การปิดการ ปีนเขาเอเวอเรสต์ จากโควิด-19 ส่งผลต่อรายได้ของชาวบ้านในพื้นที่อย่างใหญ่หลวง

การปิดเขาเอเวอเรสต์จากโควิด-19 ก่อให้เกิดความกังวลครั้งใหญ่ของชาวบ้าน

จีนและเนปาลยกเลิกฤดูปีนเขาจากทั้งสองด้านของเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่จะไม่มีใครได้ ปีนเขาเอเวอเรสต์ ที่สูงที่สุดในโลกลูกนี้หลังจากแผ่นดินครั้งใหญ่ใกล้ยอดเขาในปี 2015 ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC


เพราะการยกเลิกฤดูปีนเขาเอเวอเรสต์ เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนาส่งผลต่อเศรษฐกิจอันเปราะบางของเนปาลเป็นอย่างมาก

นักปืนเขาในพื้นที่สูงถือเป็นกลุ่มที่มีความฟิตและสุขภาพที่ดีในบรรดาประชากรที่อยู่บนโลก และสิ่งที่พวกเขาตามหา มักจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ศิวิไลซ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงผลร้ายที่ตามมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการจำกัดการท่องเที่ยวและมาตรการกักกันผู้คนทั่วโลก

เมื่อวันที่ 11 มีนาม สมาคมปีนเขาแห่งจีนทิเบต (China Tibet Mountaineering Association – CTMA) องค์กรที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตการท่องเที่ยวและปีนเขาทั่วพื้นที่ที่ราบสูงทิเบตได้ออกมาประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้มีการปีนเขาเอเวอร์เรสต์จากพื้นที่ควบคุมของจีนทางตอนเหนือของภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้

ต่อจากการประกาศจากจีน เนปาลก็ได้มีการประกาศในช่วงกลางดึกของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จะยกเลิกการปีนเขาช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ทั้งหมด รวมไปถึงการปีนเขาเอเวอเรสต์ นอกจากนี้ รัฐบาลเนปาลได้หยุดการออก Visa On Arivrial ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว โดยการระงับวีซ่านี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน

ปีนเขาเอเวอเรสต์
เชอร์ปาเทนจิ ไกด์ภูเขาชาวเนปาล ผู้เคยเฝ้ารอลูกค้าที่จะมาปีนเขาในไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า กล่าวว่า “ถ้าไม่มีช่วงฤดูปีนเอเวอเรสต์ จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่บรรดาเชอร์ปา (ไกด์ท้องถิ่นผู้นำทางการปีนเขา) เท่านั้น แต่เกิดกับคนทั้งประเทศด้วยครับ” ภาพถ่ายโดย JON GRIFFITH

การท่องเที่ยวภูเขา (Mountain tourism) เป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของเนปาล บรรดานักปีนเขาเอเวอเรสต์มีส่วนในการใช้จ่ายเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,600 ล้านบาท) ในประเทศซึ่งได้ชื่อว่าจนที่สุดในโลก การตัดสินใจหยุดการปีนเขาส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อชุมชนท้องถิ่นที่ความเป็นอยู่และฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวภูเขา

“นักท่องเที่ยวหนึ่งคนสามารถช่วยครอบครัวคนเนปาลได้ 11 ครอบครัว” จีบัน กีไมร์ ผู้ให้บริการในกิจการบริษัทท่องเที่ยวที่ชื่อ Shangri-La Nepal Trek ในกรุงกาฐมาณฑุ กล่าว

และเมื่อคิดถึงผลกระทบที่ตามมาของการปิดเอเวอเรสต์ กีไมร์กล่าวว่า “มันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเอามากๆ ยากเกินอธิบาย แม้ว่าเราไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร แต่มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ครับ”

“เงินที่ได้จากการปีนเขาถูกใช้ไปกับครอบครัวของชาวบ้าน เป็นเงินให้เด็กๆ ไปโรงเรียน และเคลียร์บิลใช้จ่ายต่างๆ ถ้าเราเสียภูเขาเอฟเวอร์เรสต์ไป จะมีคนตกงานจำนวนมากครับ” กีไมร์ กล่าวเสริม

