น้ำมันดีเซล รั่วไหลกว่า 20,000 ตันในอาร์กติก รัฐบาลกลางรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน

น้ำมันดีเซล กว่า 20,000 ตันรั่วปนเปื้อนในอาร์กติก

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน กรณี น้ำมันดีเซล รั่วไหลในภูมิภาคอาร์กติกไซบีเรีย จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ประธานาธิบดีของรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ น้ำมันดีเซล รั่วไหลบนเปื้อนลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เปราะบาง อย่างอาร์กติก

เจ้าหน้าที่ชาวไซบีเรีย ในเมืองนอริลสก์ รายงานว่า ทางการรัฐออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุน้ำมันดีเซลปริมาณกว่า 20,000 ตัน รั่วไหลออกจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2020 ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมในเมืองนอริลสก์ ซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล

จากการหารือกับปูตินเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี Yevgeny Zinichev ประกาศว่า เหตุรั่วไหลดังกล่าวเป็นภัยฉุกเฉินระดับประเทศ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลกลางของรัสเซียสามารถเข้าไปจัดการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวได้

“ผมเห็นด้วยกับการเสนอวาระนี้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ” ประธานาธิบดีรัสเซียแสดงปฏิกิริยาเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินยังแนะนำรัฐมนตรีว่า “เร่งแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม”

ระหว่างการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ปูตินกล่าวตำหนิหัวหน้าบริษัท NTEK ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน หลังจากที่ได้รับรายงานความผิดพลาดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ทำไมรัฐบาลถึงทราบเรื่องล่าช้าไปสองวันหลังเกิดเหตุ เราต้องรับรู้ข่าวสถานการณ์ฉุกเฉินจากโซเชียลมีเดียวอย่างนั้นหรือ พวกคุณทำอะไรพลาดไป” เหล่านี้คือคำถามที่ปูตินถาม Sergei Lipin ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร NTEK

กลุ่มธุรกิจเหมืองแร่ นอริลกส์นิกเกิล เป็นเจ้าของกิจการโรงไฟฟ้า NTEK กล่าวว่า ทางบริษัทรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างใน “เวลาและวิธีการ” ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สาเหตุของน้ำมันรั่วเกิดจากเสาค้ำยันถังเก็บน้ำมันเสียหายเนื่องจากน้ำแข็งที่แทรกในชั้นดินละลาย

คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของรัสเซียประกาศว่า เหตุดังกล่าวเป้นอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม และต้องดำเนินคดีกับพนักงานในโรงไฟฟ้า

องค์กร WWF เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียม ที่แสดงให้เห็นแม่น้ำสีแดงเข้มในแม่น้ำ Daldykan และ Ambarnaya ซึ่งใกล้กับเมืองนอริลสก์

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกังวลว่า การปนเปื้อนในแม่น้ำอาจขยายววงกว้างไปถึงทะเลสาบ Pyasino ทางตอนเหนือของเมือง แต่เมื่อวันที่ 2 มิถุยายน ที่ผ่านมา น้ำมันที่ปนเปื้อนได้รับการจัดการโดยศูนย์ช่วยเหลือและกู้ภัยทางทะเลของรัสเซีย ด้วยวิธีการใช้วัสดุดูดซับคราบน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายว่าความ การปนเปื้อนในแม่น้ำจะไม่ส่งสารพิษไปจนถึงทะเลสาบ Aleksey Knizhnikov เจ้าหน้าที่จาก WWF ในรัสเซีย กล่าวและเสริมว่า “โชคไม่ดีที่สารพิษส่วนใหญ่ในน้ำมันดีเซลเป็นสารประกอบระเหยง่าย เช่น เบนโซล โทลูอีน เอทิลเบนซีน และไซลีน ซึ่งเมื่อทำละลายกับน้ำแล้วจะไม่สามารถูกกำจัดด้วยการดูดซับคราบน้ำมัน”

หายนะทางระบบนิเวศ
หน่วยงานด้านการประมงของรัฐ Rosrybolovstvo อธิบายว่า การรั่วไหลของน้ำมันลงสู่แหล่งน้ำเป็นหายนะทางระบบนิเวศ

“อาจกล่าวได้ว่า มันต้องใช้เวลามากกว่าสิบปีเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับสู่สมดุลและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อแม่น้ำ Norilo-Pyasinsky” ดิมิทรี โคลคอฟ โฆษกกรมประมง กล่าว

นอริลสก์เป็นเมืองที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว มีประชากรประมาณ 180,000 คน สร้างขึ้นรอบๆ เขตนอริลสก์นิกเกิล ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะนิกเกิลและพาลาเดียม ตั้งอยู่ในภูมิภาค Krasnoyarsk

เมืองนี้ตั้งอยู่บนพื้นดินที่มีโครงสร้างเป็น Permaforst และสาธารณูปโภคพื้นฐานกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำแข็งในชั้นดินละลาย อันเกิดจากภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ในปี 2018 บริษัทนอริลสก์นิกเกิลเคยสร้างประวัติศาสตร์การเป็นผู้สร้างมลพิษ จากการปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ปริมาณนับเป็นครึ่งหนึ่งจากทั้่งหมดที่ลอยฟุ้งไปทั่วรัสเซีย ซึ่งได้รับการสำรวจโดยองค์กรนาซา

วลาดีเมียร์ โปตานิน เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ และเป็นผู้ชายที่รวยที่สุดในรัสเซีย มีมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการรายงานของนิตยสาร ฟอร์บส์

ข้อมูลอ้างอิง

ABC News – https://abcnews.go.com/International/russia-declares-emergency-arctic-huge-diesel-leak-turns/story?id=71042651

The Moscow Times : https://www.themoscowtimes.com/2020/06/02/massive-thermal-plant-fuel-leak-pollutes-siberian-river-a70457

Radio Free Europe : https://www.rferl.org/a/russia-norilsk-arctic-environment/30649745.html


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เชื้อเพลิงฟอสซิลตคืออะไร และมีอะไรบ้าง

เรื่องแนะนำ

เขื่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เขื่อน" ความหวังที่จะสร้างแหล่งพลังงานอันสมบูรณ์ต้องแลกมากับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม, พื้นดินที่ยุบตัว ไปจนถึงชาวบ้านที่หมดทางทำมาหากิน

โทรศัพท์มือถือจะช่วยผืนป่าได้อย่างไร?

โทรศัพท์มือถือจะช่วยผืนป่าได้อย่างไร? โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าๆ ของคุณจะไม่ใช่แค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไร้ค่าอีกต่อไป เพราะมันกำลังมีส่วนช่วยปกป้องผืนป่า ไม่ให้ถูกทำลาย ด้วยความพยายามของหน่วยงาน Rainforest Connection องค์กรสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงผลกำไร กับบริษัทซอฟท์แวร์ Timbe พวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าติดตั้งในต้นไม้หลายต้นของผืนป่าแอมะซอน โทรศัพท์เหล่านี้ใช้แบตเตอร์รี่จากพลังงานแสงอาทิตย์ และถูกติดตั้งโปรแกรมพิเศษโดยเฉพาะเพื่อบันทึก และดักฟังเสียงของเลื่อยตัดต้นไม้ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยงานควบคุม ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบได้ว่าต้นไม้บริเวณใดที่กำลังเผชิญกับการคุกคาม ลองติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชนเผ่าที่ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าไว้เช่นกัน ผ่านภาพยนตร์สั้น “Beneath The Canopy”   อ่านเพิ่มเติม โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

พลังงานนิวเคลียร์คืออะไร

อนาคตของพลังงานนิวเคลียร์อาจขึ้นอยู่กับความสามารถของเหล่านักวิทยาศาสตร์ว่าจะหาทางยังไงที่จะทำให้พลังงานนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง

การจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธีอาจเป็นสาเหตุของการตายของคนนับล้านในแต่ละปี

รายงานชิ้นใหม่เปิดเผยว่าในแต่ละปี ผู้คนกว่า400,000 ถึง 1,000,000 คนในประเทศด้อยพัฒนาอาจเสียชีวิต เนื่องจากการจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธี