วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ - National Geographic Thailand

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น

ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป

ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ

นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี

ต้นไม้
ตัวอย่างของต้นไม้ริมถนนต้นหนึ่งที่ถูกตัดกิ่งออกซ้ำๆ กิ่งใหม่เล็กๆ ที่แตกออกมานี้เรียกว่ากิ่งกระโดง เป็นปฏิกิริยาจากความกลัวตายของต้นไม้เอง และสะท้อนให้เห็นว่าต้นไม้ต้นนี้เผชิญกับความเครียดสูง

ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ

1.

ต้นไม้
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์, ข้างวินมอเตอร์ไซต์หน้าเซ็นจูรี่ ถนนพญาไท

สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังต้นไม้ถูกตัดไปก็ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแก่บรรดาวินมอเตอร์ไซต์ อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวันนั้นร้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อขาดร่มเงาของต้นไม้

ต้นไม้
สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำหน้าห้างเซ็นจูรี่

“ก่อนหน้านี้มันแผ่กิ่งใหญ่เลย เดี๋ยวนี้ร้อน เห็นเขาว่าตัดเพราะข่าวต้นไม้ล้มทับคนตายนั่นแหละ” สากลกล่าว ไม่นานเพื่อนร่วมอาชีพของเขา ชำนาญ เฉิดฉาย ที่ทำอาชีพขับวินมอเตอร์ไซต์ประจำย่านนี้มานาน 3 ปี ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือ เซิร์จภาพจากกูเกิลของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่มีดอกสะพรั่งเต็มต้นให้ดู “สมัยก่อนนู้น ที่โรงเรียนผม ช่วงเดือนประมาณเมษาต้นนี้มันจะออกดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นไปหมด ดอกร่วงกราวตามพื้น ที่นี่เองก็เหมือนกัน” เขากล่าวพลางเลื่อนภาพของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ในแบบที่ควรจะเป็นให้ชม ผมมองไปที่ต้นไม้ กิ่งแนวตั้งของมันถูกบั่นออกจนหมด ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าชมพูพันธุ์ทิพย์ต้นนี้จะออกดอกอีกครั้ง ชะตากรรมของต้นไม้ตามแนวเสาไฟฟ้าไม่มีทางเลือกมากนัก หากยอดของมันสูงยาวขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็จะกลับมาตัดมันซ้ำอีก

ต้นไม้
ภาพต้นชมพูพันธุ์ทิพย์จากกูเกิล ที่ชำนาญเปิดให้ดู ในสมัยที่เขายังเป็นเด็กต่างจังหวัด ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีลักษณะเช่นนี้

2.

ต้นไม้
ต้นก้ามปู, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่

“วันแรกที่มาเจอก็ตกใจ ทำไมมันโล่งๆ ไป” ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ บรรยายถึงความรู้สึกของเช้าวันหนี่ง เมื่อเธอมาเรียนตามปกติและพบว่ากิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูถูกตัดออกไป พื้นที่ตรงนี้เพิ่งจะถูกดินถมทับเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบึงให้นักศึกษาไว้สำหรับนั่งเล่นผ่อนคลาย

ต้นไม้
ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 และพัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาชั้นปี 3 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์

พัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาสาขาเดียวกัน ชั้นปี 3 เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยมีศาลาตั้งอยู่ตรงนี้ และที่กิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูเองก็เคยมีชิงช้าแขวนอยู่เช่นกัน เขาเล่าในขณะที่ณัฐริกาเปิดภาพเก่าๆ ให้ดูเป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าต้นไม้ต้นนี้อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยมานาน จากในภาพเป็นพิธีไหว้ครูในสมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กิ่งของต้นก้ามปูในสภาพสมบูรณ์แผ่ขยายให้ร่มเงาครึ้มเป็นฉากหลัง “เห็นว่าสาเหตุที่ต้องถมที่ ตัดกิ่งไม้ ก็เพราะจะทำลานจอดรถค่ะ” เธอกล่าว

ต้นไม้
ภาพพิธีไหว้ครูเมื่อหลายปีก่อน แสดงให้เห็นร่มเงาของต้นก้ามปู
ต้นไม้
ภาพถ่ายเก่าของอดีตศาลาที่เคยตั้งอยู่ยังพื้นที่ตรงนี้ ปัจจุบันกลายเป็นลานดินที่เตรียมไว้สำหรับการทำลานจอดรถใหม่

3.

ต้นไม้
ต้นหูกวาง, หน้าห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์ ซอยจันทร์ 28 / 1

ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำร้านเล่าถึงความผูกพันที่ตัวเขามีกับต้นหูกวางต้นนี้ให้ฟังว่า เขาเห็นต้นไม้ต้นนี้ทุกวันตลอดการทำงานที่นี่มาแล้ว 26 ปี ถ้าให้คาดคะเนอายุของมัน ก็น่าจะราว 30 ปีได้ เมื่อถามถึงการตัดเขาเล่าว่า “นี่เพิ่งโดนตัดเมื่อวานเองครับ เป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนมีนาคมกับปลายปีบ้าง เพราะมันโตแล้วไปเกะกายสายไฟ แต่มันโตเร็วมากนะ เหมือนมันรู้ว่าจะถูกตัดทุกปี แต่ก่อนมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เขาตัดจนมันแผ่ออกด้านข้างแทนแล้ว” อากาศร้อนขึ้นคือผลกระทบโดยตรงที่ตัวเขารู้สึก และไม่ใช่แค่ต้นหูกวางต้นนี้เพียงต้นเดียว แต่ต้นไม้ต้นอื่นๆ ที่เรียงรายไปตามริมถนนจันทร์ก็จะทยอยถูกตัดด้วยเช่นกัน “เหมือนคนถูกโกนหัวทุกปี” เขากล่าว ผมเข้าใจความหมาย คนโกนผมไม่นานผมก็งอกขึ้นใหม่ ต้นไม้เองเดี๋ยวก็งอกแตกยอดใหม่เช่นกัน แต่ในมุมของทัศนียภาพแล้ว ต้นไม้หัวโกร๋นตั้งเรียงรายตามแนวถนน เป็นอะไรที่ไม่น่ามองนัก ทั้งยังส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของพวกมัน

ต้นไม้
ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์

<< อ่านต่อหน้า 2 >>

 

อ่านเพิ่มเติม : บทเรียนจากต้นไม้7 เคล็ดลับถ่ายต้นไม้ให้ว้าว!สืบสานแรงบันดาลใจจากดาบวิชัย คนบ้าปลูก สู่กัปตันการบินไทยผู้ใช้เวลาว่างปลูกต้นไม้ให้ กรุงเทพฯ มานานร่วม 8 ปี

เรื่องแนะนำ

พลังงานนิวเคลียร์คืออะไร

อนาคตของพลังงานนิวเคลียร์อาจขึ้นอยู่กับความสามารถของเหล่านักวิทยาศาสตร์ว่าจะหาทางยังไงที่จะทำให้พลังงานนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง

ภาพถ่ายของสัตว์ในโลกพลาสติก

ตั้งแต่ปูที่ใช้เศษพลาสติกพรางตัว ไปจนถึงฝูงไฮยีน่าที่หากินบนกองขยะ เหล่านี้คือวิถีชีวิตของสรรพสัตว์ที่ต้องรับมือกับโลกที่ท่วมท้นไปด้วยขยะพลาสติก

ธนาคารปู กับความยั่งยืนทางอาหาร

เธอก่อตั้ง ธนาคารปู ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเสื่อมโทรม เสียงเรือดังอื้ออึงไปทั่วลำคลองส่งคลื่นน้ำกระทบฝั่งดังโครมครามมาจากใต้ถุนบ้าน บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นมาง่ายๆ บ้างจากไม้ บ้างจากปูนรูปทรงทันสมัย ฉันอยู่ที่บ้านหัวถนน ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่นี่ ชาวประมงรวมตัวกันตั้ง ธนาคารปู หรือชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของพวกเขาให้มีความยั่งยืน ถังพลาสติกตั้งเรียงรายอยู่บนนชานไม้ นับได้เกือบห้าสิบใบ แต่ละใบมีแม่ปูที่กำลังรอวางไข่ และบางถังก็เป็นกลุ่มพวงไข่หมึกที่รอฟักเป็นตัว สมาชิกในบ้านต้อนรับเราและเชิญให้เราไปนั่งบริเวณริมน้ำ น้องอุ้ม แกนนำชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร และสมาชิกในบ้าน ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองในการเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่ที่ติดมากับลอบวางปูของชาวประมง “เมื่อก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้หรอกค่ะ เราทั้งจับกิน และเอาไปขายทั้งหมด ทั้งปูไข่ ปูเล็ก เราจับหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงทองแดงอย่างน่ารัก “จนมาถึงช่วงสองปีก่อน เราจับปูไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก” น้องอุ้มเล่าถึงสถานการณ์ที่เธอและชาวประมงในละแวกนี้พบเจอ ครอบครัวของเธอและชาวบ้านตระหนักดีว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันเป็นปากท้องของพวกเขากำลังเสื่อมโทรม เธอจึงเสนอเรื่องนี้กับที่บ้านว่าต้องการทำธนาคารปู เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่และปูขนาดเล็ก ก่อนจะนำแม่ปูและไข่ปูกลับไปปล่อยคืนสู่ทะเล พ่อของเธอถามความสมัครใจของเพื่อร่วมอาชีพในละแวกนั้น หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะไม่มีอาหารเหลือให้เรามีกิน “ทางครอบครัวเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการดูแลปูทั้งหมด” เธอเล่าและเสริมว่า “สมาชิกในชมรมให้แม่ปูที่มาฝากเราไว้เป็นค่าตอบแทน” ฉันเห็นกระบวนการใส่ใจของเธอในการเรียนรู้ ดูแล และจัดการกับปูเหล่านี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจในเยาวชนหญิงผู้ไม่ได้ศึกษามาทางวิทยาศาสตร์ และอายุเพียงยี่สิบต้นๆ […]