วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน

ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง

เรื่อง พอล ซาโลเพก
ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์

ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม น้ำทิ้งจากชุมชนในเมือง และน้ำระบายจากการเกษตร ทำให้ระบบแม่น้ำทั้งหมดเป็นพิษ รวมแล้วมีประชากรทั้งสิ้นราว 600 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากน้ำสะอาดเพียงพอ

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
ชายคนหนึ่งลงไปอาบน้ำชำระบาปในแม่น้ำคงคา ท่ามกลางเศษเศษดาวเรืองที่ใช้บวงสรวง ขยะพลาสติก และมูลฝอยจากอุจจาระ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและแหล่งทรัพยากรสำคัญของพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น แต่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานสายนี้ เป็นแม่น้ำที่มีมลพิษสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก

ผมเดินเท้าตัดข้ามที่ราบลุ่มแม่น้ำต่างๆทางตอนเหนือของอินเดียอยู่เกือบหนึ่งปีครึ่ง ย่ำเท้าไปบนสะพานลอยคอนกรีตข้ามทางหลวง เดินข้ามสะพานทางรถไฟ นั่งบนเป้ในเรือแคนูโคลงเคลง ล่องไปตามแม่น้ำสายแล้วสายเล่า มีแม่น้ำอยู่หลายร้อยสาย ทุกสายล้วนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือกระทั่งเป็นเทพตามความเชื่อในศาสนาฮินดู อนาคตของอินเดียจะถูกลิขิตด้วยกระแสน้ำขุ่นของแม่น้ำเหล่านี้

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
บ้านเรือน วัดวา และตรอกซอกซอยในย่านเมืองเก่าของพาราณสีถูกรื้อถอนตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม ซึ่งจะช่วยให้นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวเข้าถึงแม่น้ำคงคาได้ง่ายขึ้น คนงานทุบตึกด้วยอีเต้อและค้อนปอนด์ แลกกับค่าจ้างน้อยนิด รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยให้ผู้อยู่อาศัยเดิมที่ถูกเวนคืน

สินธุ: มหานทีแห่งมวลมหานที

แม่น้ำสินธุอันเกรียงไกรที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งในทิเบต มีลุ่มน้ำแผ่ปกคลุมพื้นที่กว่าหนึ่งล้านตารางกิโลเมตร สายน้ำที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมโบราณ เส้นชีวิตสองสัญชาติสำหรับเกษตรกรหลายล้านคนในอินเดียและปากีสถาน เราจะหาพบได้ที่ไหน

ผมเข้าร่วมกับอารตี กุมาร-ราว ช่างภาพสิ่งแวดล้อม ย่ำเดินด้วยกันอย่างเชื่องช้าไปตามถนนสายเล็กสายน้อย ทางตอนใต้ของเมืองอมฤตสาร์ ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียมีลำน้ำสาขาสายใหญ่ๆในเครือข่ายคดเคี้ยวของแม่น้ำสินธุพาดผ่านอยู่ห้าสาย ได้แก่ เฌลัม เจนาบ ราวี บีอาส และสัตเลจ เราออกค้นหาแม่น้ำบีอาส หลงทางกันตั้งแต่ยังไม่ถึงไหน

ทุกวันอากาศร้อนแผดเผา เราเดินเหงื่อโทรมลัดเลาะจัตุรัสแปลงข้าวสาลีไปอย่างไม่สิ้นสุด ผ่านวัดสิขประดับยอดด้วยโดมโล่งโปร่งสีขาว เหล่าอาสาสมัครแจกอาหารเรียบง่ายที่ประกอบด้วยถั่วดาลและข้าวให้แก่ผู้ผ่านทางทุกคน หลบหลีกทัพรถแทรกเตอร์เสียงดังกระหึ่ม แต่ละคันเปิดเพลงป็อปภาษาปัญจาบแผดใส่ท้องฟ้าผ่านทางลำโพงผูกกับที่นั่งคนขับ

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
พวกผู้หญิงออกแรงดึงเชือกเพื่อตักน้ำสูงค่าจากบ่อแห่งหนึ่งในเมืองโทนครา รัฐราชสถาน ซึ่งเป็นทะเลทราย บ่อน้ำเช่นนี้สร้างขึ้นแทนที่บ่อน้ำขั้นบันไดแบบโบราณ ซึ่งพวกผู้หญิงต้องเดินลงบันไดหลายร้อยขั้นเพื่อตักน้ำบาดาลที่ก้นบ่อ

แล้วผมก็เริ่มตระหนักได้ทีละน้อย เราพบแม่น้ำสินธุตั้งนานแล้ว! หลายวันหรือหลายสัปดาห์แล้วที่เราเดินอยู่ในแม่น้ำที่แผ่กระจาย กระแสน้ำสินธุถูกผัน สูบออก ส่งเข้าร่องชักน้ำ กระจายออก แยกเข้าสู่ลำคลอง ท่อส่งน้ำ ฝาย และร่องคูนับไม่ถ้วน ระบบโครงข่ายซับซ้อนที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้เปลี่ยนโฉมเครือข่ายลำน้ำสาขาของสินธุให้กลายเป็นเกือบไร้ตัวตนในฐานะองค์ประกอบสำคัญทางภูมิศาสตร์ ทุกรวงข้าวสาลีสุกงอมในจำนวนนับพันล้านรวงของปัญจาบมีน้ำจากลุ่มน้ำสินธุอยู่หยาดหยดหนึ่ง

อินเดียเป็นนักรบรุ่นแรกในการปฏิวัติเขียว เมล็ดพันธุ์ให้ผลผลิตสูง ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง รถแทรกเตอร์และเครื่องสูบน้ำติดเครื่องยนต์ ช่วยให้เพิ่มปริมาณผลผลิตได้อย่างมหาศาลมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จากที่เคยถูกใช้เป็นตัวอย่างประชาสัมพันธ์ความอดอยาก ทุกวันนี้ อินเดียหาเลี้ยงปากท้องตัวเองได้เป็นอย่างดี เกษตรกรของประเทศนี้ส่งออกธัญพืชกับผลไม้ปริมาณมหาศาลไปขายทั่วโลก แต่ชัยชนะเหนือความหิวโหยอันน่าทึ่งนี้มีราคาต้องจ่ายสูงลิบ สารเคมีเพื่อการเกษตรทำให้ชั้นหินอุ้มน้ำของแม่น้ำสินธุปนเปื้อนมลพิษ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีส่วนก่อให้เกิดพื้นที่ที่พบการกระจายโรคอย่างมะเร็งในระดับสูง แล้ววันเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการเก็บเกี่ยวอย่างไม่ยั่งยืนตลอดหลายทศวรรษก็มาถึง นั่นคือ การลดลงอย่างฮวบฮาบของน้ำใต้ดินที่มีปริมาณจำกัด การทำไร่ในปัญจาบกลายเป็นเรื่องเสี่ยง ประชาชนนับล้านกำลังหนีไปที่อื่น โดยอพยพไปอยู่ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และที่อื่นๆ

แม่น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
พิธีกุมภ์เมลาซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวฮินดู ดึงดูดนักแสวงบุญมายังสถานที่ประกอบพิธีในแม่น้ำหนึ่งในสี่แห่งของอินเดียทุกๆ สามปี เมื่อปี 2019 ฝูงชนมาประกอบพิธีที่เมืองปรายาคราช (อัลลาฮาบาด) ณ จุดบรรจบของแม่น้ำคงคากับแม่น้ำยมุนา ประชาชนนับหมื่นคนมารวมตัวกันบนสะพานชั่วคราวที่ทอดข้ามแม่น้ำคงคาตลอดทั้งวันทั้งคืน

คงคา: แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์

ผมเดินเลาะตลิ่ง แม่คงคา ไปจนกระทั่งลำน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำหักโค้งไปทางทิศเหนือเหมือนใบมีดเหล็กกล้าแวววาวตัดผ่านที่ราบสีเหลืองของเมืองพาราณสี นครศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาฮินดูจมอยู่ในหมอกฝุ่นจากอิฐ คนงานนับพันคนทุบทลายกำแพงย่านเมืองเก่าของพาราณสีด้วยค้อนปอนด์และอีเต้อ รื้อถอนตรอกโบราณและอาคารทรุดเอียงตามแผนปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงามขึ้น ผู้อยู่อาศัยเดิมถูกไล่ที่ รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้พวกเขา ไม่กี่คนดูมีความสุข การเกิดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย

พาราณสีมีชื่อเรียกในหมู่ชาวฮินดูผู้เปี่ยมศรัทธาว่า กาศี หรือสถานที่ “ซึ่งดวงประทีปแห่งพระผู้เป็นเจ้าส่องสกาว” ท่าน้ำหรือฆาต 88 แห่งของนครศักดิ์สิทธิ์นี้มีบันไดหินสึกกร่อนอย่างงดงามทอดลงสู่แม่น้ำคงคา ที่ปลายบันได ผู้ศรัทธาชำระล้างบาปในกระแสน้ำขุ่นมัว ดื่มและอาบน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรียจากอุจจาระสูงกว่าระดับปลอดภัยหลายร้อยเท่า นักแสวงบุญปีละหลายหมื่นคนเดินทางเพื่อมาตายและได้รับการเผาที่ท่าน้ำดังกล่าว การได้รับการเผาในพาราณสีเป็นหนทางที่มั่นใจได้มากที่สุดว่าจะบรรลุโมกษะ หรือหลุดพ้นจากสังสารวัฏอันเป็นทุกข์

พอล ซาโลเพก ผู้เขียน แจวเรือตรงช่วงหนึ่งของแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี นครศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาฮินดู แม้สายน้ำขุ่นมัวสายนี้จะมีเถ้ากระดูกของคนที่ถูกนำร่างมาเผาที่นี่ราวปีละ 30,000 ราย ผู้ศรัทธายังเชื่อว่า แม่น้ำคงคาบริสุทธิ์พอที่จะดื่มได้

ผมนั่งมองทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่พวงมาลัยดอกดาวเรืองสีสดไปจนถึงอุจจาระ ที่มนุษย์ผสมลงไปในแม่น้ำคงคา แม่น้ำช่วงนี้สีดำมืดด้วยเถ้ากระดูก เป็นลำน้ำที่ตัวมันเองก็ยากยิ่งที่จะชำระให้บริสุทธิ์ ยามรุ่งสาง นกนางแอ่นบินฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าสีทองแดง ผมคิดคำนึงถึงความตายและศึกสงครามในชีวิตผม พาราณสีเป็นเมืองที่เหมาะจะมานั่งตรึกตรองถึงการสร้างหรือการทำลายล้างโลก หรือจะให้ดีกว่านั้นคือลุกขึ้นแล้วเดินต่อไป


ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีดโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนสิงหาคม 2563 

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/508393

เรื่องแนะนำ

เมื่อชาว แม่แจ่ม เปลี่ยนเขาหัวโล้นจากไร่ข้าวโพด เป็นผืนป่าและสวนวนเกษตรด้วย ‘ต้นไผ่’

แม่แจ่ม โมเดลพลัส โมเดลแก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินบนดอย แม่แจ่ม ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด คืนพื้นที่ป่าและสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จากการปลูกพืชทดแทน ซึ่งในระยะแรกจะใช้ ‘ต้นไผ่’ เป็นไม้เบิกนำ ในอดีตพื้นที่อำเภอ แม่แจ่ม คือผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ สมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ จากการไหลผ่านของแม่น้ำ แม่แจ่ม จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น แม่แจ่ม มีพื้นที่ภูเขาอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเพียงพื้นที่ส่วนบนและล่างเท่านั้นที่มีน้ำอุดม ส่วนบริเวณตอนกลางที่เป็นภูเขา น้ำเข้าไปไม่ถึง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มซึ่งโดยพื้นฐานจัดเป็นป่าลุ่มน้ำ ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2556 อำเภอแม่แจ่มมีผลผลิตข้าวโพดรวมกว่า 100,000 ตัน กินพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 150,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ในช่วง 10 ปีเดียวกันนี้เองที่หมอกควันจากการเผาซากไร่ในแม่แจ่ม อำเภอใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหมอกควันจากไฟป่าในฤดูร้อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจึงพุ่งเป้ามากล่าวโทษชาวไร่บนดอยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามีรากลึกกว่าแค่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาเหล่านั้นคืออะไร และหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่หน้าตาเป็นแบบไหน ถ้าพร้อมแล้ว […]

ชีวิตกลางดงไฟและแก๊สพิษ ของคนงานเหมือง กำมะถัน คาวาอีเจียน

นับจากอดีต มนุษย์ประดิษฐ์ล้อเพื่อช่วยในการขนส่ง ทว่าในคาวาอีเจียน คนงานเหมือง กำมะถัน ยังคงพึ่งพาสองบ่าของตนเอง… อากาศเช้านี้สดใสพอสมควร เหมาะแก่การไปเยือนคาวาอีเจียน (Kawah Ijen) ณ เวลานี้ เรามองเห็นปล่องภูเขาไฟได้อย่างแจ่มชัด มวลควันอวลกลิ่น กำมะถัน ที่ปกคลุมหาได้บดบังความงามของทัศนียภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้มาเยือน อันที่จริงทะเลสาบสีฟ้าสดเหนือปากปล่องบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย ไกลออกไป แคลดีรา (caldera) หรือแอ่งภูเขาไฟขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา แอ่งภูเขาไฟและทะเลสาบที่งดงามจนทำให้ใครหลายคนแทบลืมหายใจนี้ก่อตัวขึ้นจากการปะทุครั้งใหญ่ในสมัยไพลสโตซีน ก่อนหน้านี้มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาไฟอีเจียนอันเก่าแก่และสูงเสียดฟ้าด้วยความสูงกว่า 3,500 เมตร ทุกวันนี้ภูเขาไฟเก่าแก่ลูกนี้ก็ยังมีพลังอยู่ ทำให้คาวาอีเจียนเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่มีฤทธิ์เป็นกรดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คาวาอีเจียนตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเกาะชวาอินโดนีเซีย ประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยภูเขาไฟมีพลังมากกว่า 100 ลูกกระจายอยู่ตามเกาะสำคัญต่าง ๆ นักเดินทางสามารถมาเยือนคาวาอีเจียนได้จากเมืองบอนโดโวโซ (Bondowoso) หรือบันยูวังกี (Banyuwangi) ในชวาตะวันออก แต่ส่วนใหญ่มักเลือกเส้นทางจากทางบอนโดโวโซ เพราะถนนหนทางสะดวกกว่า และยังเห็นทัศนียภาพของแอ่งภูเขาไฟได้ตลอดทางจนถึงเบสแคมป์ อีเจียน (Ijen) ตามรูปศัพท์มีความหมายว่า สงบวิเวกกระนั้น ภูเขาไฟลูกนี้หาได้อยู่เพียงลำพังหรือโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะ ณ ปากปล่องภูเขาไฟยังมีผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงปากท้อง พวกเขาคือคนงานเหมืองกำมะถันผู้เริ่มต้นชีวิตที่นี่ตั้งแต่รุ่งสาง รถบรรทุกคันแรกมาถึงเบสแคมป์พร้อมคนงานเหมืองหลายสิบคนจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป พวกเขากระโดดลงจากรถอย่างกระปรี้กระเปร่า เป็นสัญญาณว่าพร้อมเริ่มงาน แต่ละคนเร่งรุดไปยังเพิงพักเพื่อหยิบตะกร้า ก่อนเดินเรียงแถวมุ่งหน้าสู่ปล่องภูเขาไฟ คนงานบางคนคุยกันไปพลาง […]

แผนที่ช่วยปกป้องดินแดนของชนพื้นเมืองได้อย่างไร?

ด้วยความช่วยเหลือจากนักทำแผนที่ เส้นสายเรียบง่ายกำหนดดินแดนของชนพื้นเมืองเหล่านี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นแผนที่สมัยใหม่ เพื่อใช้ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มุ่งหวังใช้ทรัพยากรบนพื้นที่ของพวกเขา

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]