน “เขาไล่ตัดทั้งแนวแหละครับ” ยันยง พวงศรี พนักงานร้านค้าเหล็กเส้นกล่าว ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกตัดยอดไปนี้ เป็นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่สูงที่สุด และมีกิ่งก้านแผ่เยอะที่สุดจนถึงสายไฟ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันถูกตัด

“เคยอาศัยร่มเงามันอยู่ครับ เย็นๆ พอช่วงว่างจากงานเราก็ชอบไปนั่ง ไปนอนเล่นใต้ต้นไม้ แต่ก่อนนี้นะมีกระรอกตัวหนึ่งอาศัยอยู่มันจะกระโจนไปมาระหว่างต้นไม้แต่ละต้น เดี่ยวนี้พอต้นไม้โกร๋นแล้วกระรอกก็หายไปด้วย” ยันยงพูดด้วยความเสียดาย น่าแปลกที่ว่าต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในแนวเสาไฟ แต่ก็ยังถูกบั่นยอดเช่นเดียวกับต้นอื่นๆ

ต้นไม้
ยันยง พวงศรี พนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเจริญโลหะ

6.

ต้นไม้
ต้นหางนกยูง, เลียบคลองผดุงกรุงเกษม ถนนกรุงเกษม

ในบรรดาต้นไม้ที่เราเดินสำรวจมา ต้นนี้ถือได้ว่าน่าอดสูที่สุด เพราะถูกตัดจนไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว สอบถามจาก เสนีย์ จันทะศรี คนขับรถโรงเรียนที่จอดอยู่บริเวณนั้นจึงได้ความว่า หางนกยูงที่โชคร้ายต้นนี้กิ่งของมันโน้มเอียงมามาหาถนน ทางการจึงต้องตัดมันทิ้งเสีย “มันมีแค่ 2 กิ่งใหญ่แหละครับ มันเอียงลงมาที่ถนนเลยถูกตัด ก็เสียดายนะเล่นตัดซะโกร๋นเลย แบบนี้กิ่งอ่อนพอโตขึ้นมามันมีโอกาสตายได้นะ เพราะไม่มีร่มเงา น่าจะเหลือไว้ให้สักหน่อยก็ยังดี” ตัวเขาเล่าด้วยความอัดอั้นตันใจ หลังจากทำงานผ่านเส้นทางนี้มา 2 ปี และเห็นต้นไม้ต้นนี้ทุกวัน แต่ในวันนี้กลับกลายสภาพเหลือแค่ตอไม้

ต้นไม้
เสนีย์ จันทะศรี คนขับรถโรงเรียน

สำหรับวิธีการตัดต้นไม้ตามแนวสายไฟอย่างถูกวิธีนั้น ครูต้อ ธราดล ทันด่วน หมอต้นไม้ผู้ช่วยชีวิตต้นไม้ในเมืองมานานกว่า 20 ปี ได้ใช้เฟซบุ๊กในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่บรรดาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไป สำคัญเลยก็คือก่อนเริ่มต้นที่จะตัดต้นไม้นั้น เจ้าหน้าที่ควรรู้ว่าปัญหาคืออะไร ปกติแล้วต้นไม้จะมีกิ่งสองแบบคือกิ่งแนวตั้ง และกิ่งแนวนอน กิ่งใดที่เป็นปัญหาก็ตัดกิ่งนั้นออกเสียเช่น ต้นไม้สูงเกะกะสายไฟก็ตัดกิ่งแนวตั้งออก เหลือกิ่งแนวนอนเอาไว้ หากต้นไม้แผ่ขยายพุ่มออกมามากเกินจนกีดขวางทางจราจร ก็ให้ตัดกิ่งแนวนอนออก เหลือกิ่งแนวตั้งเอาไว้ ไม่ใช่การตัดแบบบั่นเอาทุกยอดของต้นไม้ออกไป เพราะนั่นนอกจากจะเป็นการทำลายต้นไม้แล้ว กิ่งเล็กกิ่งน้อยที่แตกออกมาแบบผิดปกติในภายหลัง ยังจะเป็นการสร้างงานที่มากขึ้นให้แก่เจ้าหน้าที่เองในการตัดครั้งต่อไปอีกด้วย

