ป่าชายเลน ผืนใหญ่ที่สุดในโลก : ซุนดาร์บันส์ - National Geographic Thailand

ป่าชายเลน ผืนใหญ่ที่สุดในโลก : ซุนดาร์บันส์

ป่าชายเลน ผืนใหญ่ที่สุดในโลก : ซุนดาร์บันส์

ป่าชายเลน ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนาม ซุนดาร์บันส์ หยัดยืนอยู่ดั่งกำแพงสีเขียวที่คอยดูดซับคลื่นพายุซัดฝั่ง และลดทอนกำลังพายุไซโคลน สำหรับชาวบ้าน ป่าผืนนี้ยังเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ คำถามคือจะอีกนานเพียงใด

——————————————–

ป่าชายเลน
คลื่นพายุซัดฝั่งทำให้บางส่วนของเกาะสาคร ในแม่นํ้าฮูคลีทางใต้ของเกาะโฆรามาระถูกตัดขาดจากกัน
ป่าชายเลน
ในบังกลาเทศ โมฮัมหมัด กีอาซุดดิน ฮัฟลาดาร์ (คนซ้าย) และโมฮัมหมัด โชบุจ ฮัฟลาดาร์ ยังคงอาศัยอยู่บนชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะบนเกาะขนาดเล็กชื่อ ชาลีตาบูเนีย

ตอนที่ศพของเพื่อนบ้านซึ่งตายไปนานแล้ว ลอยขึ้นมาใกล้กับประตูบ้าน บูลู ฮัลดาร์ รู้ทันทีว่า บ้านของเธอก็ไม่รอดเหมือนกัน

เขื่อนกั้นนํ้าที่ป้องกันหมู่บ้านธางมารีตะวันออก ในเขตขุลนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ ทำท่าจะจมหายไปในแม่นํ้าปสุระมาหลายสัปดาห์แล้ว  ทีแรกพายุรุนแรงลูกหนึ่งซัดทำลายผนังคอนกรีตชั้นนอกของเขื่อน  จากนั้นในช่วงปลายปี 2017 แม่นํ้าก็เริ่มกัดเซาะเข้าไปในตัวกำแพงดินที่มีรูพรุน ชาวบ้านรีบขนกระสอบทรายมาเสริม แต่ก็ช่วยยืดเวลาได้ไม่กี่วัน เมื่อแม่นํ้าสายนี้ไหลเข้ามาท่วมสุสานตรงข้ามสวนของฮัลดาร์ในท้ายที่สุด จนโครงกระดูกหลุดลอยออกมา ปนเปื้อนบ่อนํ้าดื่มต่าง ๆ ในหมู่บ้านแล้วนํ้าขุ่นโคลนสีนํ้าตาลก็ทะลักเข้ากระท่อมขนาดหนึ่งห้องของเธอจนสูงถึงเอว

ฮัลดาร์ หญิงม่ายวัยราว 50 ปี เฝ้ามองซุนดาร์บันส์ (Sundarbans) ป่าชายเลนผืนใหญ่ไพศาลที่ขนาบข้างหมู่บ้านถอยร่นหดหายและบรรดาต้นไม้ดูอ่อนแอลง เธอสังเกตเห็นนํ้าที่ดูเหมือนจะดึงพลังมาจากความอ่อนแอของป่า สิ่งเดียวที่น่าแปลกใจก็คือเขื่อนดินของหมู่บ้านยังหยัดยืนอยู่ได้ “ต้นไม้ปกป้องพวกเราแต่เราปฏิบัติกับต้นไม้อย่างเลวร้าย” เธอว่า “คราวนี้เราทุกคนต้องรับกรรมเพราะผลพวงของมันแล้วค่ะ”

ป่าชายเลน
หญิงชาวบ้านใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมบนเกาะสาคร สมาชิกในครอบครัวของเธอต้องดิ้นรนเพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ต่างจากผู้คนอีกมากมายตามแนวชายฝั่งอ่าวเบงกอลในอินเดียและบังกลาเทศ