ปีนเขาเอเวอเรสต์, เอเวอรเรสต์, คนทิเบต
ชุมชนที่ตามถนนสายปาฏิหาริย์ (miracle highway) ของทิเบตจะทุกข์ทนจากการหายไปของทีมนักปืนเขาผู้ร่ำรวยที่จะเดินทางบนถนนไปยังเบสแคมป์ของเอเวอเรสต์ทางด้านเหนือ ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC
ปีนเขาเอเวอเรสต์, เอเวอเรสต์, คนเนปาล
กรุงกาฐมาณฑุ จุดเริ่มต้นของทีมที่จะปืนเขาเอเวอเรสต์จากด้านใต้ จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งจากการยกเลิกฤดูปืนเขาเอเวอรเรสต์ และนักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังส่วนอื่นๆ ในเนปาล ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC

จำกัดการระบาดของไวรัส

แม้รัฐบาลเนปาลรายงานว่ามีคนติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพียงกรณีเดียว แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชาวเนปาลกล่าวว่า คำถามสำคัญไม่ใช่ “ถ้าหาก” ไวรัสโจมตีเนปาลแล้วจะเป็นอย่างไร แต่เป็น “เมื่อไหร่” ต่างหาก เนื่องจากยังมีความกังวลในเรื่องของความสามารถของเนปาลในการรับมือไวรัส เพราะมันขึ้นอยู่กับจำนวนแพทย์ต่อประชากรที่ต่ำมาก นั่นคือ 0.7 คนต่อประชากร 1,000 คน เท่านั้น

“ถ้าจะนำเชื้อ โควิด-19 มาติดยังประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงน้อยกว่าและมีทรัพยากรจำกัด คุณสามารถก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก” โมนิกา พีริส แพทย์สนามในการปีนเขาผู้มากประสบการณ์จากการผ่านทริปสู่เอเวอเรสต์ 12 ครั้ง และการเดินทางรอบเทือกเขาหิมาลัยมากกว่า 20 ครั้งกล่าวและเสริมว่า “คุณจะต้องรับผิดชอบในการปกป้องพวกเขา”

กีไมร์เห็นด้วยกับความเห็นนี้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวชาวเนปาลที่มักมีคน 3 รุ่นอยู่รวมกันในบ้านหลังเดียว ซึ่งอาจเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะเมื่อไวรัสมักพุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุ “เราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับหากการระบาดนี้กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ครับ”

เชอร์ปาเทนจิ ไกด์ภูเขาชาวเนปาล ผู้เคยเฝ้ารอลูกค้าที่จะมาปีนเขาในไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า กล่าวว่า “ถ้าไม่มีช่วงฤดูปีนเอเวอเรสต์ จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่บรรดาเชอร์ปา (ไกด์ท้องถิ่นผู้นำทางการปีนเขา) เท่านั้น แต่เกิดกับคนทั้งประเทศด้วยครับ”

ปีนเขาเอเวอเรสต์, เอเวอเรสต์
ไฟคาดหัวของนักปืนเขาก่อตัวเป็นเส้นทางไฟที่ทางเดินด้านข้างเขาเอเวอเรสต์ “ผู้คนทางด้านตะวันตกไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของพวกเขาเลย” จีบัน กีไมร์ ผู้ให้บริการทัวร์เอเวอเรสต์ กล่าวและเสริมว่า “บางทีเราควรใช้เวลานี้ในการให้ทุกคนได้อยู่ที่บ้าน” ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เอเวอเรสต์เคยผ่านทั้งช่วงฤดูกาลแห่งความสำเร็จเนื่องจากจำนวนยอดเขาที่สามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และช่วงเวลาอันโศกเศร้าของทั้งนักปืนเขาและชุมชนท้องถิ่น เช่น ในปี 2014 เกิดหิมะถล่มครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตไกด์ชาวเนปาล 16 คน ส่งผลให้ฤดูปีนเขาในปีนั้นถูกยกเลิก

ในปี 2015 ไม่มีใครได้เข้าไปปีนเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 เป็นต้นมา หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูดที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 9,000 คน บาดเจ็บ 22,000 คน และก่อให้เกิดความเสียหายต่อบรรดาโครงสร้างพื้นฐานทั่วเนปาลอย่างหนัก

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีจำนวนมากปีนเขาทำลายสถิติที่บันทึกไว้มากขึ้น กล่าวคือ 807 คนในปี 2018 และ 891 คนในปี 2019 ก่อให้เกิดภาพนักปีนเขาที่ต่อแถวยาวเหยียด

