วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ - National Geographic Thailand

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น

ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป

ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ

นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี

ต้นไม้
ตัวอย่างของต้นไม้ริมถนนต้นหนึ่งที่ถูกตัดกิ่งออกซ้ำๆ กิ่งใหม่เล็กๆ ที่แตกออกมานี้เรียกว่ากิ่งกระโดง เป็นปฏิกิริยาจากความกลัวตายของต้นไม้เอง และสะท้อนให้เห็นว่าต้นไม้ต้นนี้เผชิญกับความเครียดสูง

ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ

1.

ต้นไม้
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์, ข้างวินมอเตอร์ไซต์หน้าเซ็นจูรี่ ถนนพญาไท

สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังต้นไม้ถูกตัดไปก็ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแก่บรรดาวินมอเตอร์ไซต์ อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวันนั้นร้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อขาดร่มเงาของต้นไม้

ต้นไม้
สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำหน้าห้างเซ็นจูรี่

“ก่อนหน้านี้มันแผ่กิ่งใหญ่เลย เดี๋ยวนี้ร้อน เห็นเขาว่าตัดเพราะข่าวต้นไม้ล้มทับคนตายนั่นแหละ” สากลกล่าว ไม่นานเพื่อนร่วมอาชีพของเขา ชำนาญ เฉิดฉาย ที่ทำอาชีพขับวินมอเตอร์ไซต์ประจำย่านนี้มานาน 3 ปี ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือ เซิร์จภาพจากกูเกิลของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่มีดอกสะพรั่งเต็มต้นให้ดู “สมัยก่อนนู้น ที่โรงเรียนผม ช่วงเดือนประมาณเมษาต้นนี้มันจะออกดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นไปหมด ดอกร่วงกราวตามพื้น ที่นี่เองก็เหมือนกัน” เขากล่าวพลางเลื่อนภาพของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ในแบบที่ควรจะเป็นให้ชม ผมมองไปที่ต้นไม้ กิ่งแนวตั้งของมันถูกบั่นออกจนหมด ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าชมพูพันธุ์ทิพย์ต้นนี้จะออกดอกอีกครั้ง ชะตากรรมของต้นไม้ตามแนวเสาไฟฟ้าไม่มีทางเลือกมากนัก หากยอดของมันสูงยาวขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็จะกลับมาตัดมันซ้ำอีก

ต้นไม้
ภาพต้นชมพูพันธุ์ทิพย์จากกูเกิล ที่ชำนาญเปิดให้ดู ในสมัยที่เขายังเป็นเด็กต่างจังหวัด ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีลักษณะเช่นนี้

2.

ต้นไม้
ต้นก้ามปู, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่

“วันแรกที่มาเจอก็ตกใจ ทำไมมันโล่งๆ ไป” ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ บรรยายถึงความรู้สึกของเช้าวันหนี่ง เมื่อเธอมาเรียนตามปกติและพบว่ากิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูถูกตัดออกไป พื้นที่ตรงนี้เพิ่งจะถูกดินถมทับเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบึงให้นักศึกษาไว้สำหรับนั่งเล่นผ่อนคลาย

ต้นไม้
ณัฐริกา แห่งพิษ นักศึกษาปี 2 และพัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาชั้นปี 3 2 สาขาการถ่ายภาพและภาพยนตร์

พัชรพงศ์ บำรุงชัยกุล นักศึกษาสาขาเดียวกัน ชั้นปี 3 เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยมีศาลาตั้งอยู่ตรงนี้ และที่กิ่งใหญ่ของต้นก้ามปูเองก็เคยมีชิงช้าแขวนอยู่เช่นกัน เขาเล่าในขณะที่ณัฐริกาเปิดภาพเก่าๆ ให้ดูเป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าต้นไม้ต้นนี้อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยมานาน จากในภาพเป็นพิธีไหว้ครูในสมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กิ่งของต้นก้ามปูในสภาพสมบูรณ์แผ่ขยายให้ร่มเงาครึ้มเป็นฉากหลัง “เห็นว่าสาเหตุที่ต้องถมที่ ตัดกิ่งไม้ ก็เพราะจะทำลานจอดรถค่ะ” เธอกล่าว

ต้นไม้
ภาพพิธีไหว้ครูเมื่อหลายปีก่อน แสดงให้เห็นร่มเงาของต้นก้ามปู
ต้นไม้
ภาพถ่ายเก่าของอดีตศาลาที่เคยตั้งอยู่ยังพื้นที่ตรงนี้ ปัจจุบันกลายเป็นลานดินที่เตรียมไว้สำหรับการทำลานจอดรถใหม่

3.

