สายธารสีเขียวในคนรุ่นใหม่ - National Geographic Thailand

สายธารสีเขียวในคนรุ่นใหม่

ภายหลังการเสียชีวิต เรื่องราวของสืบ นาคะเสถียร ในฐานะที่เป็นนักอนุรักษ์ผู้ประกาศตนพูดแทนสัตว์ป่าและข้าราชการกรมป่าไม้ที่ซื่อสัตย์ เสียสละ และต่อสู้เพื่อสวัสดิภาพและสวัสดิการของลูกน้องผู้พิทักษ์ป่า ได้รับการบอกเล่าอย่างหนักแน่นทรงพลังผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความน่าเชื่อถืออย่างนิตยสาร สารคดี ซึ่งมีวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เป็นบรรณาธิการบริหารและนักเขียนแทบจะทันที

นอกเหนือจากความจริงที่ว่า ความตายของสืบ นาคะเสถียร เป็นโศกนาฏกรรมที่ทำให้สังคมไทยสะเทือนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวพันกับการปกป้องป่าผืนสำคัญของประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่วันชัยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทั้งยังเป็นเลขาธิการของมูลนิธิฯ นานแปดปีด้วยนั้น ทำให้นิตยสารดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวของทั้งสืบ ห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยผลิตพ็อกเก็ตบุ๊กว่าด้วยชีวิตและความตายของสืบ นาคะเสถียร จากข้อเขียนของวันชัยซึ่งพิมพ์ออกมาหลายหมื่นเล่ม

พูดได้ว่าเรื่องราวของสืบ นาคะเสถียร ลงหลักปักฐานในสังคมด้วยสารคดีโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเองก็จัดงานรำลึกสืบ นาคะเสถียร ในวันที่ 1 กันยายน ของทุกปี มีคอนเสิร์ตและจำหน่ายเสื้อยืด สมุดบันทึก โปสเตอร์ที่เผยแพร่แนวคิดของสืบออกมาจำนวนหลายพันชิ้นในแต่ละปี

ความตายครั้งนั้นเปิดโลกแห่งความเข้าใจป่า สัตว์ป่า ธรรมชาติ และผลกระทบของโครงการพัฒนาใหญ่ใจกลางป่า มากพอ ๆ กับสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ในยุคนั้นได้เข้าร่วมทำงานอนุรักษ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งตัวผมเองด้วยเช่นกัน

ผ่านไป 30 ปี เมื่อวิกฤติทางสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่แต่เรื่องการสร้างเขื่อน การบุกรุกทำลายป่า หรือการขาดความรู้ด้านระบบนิเวศ แต่ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับชุมชนจนถึงระดับโลก อย่างไม่มีขอบเขตอีกต่อไป การเข้าถึงข้อมูลและตระหนักรู้ถึงวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ ทำให้ผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมใน พ.ศ. นี้ หาใช่ผู้นำประเทศไหนหรือองค์การระหว่างประเทศใด แต่กลับเป็นเยาวชนอย่างเกรียตา ทุนแบร์ย และผองเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันทั่วโลก

ในบ้านเรา คนรุ่นใหม่วัย 20 ต้น ๆ เลยไปจนถึง 30 กลาง ๆ ต่างลุกขึ้นมาทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในองค์กรไม่แสวงหากำไร หรือทำธุรกิจเพื่อสังคม จำนวนไม่น้อยรู้จักเรื่องราวของสืบ นาคะเสถียร และได้แรงบันดาลใจหรือมองเห็นการประยุกต์เทคนิควิธีการทำงานอนุรักษ์ตามแบบอย่างของเขา

อรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิชาการของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิชาการของมูลนิธิในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เธอประทับใจสืบตั้งแต่เด็ก ๆ จากการได้ดูสารคดีตอนที่สืบช่วยชีวิตสัตว์ป่าในรายการ ส่องโลก ที่ออกอากาศซํ้าทุกปี อรยุพากล่าวว่า “ยิ่งได้มีโอกาสฟังเรื่องราวจากคนใกล้ชิดที่รู้จักเขา ก็ยิ่งศรัทธา ทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ ความอดทน ความเสียสละ และการเอาใจใส่ลูกน้อง ความเอาจริงเอาจังในงานวิชาการ การคัดค้านโครงการที่จะสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ สัตว์ป่า หรือแม้แต่การสร้างคนอนุรักษ์รุ่นใหม่ให้เข้าใจธรรมชาติผ่านการบรรยายตามโรงเรียน” อรยุพายึดถือสืบเป็นแบบอย่างในการทำงาน “แม้จะไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของความเสียสละแต่เราก็จะพยายามให้เต็มที่ที่สุดค่ะ”

ส่วนเจ้าหน้าที่น้องใหม่ของมูลนิธิอย่างภูริช วรรธโนรมณ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บอกว่า สืบเป็นไอคอนของการอนุรักษ์ ที่แม้เขาจะ “เกิดไม่ทันยุคคุณสืบทำงาน แต่ก็ได้อ่านประวัติ ได้ศึกษา ได้เห็นการทำงานของคุณสืบ” แต่ชีวิตของสืบ “เหมือนเป็นการจุดไฟการทำงานอนุรักษ์ให้กระจายออกไป เกิดเป็นกระแสสังคมได้” ภูริชกล่าว

แต่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรไม่ได้เป็นเพียงองค์กรเดียวที่เปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานอนุรักษ์ธรรมชาติ มีหนุ่มสาวอีกมากมายที่ก่อตั้งกลุ่มอิสระขนาดเล็กและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของตนเอง

โชคนิธิ คงชุ่ม หรือ “เก่ง กลุ่มใบไม้” ผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่มใบไม้ บอกผมว่า ความศรัทธาในตัวสืบ นาคะเสถียร เริ่มต้นจากบทเพลง “สืบทอดเจตนา” (2533) ของคาราบาว จนเขาต้องขวนขวายค้นคว้าประวัติชีวิตและการทำงานของสืบที่ทั้งสะเทือนใจและตื่นเต้น “แต่พอโตขึ้นมาก็เริ่มสนใจวิธีการทำงานที่ใส่ใจทุกรายละเอียดและใช้หลายศาสตร์เข้ามาทำงานอนุรักษ์” โชคนิธิกล่าวและเสริมว่า “ผมเห็นคุณสืบเป็นนักวิชาการสัตว์ป่าที่ใช้ฐานคิดทางวิทยาศาสตร์ในการทำงาน ใช้ศิลปะในการสื่อสาร เช่น งานเขียน บทกลอน ภาพวาดลายเส้น และภาพถ่ายเห็นคุณสืบเป็นนักพูด นักบรรยาย ตระเวนออกไปตามโรงเรียนรอบป่าเพื่อสร้างความเข้าใจต่อผู้คน ไปจนถึงการทำงานวิชาการเพื่อเสนอเรื่องมรดกโลก”

โชคนิธิเห็นว่าทั้งหมดนั้นบันดาลใจก็จริง แต่ “เราน่าจะมองว่า คุณสืบมีวิธีคิดในการทำงานอย่างไรบ้าง และนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอด พัฒนาเลือกใช้ มากกว่าการมองเชิงอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว” ซึ่งเป็นสิ่งที่รุจิระ มหาพรหม นักวิจัยสัตว์ป่ารุ่นใหม่ที่กำลังทำวิจัยปริญญาเอกเรื่องเสือปลา คิดเหมือนกัน “พี่สืบพยายามอย่างมากที่จะใช้หลายศาสตร์เข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการป่าไม้ สัตว์ป่า แกไม่ได้มองเรื่องงานอนุรักษ์อย่างเดียว แต่พยายามศึกษาทางออกอื่น ๆ ด้วย”

แต่สืบไม่ได้เป็นแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่อยู่แต่ในแวดวงวิจัยและอนุรักษ์สายตรงเท่านั้น สุภัชญา เตชะชูเชิด หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจยั่งยืนอย่าง Refill Station ก็มีสืบเป็น “แรงใจยามที่เจอโจทย์ยาก ๆ เพราะอาสืบเป็นคนที่ทำมากกว่าเรา เหนื่อยกว่าเรา” เธอบอกว่า “เราเกิดมาก็เป็นช่วงที่อาสืบเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องของอาสืบยังถูกเล่าอยู่ในทุกค่ายสิ่งแวดล้อม”

ตั้งแต่ 30 ปีก่อน ชีวิต การทำงาน และความตายของสืบ นาคะเสถียร ถูกถ่ายทอดต่อกันมาในรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย ผ่านวิธีพื้นฐานที่สุดอย่างเรื่องเล่าในค่ายสิ่งแวดล้อมที่มีเพียงนักเรียนนักศึกษาไม่กี่คนรับฟังหรือถูกกระจายออกไปสู่มวลชนนับล้านทางโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ หรือแม้แต่บทเพลงเพื่อชีวิตทั้งกระแสหลักและกระแสรอง รวมทั้งบทความ บทกวี ภาพถ่าย โปสเตอร์ และเสื้อยืดนับพันนับหมื่นตัวด้วย

ไม่น่าแปลกใจที่ครั้งหนึ่งเมื่อมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศในรอบ 50 ปี ปรากฏว่าสืบ นาคะเสถียร เป็นสามัญชนที่สังคมเสียดายต่อการจากไปมากที่สุดเป็นอันดับสอง (อันดับหนึ่งคือหลวงปู่แหวน สุจิณโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่)

เช่นเดียวกัน เรื่องเล่าของสืบและการรำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร ในปีนี้ ก็จะยังคงถูกเล่าผ่านสื่อดั้งเดิมอย่างนิตยสาร เช่น สารคดี และ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เล่มนี้และในสื่อใหม่ทางออนไลน์อีกหลายสำนัก แม้แต่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเองก็มี “Seub Channel” ที่นำเสนอคลิปวิดีโอในยูทูบและรายการในพอดแคสต์ เพื่อเผยแพร่ความคิดและอุดมการณ์ของสืบ นาคะเสถียร ต่อไปให้สมสมัย

สองปีก่อน ในปาฐกถางานรำลึก 28 ปีแห่งการจากไปของสืบ นาคะเสถียร ศศิน เฉลิมลาภ กล่าวไว้ว่า “ในระดับโลก การอนุรักษ์ไม่ได้หมายความอื่นใด นอกจากการเลือกที่จะลงมือทำ เลือกที่รักษาบางสิ่งเอาไว้ และแลกมาด้วยการทำงานหนักของนักอนุรักษ์ เราหยุดการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสมดุลของระบบนิเวศทั้งในปัจจุบันและอนาคตไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างผู้คนในฝ่ายอนุรักษ์ให้เกิดขึ้น ในทุก ๆ ระดับได้ ตั้งแต่อาสาสมัครพิทักษ์ธรรมชาติในหมู่บ้านสักแห่ง ไปจนถึงคนระดับประธานาธิบดีอย่างแอมานุแอล มาครง และอดีตรองประธานาธิบดีอย่างอัล กอร์ เราหวังเพียงว่าการทำงานของเราจะช่วยหน่วงการทำลายไว้ให้ทันหัวใจที่อยากจะเปลี่ยนแปลงโลกได้สักวัน”

จนถึงวันนี้ ก็ยังมีคนรุ่นใหม่มากมายที่รู้จักสืบ นาคะเสถียร และสืบทอดเจตนาของเขาด้วยการทำงานตามเส้นทางของตัวเอง สายธารของเจตนา ความมุ่งมั่น ความคิด และการทำงานของสืบยังไหลริน และไม่เพียงจะยังไม่ล้าสมัย แต่ยังมีที่ทางในวัฒนธรรมกระแสหลัก และกำลังไหลเคลื่อนไปสู่อนาคตข้างหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ในยุคสมัยที่งานอนุรักษ์ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป

แต่เป็นทางรอดเดียวร่วมกันของมนุษยชาติ

เรื่อง ดร.เพชร มโนปวิตร
ภาพ เอกรัตน์ ปัญญะธารา


ตั้งแต่วันที่ 1-5 กันยายน พ.ศ. 2563 National Geographic Thailand จะนำเสนอสารคดีชุด “รำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร สืบสานงานอนุรักษ์ในโลกยุคใหม่” ยาว 5 ตอน โดย ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์และนักเขียนสารคดีสิ่งแวดล้อม และถ่ายภาพโดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพ นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


สารคดีชุด รำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร: สืบสานงานอนุรักษ์ในโลกยุคใหม่

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร: ก้าวข้ามภารกิจเดิม


สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกันยายน 2563 

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2

เรื่องแนะนำ

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โพสต์เศร้าถึงลูกพะยูนมาเรียม เอ่ยถึงปัญหาพลาสติก

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โพสต์ภาพถ่ายของมาเรียมในขณะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ ภาพถ่ายโดย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โพสต์เล่าถึงการจากไปของ มาเรียม เนื่องจากปัญหาขยะพลาสติกในชาวโลกได้รับรู้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2562 ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังที่มีบทบาทในการทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสรรพสัตว์ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความถึง “มาเรียม” ลูกพะยูนเพศเมียกำพร้า ที่โด่งดังในโซเชียลมีเดียของไทยเนื่องจากความน่ารักและความผูกพันกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชาวไทย ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในบัญชีอินสตราแกรมส่วนตัว @leonadodicaprio โดยภายในโพสต์มีเนื้อหาสำคัญพูดถึงเรื่องราวของมาเรียมที่อยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทางทะเลชาวไทย รวมไปถึงการพูดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของมาเรียมที่เกิดจากปัญหาขยะพลาสติกเข้าไปอุดตันในลำไส้ คำบรรยายภาพจากลีโอนาร์โด มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ เจ้าหน้าที่จากประเทศไทยกล่าวว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเลตัวหนึ่งซึ่งเป็นที่รักในประเทศไทยเสียชีวิตหลังจากรับประทานพลาสติกและประสบกับอาการช็อก เมื่อวันเสาร์ (ที่ 17 สิงหาคม) ที่ผ่านมา ลูกพะยูน อันเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับแมนนาที ได้รับการตั้งชื่อว่ามาเรียม หลังจากที่นักชีววิทยาทางทะเลได้ค้นพบว่าเธอเป็นพะยูนกำพร้าที่หลงฝูงมาในเดือนเมษายนที่ภาคใต้ของประเทศไทย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้เข้าไปอยู่ในใจคนทั้งโลกจากคลิปวิดีโอที่เธอไปคลอเคลียกลับพี่เลี้ยงซึ่งไปเผยแพร่ในไปอินเทอร์เน็ตหลายคลิปด้วยกัน สัตวแพทย์พบชิ้นส่วนพลาสติกขวางลำไส้ของลูกพะยูนตัวนี้ และกล่าวว่ามาเรียมเสียชีวิตไปด้วยอาการช็อก ลำไส้ของเธอเริ่มอักเสบ ทำให้เกิดก๊าซในทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในเลือดและหนองในปอด การติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกายจนเกิดอาการช็อก ตามการประกาศจากเจ้าหน้าที่ […]

โลกของ Aquaman กำลังจมขยะพลาสติก

ลองจินตนาการดูว่าบ้านของคุณถูกใครก็ไม่ทราบนำขยะมาถมทิ้งเพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ นี่คือความรู้สึกของชาวแอตแลนติส และไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะแค้นเคืองมนุษย์

รังนกเทียมช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก

รังนกเทียม ช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก อัตราการเกิดของลูกนกอัลบาทรอสกำลังลดต่ำลงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีลูกนกจำนวนมากที่ตายลงเพราะอากาศร้อน นอกจากนั้นนกอัลบาทรอสจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถหาวัสดุตามธรรมชาติได้เพียงพอสำหรับการสร้างรัง ดังนั้นแล้วหากไม่ทำอะไรปัญหาดังกล่าวนี้จะกลายเป็นวิกฤติใหญ่ บรรดานักวิทยาศาสตร์จึงร่วมกันสร้างรังนกเทียมขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต่อการผันแปรของสภาพอากาศ เพื่อช่วยให้นกอัลบาทรอสเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ ผลการศึกษาทดลองพบว่ารังนกเทียมเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกนกเกิดใหม่ถึง 20%   อ่านเพิ่มเติม นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

พบกับนักรณรงค์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์จากทั่วโลก

นักเรียนและผู้ประท้วงนับพันคนรวมตัวกันที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในการเดินขบวนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีการจัดขึ้นทั่วโลก การเดินขบวนมีจุดประสงค์ให้มีการออกมาตรการจัดการวิกฤตด้านภูมิอากาศ ภาพถ่ายโดย JENNY EVANS, GETTY IMAGES โลกในอนาคต คือเป็นพันธกิจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องร่วมกันสร้างสรรค์ นี่คือเรื่องราวและแนวคิดจากนัก รณรงค์สิ่งแวดล้อม รุ่นเยาว์ทั่วโลก เพราะกลุ่มคนรุ่นใหม่คือผู้ที่ต้องรับภาระดูแลโลกต่อไปในอนาคต ดังนั้นจึงเกิดกระแสการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในบรรดาเด็กๆ และหนุ่มสาวที่เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังส่งผลรุนแรงขึ้นทุกขณะ พวกเขาเรียกร้องให้บรรดาผู้ใหญ่ใช้อำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่พวกเขามีสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่ออนาคตของพวกเขา เหล่านี้คือบรรดารณรงค์นักสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ทั่วโลก ที่เรารวบรวมแนวคิดที่ชวนปลุกจิตสำนึกให้ ซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์อีกมากทั่วทุกมุมโลก ที่กำลังพยายามใช้เสียงเล็กๆ ของพวกเขาสร้างสรรค์โลกใบใหม่ขึ้นมาด้วยตัวเอง เกรตา ทูนแบร์ก อายุ 16 ปี ชาวสวีเดน “ฉันได้เรียนรู้ว่า ไม่มีใครเด็กเกินกว่าจะสร้างความแตกต่างได้” นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกวัย 16 ปี เธอเริ่มต้นการรณรงค์ด้านสิ่งที่ล้อมที่ประเทศสวีเดน บ้านเกิดของเธอโดยการหยุดเรียนเพื่อมาถือป้ายประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลออกนโยบายแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างจริงจัง ที่อาคารรัฐสภาในทุกวันศุกร์ จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการรวมกลุ่มเยาวชน Fridays for Future จัดโครงการเดินขบวนรณรงค์เรียกร้องที่มีชื่อว่า “การประท้วงหยุดเรียนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ” (School Strike for Climate) […]