ในบังกลาเทศรวมทั้งในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียที่อยู่ติดกัน มีหมู่บ้านแบบเดียวกับธางมารีตะวันออก        อยู่นับพันแห่ง พื้นที่เหล่านี้กำลังสูญเสียปราการธรรมชาติที่ช่วยป้องกันภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดินแดนส่วนนี้เป็นพื้นที่ราบเหมือนกระดาษ ตัดไขว้ด้วยเครือข่ายแม่นํ้าที่เอ่อท้นด้วยนํ้าที่ละลายมาจากเทือกเขาหิมาลัย พายุไซโคลนมักก่อตัวในอ่าวเบงกอล บางครั้งคร่าชีวิตผู้คนเป็นเรือนพัน เกิดอุทกภัยทุกหนแห่ง

เกษตรกรในบังกลาเทศที่มีประชากร 160 ล้านคนพูดถึงแผ่นดินเกิดของตนว่าเป็นการเล่นตลกของพระเจ้า ผืนดินประเทศนี้อุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ทุกคนตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกนํ้าซัดพาหายไปตลอดเวลา  อุทกภัยครั้งรุนแรงเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 1998 ทำให้พื้นที่ร้อยละ 70 ของประเทศถูกนํ้าท่วม

แต่สิ่งหนึ่งที่ชุมชนชายฝั่งทั้งหลายในภูมิภาคนี้รู้สึกว่าพึ่งพาได้เสมอคือซุนดาร์บันส์ ผืนป่าชายเลนเชื่อมต่อกันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ลุ่มนํ้าขังหนาแน่นด้วยพืชพรรณและแผ่กว้างกว่า 10,000 ตารางกิโลเมตรบนสองฟากของพรมแดนอินเดีย-บังกลาเทศนี้ หยัดยืนอยู่ดั่งกำแพงสีเขียวที่คอยดูดซับคลื่นพายุซัดฝั่ง และลดกำลังพายุไซโคลนลงได้แม้แต่ลูกที่รุนแรงที่สุด  นอกจากนี้ สำหรับชาวบ้านป่าผืนนี้ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งนํ้าผึ้ง ขณะที่ในน่านนํ้าเป็นแหล่งของปลา

ป่าชายเลน
แรงงานกะกลางวันซ่อมแซมเขื่อนดินป้องกันนํ้าท่วมตามแนวเกาะสาคร แม้พายุไซโคลนและคลื่นพายุซัดฝั่งจะมีกำลังแรงขึ้น ยอดผู้เสียชีวิตกลับลดลงเมื่อขั้นตอนปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินและที่หลบภัยได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

แต่ป่าชายเลนดังกล่าวดูใกล้จะถึงจุดจบ การทำไม้ผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้างบ้านเรือนให้ประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้นในภูมิภาค ส่งผลให้พื้นที่ชายป่าโล่งขึ้น  ขณะเดียวกัน ความเค็มของน้ำที่สูงขึ้น เพราะทะเลที่รุกคืบเข้ามามากขึ้นกำลังทำให้พืชพรรณต้านพายุมูลค่าสูงหลายสายพันธุ์ เช่น โกงกางซุนดารี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อป่าชายเลนแห่งนี้พากันล้มตาย ภัยความเค็มนี้มาจากทั้งทางบกและทางทะเล เขื่อนต่าง ๆ ที่อยู่ต้นนํ้าฝั่งอินเดียลดการปล่อยนํ้าจืดลงสู่ซุนดาร์บันส์ ขณะที่ระดับทะเลสูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้นํ้าเค็มหลากทะลักเข้าสู่พื้นที่ป่าชายเลนมากขึ้น

“ระดับความเค็มของนํ้ามีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ” แมชฟิกูช เซเลฮิน ศาสตราจารย์ที่สถาบันการบริหารจัดการนํ้าและอุทกภัย สังกัดมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีบังกลาเทศ กล่าวและเสริมว่า “พื้นที่ใหม่ๆ จะกลายเป็นดินเค็ม และพื้นที่ดินเค็มระดับปานกลางก็ไม่อาจใช้อยู่อาศัยได้ เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่มากครับ” กรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อระดับทะเลสูงขึ้นถึงราว 1.8 เมตรในศตวรรษนี้ ลำพังในบังกลาเทศก็อาจสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนในซุนดาร์บันส์ไปมากกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนในกรณีดีที่สุดนั้น การสูญเสียอาจอยู่ที่ราว 200 ตารางกิโลเมตร  เซเลฮินและนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ หวั่นว่าการสูญเสียแม้เพียงแค่นั้นก็อาจก่อให้เกิดหายนะได้ สำหรับประเทศที่ยากจนมากขนาดผืนป่ายังถูกกลุ้มรุมด้วยความยากแค้นของมนุษย์

ป่าชายเลน
ชาวประมงพื้นบ้านบนเกาะสาครช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์จับปลาก่อนออกเรือสู่อ่าวเบงกอล พายุไซโคลนและระดับทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้ที่ดินไม่สามารถเพาะปลูกได้อีกต่อไป

ในสงครามเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลนดังกล่าว และอาจจะตัวประเทศบังกลาเทศเองด้วยในระยะยาว ความยากลำบากกลับมีมากขึ้น รัฐบาลในกรุงธากาเปิดไฟเขียวให้โครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินที่อินเดียหนุนหลังแห่งหนึ่งที่ชายป่าซุนดาร์บันส์ในเมืองรามปาล ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจกรุยทางให้กับอุตสาหกรรมก่อมลพิษอื่น ๆ ขณะที่จีนกำลังเสนอให้สร้างเขื่อนเพิ่มในพื้นที่ลุ่มแม่นํ้าพรหมบุตร ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นอันตรายต่อแหล่งนํ้าจืดที่ยังเหลืออยู่ในซุนดาร์บันส์ นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ส่งผลให้เกิดฝน พายุ และความแตกต่างของอุณหภูมิที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม

——————————-

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562


สารคดีแนะนำ

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

โควิด-19 ระลอกที่สองในอินเดีย ช่วงเมษายน – การระบาดที่รุนแรงที่สุดในโลก

จำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน สร้างภาระอันใหญ่หลวงให้แก่กระทรวงสาธารณะสุขอินเดีย เกิดภาวะขาดแคลนเตียงผู้ป่วย ออกซิเจน และยา อีกทั้งยังต้องจัดการกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การระบาดโรคโควิด-19 ในอินเดีย กรุงนิวเดลี – ตลอดสองสามสัปดาห์แรกในเดือนเมษายน บัญชีโซเชียลมีเดียของชาวดินเดียเต็มไปด้วยข้อความขอความช่วยเหลือ โรงพยาบาลทวิตข้อความเกี่ยวกับปริมาณออกซิเจนที่ร่อยหรอ และแพทย์ที่ต้องทนเห็นผู้ป่วยค่อยๆ เสียชีวิต ทั้งๆ ที่สามารถป้องกันไม่ให้เสียชีวิตได้ การระบาดโรคโควิด-19 ในอินเดีย นักข่าวที่ป่วยพยายามร้องขอเตียงที่โรงพยาบาลในขณะที่อาการเขาอาการย่ำแย่ลง แต่กลับถูกปฏิเสธเตียง เขาบันทึกสภาพความเป็นอยู่และอาการของตัวเองลงในทวิตเตอร์กระทั่งเขาเสียชีวิต สถานฌาปนกิจศพต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อเผาศพให้ทันกับจำนวนศพที่เพิ่มขึ้น จนเตาเผาละลายจากการใช้งานหนัก และเจ้าหน้าที่กำลังก่อสร้างเตาเผาเพิ่มเติมด้านนอก สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การระบาดระลอกที่สองนี้รุนแรงเพียงใด และการได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องหดหู่ใจ การระบาดโรคโควิด-19 ในอินเดีย โ ควิดในอินเดีย กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานว่า จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในอินเดียสัปดาห์นี้ทุบสถิติโลก โดยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่า 330,000 ราย เมื่อกลางเดือนเมษายน และยอดผู้เสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงในช่วงนั้น 2,263 ราย โดยทำลายเจ้าของสถิติเดิมคือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งบันทึกตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น 300,669 ราย ในหนึ่งวัน เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2021 “พวกเราคิดว่าการระบาดใหญ่จบไปแล้ว และปล่อยการ์ดตก ทีมเฝ้าระวังและควบคุมโควิดไม่เข้มงวดเท่าช่วงก่อนหน้า” เค. ศรีนาถ […]

สถานที่รับทำ มัมมี่ – เพราะคนตายนั้นเป็นเงินเป็นทอง

สถานประกอบพิธีศพและเตรียมศพทำ มัมมี่ แห่งหนึ่งที่ขุดพบใกล้กับกรุงไคโร มีนักบวชเป็นผู้ประกอบการที่ช่ำชอง โดยเสนอขายแพ็กเกจพิธีฝังศพหลากหลายแบบให้ลูกค้าเลือกตามงบประมาณที่มี เดือนกรกฎาคม ปี 2018 ทีมนักโบราณคดีขุดพบสถานประกอบพิธีศพและเตรียมศพทำ มัมมี่ ของอียิปต์โบราณ ลึกลงไปใต้ผืนทรายของเมืองซักการา นครป่าช้า (necropolis) หรือเมืองคนตาย ที่แผ่กว้างบนฝั่งแม่น้ำไนล์ ห่างจากกรุงไคโรไปทางใต้ราว 20 กิโลเมตร การค้นพบครั้งนี้กลายเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลก ในช่วงสองปีหลังจากนั้น การวิเคราะห์สิ่งที่ค้นพบและการค้นพบใหม่ๆ ในปล่องใกล้เคียงอีกแห่งที่ทอดลง สู่คูหาฝังศพจำนวนมาก เผยขุมทรัพย์ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจจัดพิธีศพในอียิปต์โบราณ เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ที่วงการโบราณคดีในดินแดนแห่งฟาโรห์มุ่งเน้นไปที่การค้นพบจารึกและศิลปวัตถุจากสุสานหลวงมากกว่า มองหารายละเอียดชีวิตประจำวันทั่วไป สถานประกอบพิธีศพและเตรียมศพทำมัมมี่น่าจะมีอยู่ในนครป่าช้าต่างๆ ทั่วอียิปต์ แต่หลายแห่งถูกมองข้ามโดยนักขุดค้นหลายชั่วรุ่นที่ต่างเร่งขุดให้ถึงคูหาฝังศพเบื้องล่าง ปัจจุบัน การค้นพบที่ซักการาทำให้เป้าหมายของนักขุดค้นเปลี่ยนไป เมื่อหลักฐานทางโบราณคดีที่บอกเล่าถึงอุตสาหกรรมจัดพิธีศพอย่างเป็นล่ำเป็นสันได้รับการเปิดเผยและบันทึกไว้อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก “หลักฐานที่เราค้นพบเผยว่า ผู้ประกอบพิธีศพมีหัวคิดหลักแหลมทางธุรกิจมากครับ” รามาดาน ฮุสเซน นักไอยคุปต์วิทยาที่มหาวิทยาลัยทือบิงเงินในเยอรมนี กล่าวและเสริมว่า “พวกเขาฉลาดมากในเรื่องเสนอทางเลือก” ถ้าหน้ากากฝังศพหรูหราทำจากทองคำและโลหะเงินฟังดูแพงไป คุณอาจได้รับข้อเสนอให้เลือกแบบ “ปูนพลาสเตอร์สีขาวปิดทอง” แทน ฮุสเซนกล่าว มีเงินไม่พอจะเก็บรักษาเครื่องในของคุณในโถหินอะลาบาสเตอร์แวววาวใช่ไหม ไม่เป็นปัญหา เรามีโถดินเผาลงสีงามๆ ให้เลือก “ที่ผ่านมาเราได้แต่อ่านเรื่องนี้จากบันทึก [โบราณ]” ฮุสเซนกล่าว “แต่ตอนนี้ เรามีบริบทจริงๆ […]

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน “จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่ […]

กองขยะอายุ 1,500 ปี เผยข้อมูลน่าทึ่งเกี่ยวกับการล่มสลายของเมือง

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เมืองเอลูซา อันเป็นศูนย์กลางการค้าไวน์อันโด่งดังยุคโรมันล่มสลายลงเนื่องจากอิทธิพลของอิสลาม แต่กองขยะจำนวนมหาศาลที่พบกลับเผยเหตุผลที่แตกต่างออกไป