น้ำ อยู่ทุกหนแห่ง แต่ทุกที่ขาดน้ำ : เรื่องราววิกฤติของสถานการณ์น้ำในอินเดีย

วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน

ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง

เรื่อง พอล ซาโลเพก
ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์

ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม น้ำทิ้งจากชุมชนในเมือง และน้ำระบายจากการเกษตร ทำให้ระบบแม่น้ำทั้งหมดเป็นพิษ รวมแล้วมีประชากรทั้งสิ้นราว 600 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากน้ำสะอาดเพียงพอ

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
ชายคนหนึ่งลงไปอาบน้ำชำระบาปในแม่น้ำคงคา ท่ามกลางเศษเศษดาวเรืองที่ใช้บวงสรวง ขยะพลาสติก และมูลฝอยจากอุจจาระ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและแหล่งทรัพยากรสำคัญของพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น แต่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานสายนี้ เป็นแม่น้ำที่มีมลพิษสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก

ผมเดินเท้าตัดข้ามที่ราบลุ่มแม่น้ำต่างๆทางตอนเหนือของอินเดียอยู่เกือบหนึ่งปีครึ่ง ย่ำเท้าไปบนสะพานลอยคอนกรีตข้ามทางหลวง เดินข้ามสะพานทางรถไฟ นั่งบนเป้ในเรือแคนูโคลงเคลง ล่องไปตามแม่น้ำสายแล้วสายเล่า มีแม่น้ำอยู่หลายร้อยสาย ทุกสายล้วนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือกระทั่งเป็นเทพตามความเชื่อในศาสนาฮินดู อนาคตของอินเดียจะถูกลิขิตด้วยกระแสน้ำขุ่นของแม่น้ำเหล่านี้

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
บ้านเรือน วัดวา และตรอกซอกซอยในย่านเมืองเก่าของพาราณสีถูกรื้อถอนตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม ซึ่งจะช่วยให้นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวเข้าถึงแม่น้ำคงคาได้ง่ายขึ้น คนงานทุบตึกด้วยอีเต้อและค้อนปอนด์ แลกกับค่าจ้างน้อยนิด รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยให้ผู้อยู่อาศัยเดิมที่ถูกเวนคืน

สินธุ: มหานทีแห่งมวลมหานที

แม่น้ำสินธุอันเกรียงไกรที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งในทิเบต มีลุ่มน้ำแผ่ปกคลุมพื้นที่กว่าหนึ่งล้านตารางกิโลเมตร สายน้ำที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมโบราณ เส้นชีวิตสองสัญชาติสำหรับเกษตรกรหลายล้านคนในอินเดียและปากีสถาน เราจะหาพบได้ที่ไหน

ผมเข้าร่วมกับอารตี กุมาร-ราว ช่างภาพสิ่งแวดล้อม ย่ำเดินด้วยกันอย่างเชื่องช้าไปตามถนนสายเล็กสายน้อย ทางตอนใต้ของเมืองอมฤตสาร์ ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียมีลำน้ำสาขาสายใหญ่ๆในเครือข่ายคดเคี้ยวของแม่น้ำสินธุพาดผ่านอยู่ห้าสาย ได้แก่ เฌลัม เจนาบ ราวี บีอาส และสัตเลจ เราออกค้นหาแม่น้ำบีอาส หลงทางกันตั้งแต่ยังไม่ถึงไหน

ทุกวันอากาศร้อนแผดเผา เราเดินเหงื่อโทรมลัดเลาะจัตุรัสแปลงข้าวสาลีไปอย่างไม่สิ้นสุด ผ่านวัดสิขประดับยอดด้วยโดมโล่งโปร่งสีขาว เหล่าอาสาสมัครแจกอาหารเรียบง่ายที่ประกอบด้วยถั่วดาลและข้าวให้แก่ผู้ผ่านทางทุกคน หลบหลีกทัพรถแทรกเตอร์เสียงดังกระหึ่ม แต่ละคันเปิดเพลงป็อปภาษาปัญจาบแผดใส่ท้องฟ้าผ่านทางลำโพงผูกกับที่นั่งคนขับ

แม่น้ำ, น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
พวกผู้หญิงออกแรงดึงเชือกเพื่อตักน้ำสูงค่าจากบ่อแห่งหนึ่งในเมืองโทนครา รัฐราชสถาน ซึ่งเป็นทะเลทราย บ่อน้ำเช่นนี้สร้างขึ้นแทนที่บ่อน้ำขั้นบันไดแบบโบราณ ซึ่งพวกผู้หญิงต้องเดินลงบันไดหลายร้อยขั้นเพื่อตักน้ำบาดาลที่ก้นบ่อ

แล้วผมก็เริ่มตระหนักได้ทีละน้อย เราพบแม่น้ำสินธุตั้งนานแล้ว! หลายวันหรือหลายสัปดาห์แล้วที่เราเดินอยู่ในแม่น้ำที่แผ่กระจาย กระแสน้ำสินธุถูกผัน สูบออก ส่งเข้าร่องชักน้ำ กระจายออก แยกเข้าสู่ลำคลอง ท่อส่งน้ำ ฝาย และร่องคูนับไม่ถ้วน ระบบโครงข่ายซับซ้อนที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้เปลี่ยนโฉมเครือข่ายลำน้ำสาขาของสินธุให้กลายเป็นเกือบไร้ตัวตนในฐานะองค์ประกอบสำคัญทางภูมิศาสตร์ ทุกรวงข้าวสาลีสุกงอมในจำนวนนับพันล้านรวงของปัญจาบมีน้ำจากลุ่มน้ำสินธุอยู่หยาดหยดหนึ่ง

อินเดียเป็นนักรบรุ่นแรกในการปฏิวัติเขียว เมล็ดพันธุ์ให้ผลผลิตสูง ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง รถแทรกเตอร์และเครื่องสูบน้ำติดเครื่องยนต์ ช่วยให้เพิ่มปริมาณผลผลิตได้อย่างมหาศาลมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จากที่เคยถูกใช้เป็นตัวอย่างประชาสัมพันธ์ความอดอยาก ทุกวันนี้ อินเดียหาเลี้ยงปากท้องตัวเองได้เป็นอย่างดี เกษตรกรของประเทศนี้ส่งออกธัญพืชกับผลไม้ปริมาณมหาศาลไปขายทั่วโลก แต่ชัยชนะเหนือความหิวโหยอันน่าทึ่งนี้มีราคาต้องจ่ายสูงลิบ สารเคมีเพื่อการเกษตรทำให้ชั้นหินอุ้มน้ำของแม่น้ำสินธุปนเปื้อนมลพิษ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีส่วนก่อให้เกิดพื้นที่ที่พบการกระจายโรคอย่างมะเร็งในระดับสูง แล้ววันเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการเก็บเกี่ยวอย่างไม่ยั่งยืนตลอดหลายทศวรรษก็มาถึง นั่นคือ การลดลงอย่างฮวบฮาบของน้ำใต้ดินที่มีปริมาณจำกัด การทำไร่ในปัญจาบกลายเป็นเรื่องเสี่ยง ประชาชนนับล้านกำลังหนีไปที่อื่น โดยอพยพไปอยู่ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และที่อื่นๆ

แม่น้ำ, สายน้ำ, แม่น้ำคงคา, คงคา, อินเดีย
พิธีกุมภ์เมลาซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวฮินดู ดึงดูดนักแสวงบุญมายังสถานที่ประกอบพิธีในแม่น้ำหนึ่งในสี่แห่งของอินเดียทุกๆ สามปี เมื่อปี 2019 ฝูงชนมาประกอบพิธีที่เมืองปรายาคราช (อัลลาฮาบาด) ณ จุดบรรจบของแม่น้ำคงคากับแม่น้ำยมุนา ประชาชนนับหมื่นคนมารวมตัวกันบนสะพานชั่วคราวที่ทอดข้ามแม่น้ำคงคาตลอดทั้งวันทั้งคืน

คงคา: แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์

ผมเดินเลาะตลิ่ง แม่คงคา ไปจนกระทั่งลำน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำหักโค้งไปทางทิศเหนือเหมือนใบมีดเหล็กกล้าแวววาวตัดผ่านที่ราบสีเหลืองของเมืองพาราณสี นครศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาฮินดูจมอยู่ในหมอกฝุ่นจากอิฐ คนงานนับพันคนทุบทลายกำแพงย่านเมืองเก่าของพาราณสีด้วยค้อนปอนด์และอีเต้อ รื้อถอนตรอกโบราณและอาคารทรุดเอียงตามแผนปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงามขึ้น ผู้อยู่อาศัยเดิมถูกไล่ที่ รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้พวกเขา ไม่กี่คนดูมีความสุข การเกิดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย

พาราณสีมีชื่อเรียกในหมู่ชาวฮินดูผู้เปี่ยมศรัทธาว่า กาศี หรือสถานที่ “ซึ่งดวงประทีปแห่งพระผู้เป็นเจ้าส่องสกาว” ท่าน้ำหรือฆาต 88 แห่งของนครศักดิ์สิทธิ์นี้มีบันไดหินสึกกร่อนอย่างงดงามทอดลงสู่แม่น้ำคงคา ที่ปลายบันได ผู้ศรัทธาชำระล้างบาปในกระแสน้ำขุ่นมัว ดื่มและอาบน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรียจากอุจจาระสูงกว่าระดับปลอดภัยหลายร้อยเท่า นักแสวงบุญปีละหลายหมื่นคนเดินทางเพื่อมาตายและได้รับการเผาที่ท่าน้ำดังกล่าว การได้รับการเผาในพาราณสีเป็นหนทางที่มั่นใจได้มากที่สุดว่าจะบรรลุโมกษะ หรือหลุดพ้นจากสังสารวัฏอันเป็นทุกข์

พอล ซาโลเพก ผู้เขียน แจวเรือตรงช่วงหนึ่งของแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี นครศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาฮินดู แม้สายน้ำขุ่นมัวสายนี้จะมีเถ้ากระดูกของคนที่ถูกนำร่างมาเผาที่นี่ราวปีละ 30,000 ราย ผู้ศรัทธายังเชื่อว่า แม่น้ำคงคาบริสุทธิ์พอที่จะดื่มได้

ผมนั่งมองทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่พวงมาลัยดอกดาวเรืองสีสดไปจนถึงอุจจาระ ที่มนุษย์ผสมลงไปในแม่น้ำคงคา แม่น้ำช่วงนี้สีดำมืดด้วยเถ้ากระดูก เป็นลำน้ำที่ตัวมันเองก็ยากยิ่งที่จะชำระให้บริสุทธิ์ ยามรุ่งสาง นกนางแอ่นบินฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าสีทองแดง ผมคิดคำนึงถึงความตายและศึกสงครามในชีวิตผม พาราณสีเป็นเมืองที่เหมาะจะมานั่งตรึกตรองถึงการสร้างหรือการทำลายล้างโลก หรือจะให้ดีกว่านั้นคือลุกขึ้นแล้วเดินต่อไป


ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีดโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนสิงหาคม 2563 

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/508393

เรื่องแนะนำ

รถยนต์ไฟฟ้า – รวมคำถามที่ต้องสนใจก่อนตัดสินใจใช้งาน

รถยนต์ไฟฟ้า กับกระแสยอดจองภายในงานเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 10% บ่งบอกความสนใจในยนตกรรมแห่งอนาคต ในแวดวงยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นที่จับตามองมาตลอดในฐานะผู้เล่นรายใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนรถยนต์เครื่องสันดาปแบบเดิม โดยเฉพาะแง่มุมของการอนุรักษ์พลังงาน และนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมที่เติบโตแบบก้าวกระโดด สำหรับในประเทศไทยเอง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปีนี้เป็นปีทองของแวดวงรถยนต์ไฟฟ้า เห็นได้จากกระแสยอดจองรวมในงานมอเตอร์โชว์ปี 2565 จำนวน 33,936 คัน ที่เพิ่มขึ้นคิดเป็น 10% ซึ่งเหตุผลมาจากหลายประการรวมกัน ทั้งเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นรายวัน การตื่นตัวของระบบสาธารณูปโภคสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งจากภาครัฐและเอกชน สมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน และเหตุผลที่สำคัญคือ ความเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนต้องรีบร่วมมือกันแก้ไข รถยนต์ไฟฟ้าจึงกลายมาเป็นตัวเลือกใหม่ของผู้บริโภครถยนต์ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ หากแต่ยังมีหลายคำถามข้องใจเกี่ยวกับรถไฟฟ้า ซึ่งคำถามเหล่านี้ หลายคำถามเป็นเรื่องราวเบสิกทั่วไป แต่สะท้อนได้ถึงมุมมองและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความใส่ใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 01 รถยนต์ไฟฟ้ารักโลกจริงไหม? เรื่องที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ากับการรักโลก คือเรื่องการใช้พลังงานจากกระแสไฟฟ้า ซึ่งมั่นคงกว่าจากน้ำมันที่มีแต่จะลดน้อยลงไป ไปจนถึงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ ที่ต่างจากเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิมที่จะต้องเครื่องยนต์จะต้องเผาไหม้ และระบายออกเป็นไอเสีย นำไปสู่มลภาวะทางอากาศ ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นของแหล่งพลังงานไฟฟ้า หลายประเทศในยุโรปเริ่มใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ และลม ผสมผสานกับการใช้ถ่านหินแบบดั้งเดิมเพื่อให้มีกำลังการผลิตเพียงพอสำหรับการใช้งานไฟฟ้าภายในประเทศ แม้ในปัจจุบัน การผลิตไฟฟ้าอาจจะยังไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบเต็มร้อย หากแต่การใช้รถยนต์จากพลังงานก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นอันดีในการช่วยลดการใช้พลังงานจากน้ำมันของเครื่องยนต์เอง ในส่วนของการปลดปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ มลภาวะที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจึงเกือบเท่ากับศูนย์ ซึ่งตัวแบตเตอรี่ รวมถึงของเหลวที่ใช้กับระบบเครื่องยนต์ อย่างน้ำมันเครื่อง […]

มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย กับก้าวที่เริ่มต้นในประเทศไทย

หลังจากมีเสียงเรียกร้องมาจากทุกภาคส่วน ประเทศไทยได้เริ่มมีมาตรการลดใช้ ถุงพลาสติก อย่างจริงจังจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และนี่คือกรณีศึกษาจุดเริ่มต้นการลดพลาสติกจากหลายประเทศในเอเชีย แม้ครั้งหนึ่งในอดีต พลาสติกเปรียบเหมือนวัสดุสังเคราะห์จากฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์อันล้ำค่าที่นำพาความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ แต่ไม่กี่ทศวรรษให้หลัง ชาวโลกต่างเห็นต้องกันว่า พลาสติกส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าที่เราจินตนาการไว้ มาตรการงดใช้พลาสติก กลายเป็นกระแสและกำลังส่งแรงกระเพื่อมในสังคมโลก เนื่องจากชาวโลกกำลังเห็นผลกระทบของจากใช้ถุงพลาสติกที่มากเกินไป จนส่งผลให้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ ทะเล และบรรดาสัตว์ ได้รับผลกระทบจากพลาสติกที่พวกมันไม่ได้ก่อขึ้น ดังที่ปรากฎให้เห็นในหน้าสื่ออยู่หลายกรณี มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย ในส่วนของประเทศไทย กระบวนการงดใช้พลาสติกกำลังเริ่มต้นอย่างจริงจังในปีนี้ แม้จะเป็นการออกตัวที่ช้าไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทวีปเอเชียหลายประเทศ ที่เล็งเห็นผลกระทบจากวัสดุสังเคราะห์นี้มาเนิ่นนานแล้ว แต่สิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการเริ่มต้นไปสู่เป้าหมายของโลกที่ไร้พลาสติก อันจะส่งผลดีต่อธรรมชาติและสัตว์ร่วมโลก นี่คือเรื่องราวของวัฒนธรรมการงดใช้ถุงพลาสติกที่โดดเด่นทั่วเอเชีย ซึ่งเราต้องการนำเสนอเพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมองว่า มาตรการลดพลาสติกในประเทศ สามารถประสบความสำเร็จได้ บังกลาเทศ บังกลาเทศเป็นประเทศแรกในโลกที่ตั้งมาตรการเกี่ยวกับการห้ามใช้พลาสติก โดยในปี 2002 บังกลาเทศประกาศห้ามใช้พลาสติกที่มีขนาดบาง เนื่องจากพบว่ามันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ท่อระบายน้ำของประเทศอุดตัน จนทำให้เกิดน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ แม้จุดเริ่มต้นเกิดจากการประสบภัยที่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่การเป็นประเทศแรกที่ประกาศห้ามใช้พลาสติก ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและออสเตรเลียออกกฎหมายในแบบเดียวกัน และตอนนี้ ในเมืองหลวงของบังกลาเทศก็ไม่มีการแจกถุงพลาสติกโพลิธีน (Polythene) ตามร้านค้าแล้ว กัมพูชา กัมพูชาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีมาตรการเกี่ยวกับถุงพลาสติกโดยการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาเก็ตเพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ และรัฐบาลมีแผนว่าจะห้ามการนำเข้า ผลิต หรือแจกจ่ายถุงพลาสติกที่มีขนาดบางกว่า 0.03 มิลลิเมตรและมีขนาดกว้างไม่ถึง 30 เซนติเมตร และมีแผนลดการใช้ถุงพลาสติกให้ได้ร้อยละ […]

หายนะโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริซเซีย ในยูเครน – ทางออกคือยุติสงคราม

บทวิเคราะห์ล่าสุดของกรีนพีซว่าด้วยหายนะภัยจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย (Zaporizzhia) ในยูเครน – ทางออกเดียวคือยุติสงครามทันที อัมสเตอร์ดัม – การรุกรานยูเครนโดยกองทัพของวลาดิมีร์ ปูติน ก่อให้เกิดภัยคุกคามทางนิวเคลียร์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ 15 เครื่องรวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปของยูเครนนั้นเสี่ยงต่อการเกิดหายนะ ซึ่งอาจทำให้ภูมิภาคอันกว้างใหญ่ของทวีปยุโรป รวมถึงรัสเซีย ไม่อาจอยู่อาศัยได้นับทศวรรษ จากการวิเคราะห์ล่าสุดของกรีนพีซ [1] โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ผลิตไฟฟ้า 19% ให้แก่ยูเครนในปี 2563 และเป็นพื้นที่ที่มีกองทหารและยุทโธปกรณ์ของรัสเซียอยู่ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร [2] ประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ 6 เครื่องและบ่อน้ำหล่อเย็น 6 แห่งที่หล่อเย็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์กัมมันตภาพรังสีสูงหลายร้อยตัน ปัจจุบัน มีเตาปฏิกรณ์ที่ทำงาน 3 เครื่อง และอีก 3 เครื่องหยุดทำงานนับตั้งแต่เริ่มสงคราม งานวิจัยที่รวบรวมโดยผู้เชี่ยวชาญของกรีนพีซสากลสรุปว่า ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากสงคราม ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากมีการระเบิดที่ทำลายอาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และระบบหล่อเย็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ สารกัมมันตภาพรังสีจากทั้งแกนเตาปฏิกรณ์และและบ่อน้ำหล่อเย็นที่เก็บแท่งเชื้อเพลิงที่ใช้แล้ว จะรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศและสร้างหายนะที่เลวร้ายยิ่งกว่าภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ที่เกิดขึ้นในปี 2554 กระทบพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตรจากจุดที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และอาจมีรังสีปนเปื้อนได้นานถึงหลายทศวรรษ แม้ว่าจะไม่มีความเสียหายโดยตรงต่อโรงไฟฟ้า แต่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้องพึ่งพาทั้งไฟฟ้า จากโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อหล่อเย็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว ความพร้อมของช่างเทคนิคและบุคลากรด้านนิวเคลียร์ และการเข้าถึงอุปกรณ์และการขนส่ง Jan Vande Putte ผู้ร่วมทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ [3] กล่าวว่า “ความน่ากลัวอีกอย่างหนึ่งที่นอกเหนือจากสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ […]

เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 Gogoro สตาร์ทอัพ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แทนจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการสร้างสถานีสลับแบตเตอรี เกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไต้หวันมีประชากรเพียง 23 ล้านคน ในขณะที่มีจำนวนสกู๊ตเตอร์ทั่วประเทศอยู่ถึง 14 ล้านคัน เท่ากับว่าในประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ สกู๊ตเตอร์คือมอเตอร์ไซต์ขนาดเบา ที่มีล้อเล็ก ทำให้สามารถใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามอเตอร์ไซต์ขนาดปกติ แต่อย่างไรก็ตามสกู๊ตเตอร์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันปิโตรเลียม เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ต่างกัน ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ระบุออกมานานนับศตวรรษแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิอากาศโลก ด้วยการเข้าไปปกคลุมชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงโลกขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ความเลวร้ายทางสภาพอากาศล่าสุดที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งทำความรู้จักและตระหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบคมนาคมเช่นกัน ดังนั้นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 14 เท่าอย่างไต้หวัน แต่มีจำนวนจักรยานยนต์น้อยกว่าเพียงไม่กี่ล้านคัน (ประเทศไทยมีจำนวนจักรยานประมาณ 20 ล้านคัน) จึงประสบปัญหาภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่ามลพิษ PM 2.5 ของไต้หวันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากจักรยานยนต์ แม้โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์และประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ก็ปล่อยไฮโดรคาร์บอนมากกว่าซึ่งจะสร้างหมอกควันไนโตรเจนออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่นั่นคืออดีต… […]