ในปี 2019 มีนักปีนเขา 11 รายที่เสียชีวิตบนภูเขา โดยนักวิจารณ์บางคนชี้ว่าเกิดจากการที่มีคนจำนวนมากเกินไป

และในฤดูปีนเขาปี 2020 นี้ จะเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 ที่จะไม่มีผู้ใดได้ปีนเอเวอเรสต์เนื่องจากเหตุการณ์โรคระบาด

“แน่นอนว่าการห้ามปีนเอเวอเรสต์ไม่ได้ส่งผลมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับมาตรการป้องกันผลกระทบที่เกิดจากไวรัสโคโรนามาตรการอื่นๆ” เอเดรียน บาลลิงเจอร์ ไกด์ของบริษัท Alpenglow Expeditions ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเอเวอเรสต์กล่าวและเสริมว่า “มีลูกค้าของเราจำนวนมากที่ได้พยายามอย่างหนัก ใช้ทั้งเงินและเวลานานนับหลายปีเพื่อมาปีนเขา มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ผมคิดว่าวิธีการนี้เป็นเรื่องสมควร และผมก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ครับ”

เรื่อง ANDREW BISHARAT


อ่านเพิ่มเติม หมออีม หญิงไทยคนแรกผู้ขึ้นสู่ยอดเขาทั้งเจ็ดทวีป

หมออีม

เรื่องแนะนำ

เที่ยวน่าน ตามรอยความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูผืนป่า

การเดินทางมา เที่ยวน่าน ครั้งนี้ ได้เผยให้ฉันเห็นความการทำงานร่วมมือกันอย่างบูรณาการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย ในเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่ป่า เวลาหัวค่ำนอกหน้าต่างคอนโดมิเนียมกลางเมืองหลวง ฉันเห็นแสงไฟวับวาม และรถราเคลื่อนสลับไปมาไม่หยุดหย่อน ภาพชินตาเช่นนี้สร้างความรู้สึกชินชาให้เกิดขึ้นในจิตใจ กระหน่ำซ้ำด้วยการประกาศล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคร้ายที่ผ่านมา แผนการเดินทางเพื่อประโลมจิตใจของฉันในปีนี้ จึงเป็นอันต้องพับเก็บไปทั้งหมด ใจที่กระหายการเดินทาง และนิสัยไม่อยู่ติดกับที่ของฉัน เฝ้ารอการได้ออกไปเดินย่ำบนผืนดินอีกครั้ง ในใจตอนนี้คิดว่า ขอเป็นที่ไหนก็ได้ให้ฉันได้หายไปจากเมืองนี้สักสองถึงสามวัน ก่อนจะกลับมาเผชิญเรื่องราวบทเดิมในชีวิตการทำงานอีกครั้ง แล้วเหมือนใครสักคนได้ยินเสียงเรียกร้องของใจที่หิวกระหาย ในที่สุดฉันก็ได้รับการติดต่อให้เดินทางไปจังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมชมความร่วมมือกันฟื้นฟูผืนป่าที่ถูกทำลายให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง เมื่อวันเดินทางมาถึง ฉันจดจ่อที่จะได้เห็นบรรยากาศของสนามบินหลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์  ในสนามบินนานาชาติดอนเมือง มีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน แต่ก็ใช้เวลาเพียงน้อยนิดสำหรับการผ่านจุดคัดกรองต่าง ๆ ฉันมาถึงสนามบินน่านนครในเวลาเพียงชั่วโมงเศษ และนัดหมายกับเพื่อนร่วมทางขาประจำไว้ที่นั่น เขานำรถยนต์มารอรับฉันที่สนามบิน และเรากำลังจะเดินทางไปยังตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของเรา ระหว่างทางเราแล่นผ่านแมกไม้ที่ขึ้นอยู่สองข้างทางในบรรยากาศเเบบชนบท ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เรือกสวนต่าง ๆ ทั้งลำไย มะม่วง และไร่ข้าวโพด ปรากฏสลับกันไปตลอดทาง บ้านเมืองจังอยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ จังหวัดน่าน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ชาวบ้านจึงต้องอาศัยอยู่ตามพื้นที่หุบเขา “เราเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่าครับ” สำรวย ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง กล่าวกับพวกเราเมื่อเดินทางไปถึง ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งที่ฉันสอบถามจากชาวบ้านพบว่า แต่ละฝ่ายต่างมีข้อมูลที่ดินของตนเอง […]