ต้นไม้
ต้นหูกวาง, หน้าห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์ ซอยจันทร์ 28 / 1

ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำร้านเล่าถึงความผูกพันที่ตัวเขามีกับต้นหูกวางต้นนี้ให้ฟังว่า เขาเห็นต้นไม้ต้นนี้ทุกวันตลอดการทำงานที่นี่มาแล้ว 26 ปี ถ้าให้คาดคะเนอายุของมัน ก็น่าจะราว 30 ปีได้ เมื่อถามถึงการตัดเขาเล่าว่า “นี่เพิ่งโดนตัดเมื่อวานเองครับ เป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนมีนาคมกับปลายปีบ้าง เพราะมันโตแล้วไปเกะกายสายไฟ แต่มันโตเร็วมากนะ เหมือนมันรู้ว่าจะถูกตัดทุกปี แต่ก่อนมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เขาตัดจนมันแผ่ออกด้านข้างแทนแล้ว” อากาศร้อนขึ้นคือผลกระทบโดยตรงที่ตัวเขารู้สึก และไม่ใช่แค่ต้นหูกวางต้นนี้เพียงต้นเดียว แต่ต้นไม้ต้นอื่นๆ ที่เรียงรายไปตามริมถนนจันทร์ก็จะทยอยถูกตัดด้วยเช่นกัน “เหมือนคนถูกโกนหัวทุกปี” เขากล่าว ผมเข้าใจความหมาย คนโกนผมไม่นานผมก็งอกขึ้นใหม่ ต้นไม้เองเดี๋ยวก็งอกแตกยอดใหม่เช่นกัน แต่ในมุมของทัศนียภาพแล้ว ต้นไม้หัวโกร๋นตั้งเรียงรายตามแนวถนน เป็นอะไรที่ไม่น่ามองนัก ทั้งยังส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของพวกมัน

ต้นไม้
ณรงค์ชัย เอี่ยมศรี พนักงานขายประจำห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญเลิศฮาร์ดแวร์

<< อ่านต่อหน้า 2 >>

 

อ่านเพิ่มเติม : บทเรียนจากต้นไม้7 เคล็ดลับถ่ายต้นไม้ให้ว้าว!สืบสานแรงบันดาลใจจากดาบวิชัย คนบ้าปลูก สู่กัปตันการบินไทยผู้ใช้เวลาว่างปลูกต้นไม้ให้ กรุงเทพฯ มานานร่วม 8 ปี

เรื่องแนะนำ

ความสำเร็จของชุมชนเล็กแห่งเม็กซิโก ในการฟื้นฟูท้องทะเลหลังการประมงล่มสลาย

กุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ของชุมชนเล็ก ๆ แห่งท้องทะเลเม็กซิโก ที่เคยประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮา กาลีฟอร์เนีย (Baja California) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ […]

ความรู้ประจำวัน : กรุงไคโร เมืองแห่งขยะ

คำว่า “Zabbaleen” ในภาษาอียิปต์มีความหมายว่ามนุษย์ขยะ คำนี้ใช้เรียกขานผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตสลัมของกรุงไคโร ในอียิปต์ เพราะพวกเขามีอาชีพเก็บขยะขาย ผู้คนเหล่านี้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองหลังไม่สามารถทำการเกษตรในพื้นที่ทำกินเดิมได้ ในแต่ละวันขยะปริมาณ 9,000 ตันจะผ่านมือพวกเขา (น้ำหนักมากขนาดนี้เทียบเท่ากับน้ำหนักของหอไอเฟล) หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่อียิปต์ ลองหาโอกาสแวะเวียนไปยังชุมชนนอกกรุงไคโร คุณจะเห็นภาพของผู้หญิงและเด็กมากมายกำลังแยกขยะ เศษอาหารจะถูกนำไปรวมกันเพื่อเลี้ยงสัตว์ พลาสติกถูกแยกออกมาเพื่อนำไปขายต่อ รู้หรือไม่ว่าขยะจำนวน 85% ในเมืองถูกรีไซเคิลก็เพราะคนกลุ่มนี้ หากปราศจากชาวเมืองเหล่านี้ กรุงไคโรคงท่วมไปด้วยขยะมากมาย   อ่านเพิ่มเติม : ช้อนกินได้ ทางเลือกใหม่ลดขยะพลาสติก, มหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกขนาดเล็ก

แปรงสีฟัน ขยะพลาสติกชนิดใหม่

ปกติแล้วขยะพลาสติกที่พบได้ทั่วไปตามชายหาดมักจะเป็นถุงพลาสติก หลอด กล่องโฟม และเศษข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวอย่าง แปรงสีฟัน (ขยะพลาสติก: ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล) แปรงสีฟันยุคแรก ๆ ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ กระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อวิทยาการต่าง ๆ พัฒนาขึ้น ไนล่อนและพลาสติกชนิดอื่น ๆ จึงถูกนำมาใช้ผลิตแปรงสีฟันตั้งแต่นั้น และเพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก จึงเป็นไปได้ที่แปรงสีฟันพลาสติกที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 จะยังหลงเหลืออยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ได้  มนุษยชาติรู้จักทำความสะอาดฟันมาหลายพันปีแล้ว นักโบราณคดีค้นพบ “แท่งไม้จิ้มฟัน” ในสุสานอียิปต์โบราณ พระพุทธเจ้าทรงเคี้ยวกิ่งไม้เล็ก ๆ (สันนิษฐานว่าอาจเป็นกิ่งข่อย) จนปลายของมันอ่อนนุ่มลงเพื่อทำความสะอาดฟัน แม้กระทั่งกวีชาวโรมันอย่าง Ovid ยังกล่าวว่าการทำความสะอาดฟันทุกเช้าเป็นเรื่องที่ดี ในยุคจักรพรรดิหงจื้อของจีนช่วงปลายศตวรรษที่ 15 มีการออกแบบสิ่งที่คล้ายคลึงกับแปรงสีฟันในปัจจุบัน โดยขนแปรงทำมาจากขนหมูป่าที่สั้นและแน่น ส่วนด้ามจับทำมาจากกระดูกหรือไม้ แต่แปรงสีฟันดังกล่าวมีราคาแพง ชาวบ้านทั่วไปจึงใช้กิ่งไม้ เศษผ้า หรือกระทั่งนิ้วมือของตนในการทำความสะอาดฟัน สงครามเปลี่ยนทุกอย่าง การดูแลสุขภาพฟันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่งสงครามกลางเมืองอเมริกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในยุคนี้ปืนต้องโหลดกระสุนทีละนัด กระสุนและดินปืนถูกบรรจุไว้ในห่อกระดาษ เมื่อจะโหลดกระสุน ทหารต้องใช้ฟันในการฉีกห่อกระดาษนั้น กองทัพได้มองเห็นปัญหาสุขภาพฟันของเหล่าทหารตั้งแต่ช่วงสงครามกลางเมืองต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชายหนุ่มหลายคนที่สมัครใจจะไปร่วมรบในสงคราม แต่กลับโดนปฏิเสธเพราะมีฟันไม่ครบตามที่กองทัพกำหนด […]

ป่าแอมะซอนกำลังสูญเสียพื้นที่นับล้านตารางกิโลเมตร

ข้อมูลใหม่เผยให้เห็นรายละเอียดการสูญเสียพื้นที่ ป่าแอมะซอน ในประเทศบราซิลที่รวดเร็วอย่างน่าเจ็บปวด นับจนถึงวันนี้ (23 สิงหาคม) เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้วที่ป่าฝนแอมะซอน ผืนป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้ธรรมชาติ ทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่าซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ปรากฏแค่ในป่าแอมะซอนเท่านั้นได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าขณะนี้มีพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้ไปแล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร โดยในทางธรรมชาติ ถือเป็นการสูญเสียปราการทางธรรมชาติของมนุษย์อย่างมหาศาล ป่าแอมะซอนได้ชื่อว่าเป็น ปอดของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนให้กับโลกมากถึงร้อยละ 20 และมีปัจจัยสำคัญในการต่อสู้เรื่องภาวะโลกร้อน โดยการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำลายชั้นบรรยากาศโลกเฉลี่ยปีละกว่า 2,000 ล้านตัน  นอกจากนี้ แอมะซอนยังเป็นป่าฝนที่มีความสมบูรณ์ที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นบ้านของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผืนป่าแอมะซอนนับล้านคน แม้ว่าการเกิดไฟป่าแอมะซอนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติในช่วงหน้าแล้ง แต่จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม พบว่ามีการเกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 83 จากปีที่แล้ว แม้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่สาเหตุโดยส่วนใหญ่นั้นเชื่อว่าเกิดจากมนุษย์ที่เข้าไปบุกรุกในพื้นที่ป่า ในปี 2018 กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียพื้นป่าหลายแห่งในโลก รวมไปถึง ป่าแอมะซอน ตามข้อมูลที่รวบรวม วิเคราะห์ และรายงานโดยกลุ่มนักวิจัยที่ชื่อว่า Global Forest Watch ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Merryland) การตัดไม้โดยไม่มีการควบคุม เป็นเหตุของการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม โดยส่วนมากเป็นการตัดไม้เพื่อทำพื้นที่ปศุสัตว์ แต่กิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่นๆ […]