ในบางครั้งการที่ต้นไม้ไม่ได้เคลื่อนไหว หรือเรียกร้องใดๆ ก็ทำให้ใครหลายคนหลงลืมไปว่า ต้นไม้เองก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกัน พวกเขามีความต้องการพื้นที่อยู่อาศัย และมีสุขภาพที่ให้ใส่ใจดูแล แน่นอนว่าสถานะของการเป็นต้นไม้ในเมืองนั้นจำต้องเผชิญกับการถูกตัด บั่นกิ่งเป็นแน่แท้ แต่จะดีกว่าไหมหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายลงมือทำงานนี้ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และทำเพื่อผลประโยชน์ทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่แค่มนุษย์ ให้ต้นไม้ยังคงสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ในอนาคต เพราะในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์กับต้นไม้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ยังมีผู้คนอีกมากมายที่มีความผูกพันกับต้นไม้ นอกเหนือจากที่ The Perspective ได้สำรวจมา การบั่นต้นไม้ที่พวกเขาเห็นและผูกพันมาหลายปีโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจของพวกเขา

ลองจินตนาการดูเอาว่าเมืองใดที่ไม่มีต้นไม้อยู่เลยสักต้น เมืองนั้นจะอัปลักษณ์ขนาดไหน และใครจะอยากให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาในเมืองอัปลักษณ์ เพราะเมืองที่ดีนั้นสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต และคุณภาพจิตใจของผู้อยู่อาศัย ต้นไม้ในเมืองก็เช่นกัน

 

เรื่อง ธนเสฏฐ์ ศิริวัฒนาดิเรก

ภาพ พิสิษฐ์ สีเมฆ และ พันวิทย์ ภู่กฤษณา

 

อ่านเพิ่มเติม : บทเรียนจากต้นไม้7 เคล็ดลับถ่ายต้นไม้ให้ว้าว!สืบสานแรงบันดาลใจจากดาบวิชัย คนบ้าปลูก สู่กัปตันการบินไทยผู้ใช้เวลาว่างปลูกต้นไม้ให้ กรุงเทพฯ มานานร่วม 8 ปี

เรื่องแนะนำ

เต่ามะเฟือง เต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุดและหายากที่สุดในประเทศไทย

เต่ามะเฟือง ถูกประกาศเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ของไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ร่วมกับวาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ ถือเป็นการประกาศรายชื่อสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) หรือ Leatherback turtle เต่ามะเฟืองคือเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวที่โตเต็มวันอาจยาวได้มากกว่า 2 เมตร มีชีวิตอยู่รอดมามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สืบสายพันธุ์มากว่า 100 ล้านปี แต่ทุกวันนี้ประชากรเต่ามะเฟืองในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียจัดอยู่ในขั้นใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และชายหาดบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เขาหลักในจังหวัดพังงา ลงไปถึงหาดไม้ขาวในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังเงียบสงบ คือแหล่งวางไข่แห่งสุดท้ายของเต่ามะเฟืองในประเทศไทย ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องสถานการณ์โควิด-19 กลับมีข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทย จากเหตุการณ์แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่มากสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่มีการพบรังเต่ามะเฟืองมากว่า 5 ปีแล้ว การประกาศเป็นสัตว์สงวนของเต่ามะเฟืองนับเป็นข่าวดีที่สุด เพราะการมีกฎหมายคุ้มครองเป็นรูปธรรม ถือเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของเต่าในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์ ตั้งแต่เรื่องนโยบายไปจนถึงกลับมาขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง […]

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก Marcello Calisti นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นหัวหน้าโครงการ SILVER (Seabed-Interaction Legged Vehicle for Exploration and Research) โครงการสำรวจใต้น้ำใหม่ที่ใช้หุ่นยนต์แทนนักประดาน้ำ โดยฟุตเทจที่คุณผู้อ่านจะได้ชมนี้ เป็นซากของเรืออับปางบริเวณเกาะ Elba ของอิตาลี ที่หุ่ยนต์สำรวจเป็นผู้ถ่ายไว้ ด้วยขาทั้งสี่ข้างที่เลียนแบบมาจากการเคลื่อนไหวของสัตว์ หุ่นสำรวจ SILVER สามารถเดินท่องไปบนพื้นของมหาสมุทรทั้งยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากการเดินเป็นการคลาน และยังสามารถกระโดดได้อีกด้วย เมื่อต้องสำรวจในสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ใช้พลังงานน้อยกว่าการสำรวจด้วยเรือดำน้ำหรือโดรน ทั้งยังปลอดภัยสำหรับนักประดาน้ำในการสำรวจพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง นอกจากนั้นทีมนักวิจัยคาดหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะใช่ SILVER ในการสำรวจประชากรสัตว์น้ำ หรือเก็บตัวอย่างจากก้นทะเล   อ่านเพิ่มเติม 5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

NGT x SaySci Ep.8 “การแยกขยะ”

การแยกขยะคืออะไร จำเป็นแค่ไหน และแค่แยกขยะเวลาทิ้งจะช่วยลดปัญหาขยะในสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร? มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการแยกขยะกัน!