5 ตัวอย่างที่ โดรนใต้น้ำ กำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

5 ตัวอย่างที่ โดรนใต้น้ำ กำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

ในปลายปีนี้ กองทัพหุ่นยนต์ขนาดเล็กเตรียมกระโจนลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก ด้วยภารกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละหุ่นยนต์ตามที่นักวิทยาศาสตร์มอบหมายให้ไม่ว่าจะเป็นการออกสำรวจแนวปะการัง ไปจนถึงตรวจสอบอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเล

โดรนใต้น้ำ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ National Geographic Emerging Explorer โดยเดวิด แลง  ในชื่อโปรเจคว่า OpenROV โปรเจคสำรวจทางทะเลด้วยหุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล จากทุนสนับสนุนของเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังและมูลนิธิอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันผลิตหุ่นสำรวจจำนวน 1,00 หุ่น สำหรับการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ และนี่คือ 5 ตัวอย่างที่นวัตกรรมเหล่านี้ได้ช่วยเหลือมนุษย์ในการปกป้องและอนุรักษ์ผืนน้ำทั่วโลกเอาไว้

 

จับตาการเปลี่ยนแปลงของแนวปะการังแคลิฟอร์เนีย

ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในลอสแอนเจลิส ได้ช่วยกันจับตาดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแนวชายฝั่ง ภาพถ่ายของสิ่งมีชีวิตในทะเลถูกบันทึกไว้โดยบรรดาอาสาสมัครใน Pelican Cove และ ณ วันนี้พวกเขามีผู้ช่วยใหม่นั่นคือโดรนสำรวจที่จะคอยตรวจสอบผลกระทบทางทะเลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ, ระดับน้ำทะเล และความเป็นกรด

Pelican Cove คือชื่อของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่กินพื้นที่ครอบคลุม 2.85 ตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็นสัดส่วน 26% ของน่านน้ำสหรัฐจากทั้งหมด “พื้นที่คุ้มครองทางทะเลในแคลิฟอร์เนียมีความสำคัญต่อสุขภาพของมหาสมุทร แต่การเฝ้าจับตาเพื่อปกป้องผืนน้ำนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูง” แลงกล่าว “ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ก้าวไปอีกขั้น หลังสามารถอุดช่องว่างของปัญหานั้นได้”

 

ปกป้องปลาทะเลในแคริบเบียน

“คุณไม่สามารถปกป้องสิ่งที่คุณไม่เข้าใจได้” แลงกล่าว ”ที่ผ่านมาเราเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งใช้โดรนสำรวจใต้น้ำในการศึกษาการอยู่ร่วมกันของปลาทะเลหลากหลายสายพันธุ์ตลอดจนระบบนิเวศวิทยาที่พวกมันพึ่งพาอาศัยกัน”

COBI คือองค์กรที่ทำงานเพื่อสัตว์น้ำในทะเลเม็กซิโก ด้วยการระบุพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ เพื่อป้องกันการทำประมงเกินขนาดในทะเลแคริบเบียน ขณะที่ชาวประมงท้องถิ่นถูกฝึกมาเพื่อดำน้ำสำรวจได้ ด้านองค์กรเองระบุว่าหุ่นของพวกเขาสามารถให้ข้อมูลในความลุกที่มนุษย์ไม่สามารถดำถึงได้

 

ช่วยเหลือโลกใต้น้ำในบริติช โคลัมเบีย

ระบบนิเวศใต้น้ำ ใน Howe Sound ของบริติช โคลัมเบีย เป็นระบบนิเวศอายุเก่าแก่ที่ประกอบด้วยฟองน้ำแก้วซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปนานแล้ว “พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหิน, หมึก, ดอกไม้ทะเล, ปลาคอด, ฉลาม และสิ่งมีชีวิตสุดจะจินตนาการอีกมากมาย” เอริกา เบิร์กแมน นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก หัวหน้าสำรวจแนวปะการังในพื้นที่ดังกล่าวเคยเขียนบรรยายเอาไว้

จากการใช้โดรนและนักประดาน้ำ เบิร์กแมนได้ทำการสำรวจพร้อมด้วยชาวประมงท้องถิ่นและทีมนักวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้พื้นที่ดังกล่าวนี้ถูกประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก “เพราะทุกคนควรมีโอกาสได้มาเห็นสถานที่ที่งดงามเช่นนี้ค่ะ”  เธอกล่าว

 

หุ่นยนต์หอยแมลงภู่บุกนิวอิงแลนด์

“เราเห็นตัวอย่างของนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย” แลงกล่าว “แต่หุ่นยนต์หอยแมลงภู่ คือหนึ่งในนวัตกรรมที่เราโปรดปรานกันมากที่สุด” ทีมนักวิจัยจากอุทยานแห่งชาติอะคาเดียเฝ้าตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเช่นสภาพความเป็นกรดหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นในบริเวณอ่าวเมน ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการพวกเขาติดตั้งตัววัดอุณหภูมิภายในหอยแมลงภู่ที่ยังมีชีวิต เพื่อใช้ให้พวกมันตรวจสอบสภาพแวดล้อมใต้พื้นผิวน้ำ

และในขั้นต่อๆ ไปพวกเขาจะใช้หุ่นยนต์ในการตรวจสอบและการศึกษาไปในตัว “การอนุญาตให้นักศึกษาเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมใต้น้ำ เป็นวิธีที่ดีที่ช่วยกระตุ้นให้พวกเขาอนุรักษ์ ตลอดจนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์” จอห์น ซิกเลียโน นักนิเวศวิทยาและศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา รวมทั้งยังเป็นหัวหน้าโครงการกล่าว

 

ไขความลับของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทีมนักวิจัยจากมูลนิธิ Octopus องค์กรไม่แสวงหากำไรจากสวิสเซอร์แลนด์ มีภารกิจสำรวจใต้พื้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งพวกเขากล่าวว่า เต็มไปด้วยซากของเรือจากสมัยโบราณกว่า 750,000 ลำ พวกเขาตั้งใจที่จะไขปริศนาทุกอย่างในภูมิภาคนี้ ตั้งแต่อาณานิคมม้าน้ำ ในฝรั่งเศส ไปจนถึงเมืองท่าโบราณในแอลแบเนีย

“พวกเขาใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีตั้งแต่โดรน การถ่ายภาพ ไปจนถึงนิยายภาพ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้”  แลงกล่าว “มันทำได้ยากที่คุณจะอ่านเรื่องราวของพวกเขาแล้วไม่เกิดแรงบันดาลใจ”

เรื่อง คริสตินา นูเนซ

 

อ่านเพิ่มเติม : 1 ปีกับ 200 ชีวิตนักสิ่งแวดล้อมที่ถูกฆาตกรรมแนวปะการังอาจหายไปภายใน 30 ปี

เรื่องแนะนำ

ทำความรู้จักกับ “เมฆ” แต่ละประเภท

เมฆสามารถแบ่งออกเป็น 10 สกุลหลักด้วยกัน ตามรูปร่างและความสูงที่เกิด เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้จัดทำอินโฟกราฟฟิกเมฆ 10 สกุล โดยได้รับความกรุณาจาก ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ

ปะการังเทียมช่วยปลาเขตร้อนปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ

ซากเรือในทะเลของมลรัฐนอร์ทแคโรไลนาถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงปลา และมีฉลามที่มีจำนวนประชากรคงที่ว่ายอยู่ล้อมรอบ ซากเรือได้กลายเป็นปะการังเทียมที่ช่วยรักษาชีวิต และเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลที่ต้องอาศัยอยู่กับน้ำทะเลที่กำลังอุ่นขึ้น ภาพถ่ายโดย DAVID DOUBILET, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในสภาวะที่น้ำทะเลกำลังอุ่นขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อปะการัง ซากเรืออับปาง ที่เป็น ปะการังเทียม สามารถเป็นที่อาศัยหลบภัยของบรรดาสัตว์ทะเลได้ งานศึกษาชิ้นใหม่ที่ปรากฏในวารสาร Nature Communication Biology โดยเทย์เลอร์ แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาจาก ศูนย์วิทยาศาสตร์มหาสมุทรชายฝั่งในเมืองโบฟอร์ต มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา และเอเวอรี แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาทางทะเลของ ห้องปฏิบัติการทางทะเล มหาวิทยาลัยดุค (the Duke University Marine Laboratory) แสดงให้เห็นว่า ปะการังเทียมในน้ำลึกของชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา สามารถเพิ่มจำนวนปลาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในทางตอนเหนือของพื้นที่ชายฝั่งได้ โดยการค้นพบครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างมีสำคัญสำหรับสายพันธุ์ปลาที่อยู่ในน้ำอุ่น   เนื่องจากอุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้น ปะการังเทียมสามารถช่วยเหลือการย้ายถิ่นเพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับสายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ได้ในอนาคต ปะการัง ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (และเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ) ปะการังหิน (rocky reef) ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติบริเวณชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนามีลักษณะใกล้เคียงกับแนวปะการัง แต่ปะการังเขตร้อน (tropical reef) นั้นไม่เหมือนปะการังหินที่โครงสร้างของมันเกิดขึ้นจากหิน หรือสารตั้งต้นที่ไม่มีชีวิตประเภทอื่นๆ ซึ่งปะการังหินนั้นสามารถก่อรูปทรงได้หลายแบบ […]

น้ำแข็งละลาย ชีวิตล่มสลาย

เรื่อง ทิม ฟอลเจอร์ ภาพถ่าย ซีริล ยัซเบ็ก กลางดึกคืนหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนที่หมู่บ้านเนียกอร์นัตริมฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ เหนือเส้นอาร์ติกเซอร์เคิลราว 500 กิโลเมตร สุนัขลากเลื่อนเริ่มส่งเสียงเห่าหอน ไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัด แต่ชาวบ้านบางคนคิดว่าพวกมันได้ยินเสียงหายใจของนาร์วาฬ  (narwhal) วาฬชนิดหนึ่งที่มีนอเป็นเกลียวเหมือนยูนิคอร์น  ซึ่งมักมาแวะที่อูมมันนักฟยอร์ดในช่วงเวลานี้ของปีระหว่างอพยพลงใต้  เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ชายในชุมชนส่วนใหญ่พากันลงเรือเล็กออกล่านาร์วาฬเฉกเช่นที่ชาวอินนูอิตในกรีนแลนด์ปฏิบัติกันมาหลายร้อยปี บ่ายวันนั้น ใต้ผืนฟ้าที่เมฆสีเทาคล้อยต่ำ พรานที่กลับมาพากันลากเรือขึ้นฝั่ง ชาวบ้านเนียกอร์นัตอีกสองสามคนจากที่มีกันอยู่ทั้งหมด 50 คน ออกจากบ้านไม้สีสันสดใสมารวมตัวกันริมหาดหินด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าในเรือมีอะไร ในจำนวนนี้มีอีลันงูอัก เอเกเด ผู้จัดการโรงไฟฟ้าของหมู่บ้านวัย 41 ปีรวมอยู่ด้วย เขาย้ายมาที่นี่เมื่อเก้าปีก่อนจากทางใต้ของกรีนแลนด์ซึ่งมีคนเลี้ยงแกะมากกว่านักล่าวาฬ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับหญิงสาวชาวเนียกอร์นัตที่เจอกันในเว็บไซต์หาคู่ทางอินเทอร์เน็ต บางทีนาร์วาฬอาจเอาเถิดเจ้าล่อกับเหล่าพราน  หรือบางทีพวกมันอาจยังมาไม่ถึงและยังอ้อยอิ่งอยู่ในถิ่นอาศัยช่วงฤดูร้อนทางเหนือ เพราะยังไม่ถูกน้ำแข็งทะเลที่ขยายตัวบังคับให้ต้องอพยพลงใต้  ไม่ว่าสาเหตุคืออะไร พรานแห่งเนียกอร์นัตก็กลับบ้านพร้อมเหยื่อขนาดย่อมกว่า นั่นคืออาหารหลักอย่างแมวน้ำริงด์  และภายในไม่กี่นาที มันก็ถูกถลกหนังแล้วแล่เนื้อใส่ถุงพลาสติกสำหรับแจกจ่าย นอกจากหินเปื้อนเลือดและเศษครีบที่ไม่กี่ครีบแล้ว ร่องรอยของแมวน้ำก็หายวับไปสิ้น ยังมีสิ่งอื่นหายไปจากที่นี่เช่นกัน นั่นคือวิถีชีวิต คนหนุ่มสาวพากันหลีกหนีไปจากชุมชนล่าวาฬเล็กๆอย่างเนียกอร์นัต บางหมู่บ้านต้องดิ้นรนให้อยู่ได้ และวัฒนธรรมซึ่งก่อรูปขึ้นที่นี่ในช่วงเวลาหลายร้อยปี พร้อมทั้งค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับการรุกคืบและการหดหายตามฤดูกาลของน้ำแข็งทะเล  มาบัดนี้กำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่ว่า น้ำแข็งทะเลจะหดหายไปอย่างถาวร วัฒนธรรมเช่นนี้จะอยู่รอดหรือไม่ หากคำตอบคือไม่แล้ว จะสูญเสียอะไรไปบ้าง เมื่อน้ำทะเลแข็งตัว โลกแห่งแดนเหนือพลันกว้างใหญ่ขึ้น […]