วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ - National Geographic Thailand

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น

ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป

ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ

นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี

ต้นไม้
ตัวอย่างของต้นไม้ริมถนนต้นหนึ่งที่ถูกตัดกิ่งออกซ้ำๆ กิ่งใหม่เล็กๆ ที่แตกออกมานี้เรียกว่ากิ่งกระโดง เป็นปฏิกิริยาจากความกลัวตายของต้นไม้เอง และสะท้อนให้เห็นว่าต้นไม้ต้นนี้เผชิญกับความเครียดสูง

ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ

1.

ต้นไม้
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์, ข้างวินมอเตอร์ไซต์หน้าเซ็นจูรี่ ถนนพญาไท

สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังต้นไม้ถูกตัดไปก็ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแก่บรรดาวินมอเตอร์ไซต์ อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวันนั้นร้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อขาดร่มเงาของต้นไม้

ต้นไม้
สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำหน้าห้างเซ็นจูรี่

“ก่อนหน้านี้มันแผ่กิ่งใหญ่เลย เดี๋ยวนี้ร้อน เห็นเขาว่าตัดเพราะข่าวต้นไม้ล้มทับคนตายนั่นแหละ” สากลกล่าว ไม่นานเพื่อนร่วมอาชีพของเขา ชำนาญ เฉิดฉาย ที่ทำอาชีพขับวินมอเตอร์ไซต์ประจำย่านนี้มานาน 3 ปี ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือ เซิร์จภาพจากกูเกิลของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่มีดอกสะพรั่งเต็มต้นให้ดู “สมัยก่อนนู้น ที่โรงเรียนผม ช่วงเดือนประมาณเมษาต้นนี้มันจะออกดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นไปหมด ดอกร่วงกราวตามพื้น ที่นี่เองก็เหมือนกัน” เขากล่าวพลางเลื่อนภาพของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ในแบบที่ควรจะเป็นให้ชม ผมมองไปที่ต้นไม้ กิ่งแนวตั้งของมันถูกบั่นออกจนหมด ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าชมพูพันธุ์ทิพย์ต้นนี้จะออกดอกอีกครั้ง ชะตากรรมของต้นไม้ตามแนวเสาไฟฟ้าไม่มีทางเลือกมากนัก หากยอดของมันสูงยาวขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็จะกลับมาตัดมันซ้ำอีก

ต้นไม้
ภาพต้นชมพูพันธุ์ทิพย์จากกูเกิล ที่ชำนาญเปิดให้ดู ในสมัยที่เขายังเป็นเด็กต่างจังหวัด ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีลักษณะเช่นนี้

2.

ต้นไม้
ต้นก้ามปู, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่

“วันแรกที่มาเจอก็ตกใจ ทำไมมันโล่งๆ ไป” ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ บรรยายถึงความรู้สึกของเช้าวันหนี่ง เมื่อเธอมาเรียนตามปกติและพบว่ากิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูถูกตัดออกไป พื้นที่ตรงนี้เพิ่งจะถูกดินถมทับเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบึงให้นักศึกษาไว้สำหรับนั่งเล่นผ่อนคลาย

ต้นไม้
ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 และพัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาชั้นปี 3 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์

พัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาสาขาเดียวกัน ชั้นปี 3 เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยมีศาลาตั้งอยู่ตรงนี้ และที่กิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูเองก็เคยมีชิงช้าแขวนอยู่เช่นกัน เขาเล่าในขณะที่ณัฐริกาเปิดภาพเก่าๆ ให้ดูเป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าต้นไม้ต้นนี้อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยมานาน จากในภาพเป็นพิธีไหว้ครูในสมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กิ่งของต้นก้ามปูในสภาพสมบูรณ์แผ่ขยายให้ร่มเงาครึ้มเป็นฉากหลัง “เห็นว่าสาเหตุที่ต้องถมที่ ตัดกิ่งไม้ ก็เพราะจะทำลานจอดรถค่ะ” เธอกล่าว

ต้นไม้
ภาพพิธีไหว้ครูเมื่อหลายปีก่อน แสดงให้เห็นร่มเงาของต้นก้ามปู
ต้นไม้
ภาพถ่ายเก่าของอดีตศาลาที่เคยตั้งอยู่ยังพื้นที่ตรงนี้ ปัจจุบันกลายเป็นลานดินที่เตรียมไว้สำหรับการทำลานจอดรถใหม่

3.

ต้นไม้
ต้นหูกวาง, หน้าห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์ ซอยจันทร์ 28 / 1

ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำร้านเล่าถึงความผูกพันที่ตัวเขามีกับต้นหูกวางต้นนี้ให้ฟังว่า เขาเห็นต้นไม้ต้นนี้ทุกวันตลอดการทำงานที่นี่มาแล้ว 26 ปี ถ้าให้คาดคะเนอายุของมัน ก็น่าจะราว 30 ปีได้ เมื่อถามถึงการตัดเขาเล่าว่า “นี่เพิ่งโดนตัดเมื่อวานเองครับ เป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนมีนาคมกับปลายปีบ้าง เพราะมันโตแล้วไปเกะกายสายไฟ แต่มันโตเร็วมากนะ เหมือนมันรู้ว่าจะถูกตัดทุกปี แต่ก่อนมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เขาตัดจนมันแผ่ออกด้านข้างแทนแล้ว” อากาศร้อนขึ้นคือผลกระทบโดยตรงที่ตัวเขารู้สึก และไม่ใช่แค่ต้นหูกวางต้นนี้เพียงต้นเดียว แต่ต้นไม้ต้นอื่นๆ ที่เรียงรายไปตามริมถนนจันทร์ก็จะทยอยถูกตัดด้วยเช่นกัน “เหมือนคนถูกโกนหัวทุกปี” เขากล่าว ผมเข้าใจความหมาย คนโกนผมไม่นานผมก็งอกขึ้นใหม่ ต้นไม้เองเดี๋ยวก็งอกแตกยอดใหม่เช่นกัน แต่ในมุมของทัศนียภาพแล้ว ต้นไม้หัวโกร๋นตั้งเรียงรายตามแนวถนน เป็นอะไรที่ไม่น่ามองนัก ทั้งยังส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของพวกมัน

ต้นไม้
ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์

<< อ่านต่อหน้า 2 >>

 

อ่านเพิ่มเติม : บทเรียนจากต้นไม้7 เคล็ดลับถ่ายต้นไม้ให้ว้าว!สืบสานแรงบันดาลใจจากดาบวิชัย คนบ้าปลูก สู่กัปตันการบินไทยผู้ใช้เวลาว่างปลูกต้นไม้ให้ กรุงเทพฯ มานานร่วม 8 ปี

เรื่องแนะนำ

หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สรรพสัตว์ครอบครอง

หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สรรพสัตว์ครอบครอง ขณะยืนอยู่บนชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโขดหินของสตีเพิลเจสัน (Steeple Jason) เกาะที่ตั้งอยู่ห่างไกลในกลุ่มเกาะฟอล์กแลนด์ ผมตื่นตะลึงกับภาพความงามตรงหน้า นกอัลบาทรอสคิ้วดำกว่า 440,000 ตัวซึ่งถือเป็นคอโลนีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทำรังอยู่บนหน้าผาสูงชัน  ถัดลงมาตามแนวชายหาดเบื้องล่าง  เพนกวินร็อกฮอปเปอร์แดนใต้ส่งเสียงร้องอื้ออึง ขณะที่เหยี่ยวคาราคาราคอยสอดส่ายสายตามองหาลูกนกเพนกวินหรือซากสัตว์เป็นอาหาร น่านน้ำเย็นยะเยือกแถบนี้เป็นถิ่นอาศัยของแมวน้ำขนปุยอเมริกาใต้ วาฬเพชฌฆาต โลมาคอมเมอร์สัน โลมาพีล และวาฬเซย์ ลึกลงไปใต้น้ำ ผมแหวกว่ายผ่านดงสาหร่ายเคลป์ที่โอนเอนไปมาในกระแสน้ำ เพนกวินเจนทูพุ่งฉิวอยู่ด้านบน โดยมีสิงโตทะเลแดนใต้ไล่ตามมาติดๆ กุ้งมังกรยืนเรียงรายบนก้นสมุทรพลางชูก้ามขึ้นราวกับพร้อมรบ ภาพกุ้งชูก้ามเตรียมออกศึกดูช่างเหมาะเจาะ เพราะผมอยู่ที่หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ดินแดนที่สงครามเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ ห่างจากชายฝั่งอาร์เจนตินา 400 กิโลเมตร  ดินแดนของสหราชอาณาจักรแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่รวมกันกว่า 700 เกาะ และมีผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างบางเบาเพียง 3,200 คน  กลุ่มเกาะเหล่านี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดเพราะประวัติศาสตร์การต่อสู้แย่งชิงกรรมสิทธิ์อันยาวนานระหว่างฝรั่งเศส สเปน อาร์เจนตินา และสหราชอาณาจักร ฟอล์กแลนด์จึงเต็มไปด้วยบาดแผลจากสงครามที่เห็นได้ชัด ความขัดแย้งครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่ออาร์เจนตินารุกรานหมู่เกาะที่พวกเขาเรียกว่า มัลบีนัส (Malvinas) ในปี 1982  ทว่าปิดฉากลงในระยะเวลาอันสั้น หลังการประลองกำลังอย่างดุเดือดกับสหราชอาณาจักร แต่ถึงจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และแม้จะมีการทำฟาร์มแกะอย่างกว้างขวาง หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ก็ยังคงดูเหมือนแดนสวรรค์ในอุดมคติอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่น่านน้ำอันอุดมไปด้วยสารอาหารไปจนถึงขุนเขาที่สายฝนโปรยปรายตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่เป็นช่างภาพ  ผมแทบไม่เคยพบเห็นสถานที่แห่งไหนที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์เช่นนี้   […]

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]

เต่ามะเฟือง : บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนน่ายินดีสำหรับคนรักษ์ทะเลและนักอนุรักษ์เท่ากับข่าวกำเนิดของลูกเต่ามะเฟืองรังที่สองจำนวน 35 ตัวที่ถูกสื่อสารออกไปทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสัตว์อะไรที่สามารถปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยได้มากขนาดนี้ การกลับมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี นับเป็นข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยในรอบหลายปี

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.