หมอกควันไฟป่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงกว่ามลพิษทางอากาศอื่นๆ ถึงสิบเท่า

หมอกควันไฟป่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง

งานวิจัยล่าสุด แสดงให้เห็นว่า หมอกควันไฟป่า สร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน มากกว่ามลพิษทางอากาศจากแหล่งอื่นๆ ถึงสิบเท่า

เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งของทุกปี สถานการณ์ หมอกควันไฟป่า ก็เวียนกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือของไทย ต่างรับรู้ถึงเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างดี เพราะส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันไฟป่า หลายพื้นที่ในภาคเหนือถูกปกคุลมด้วยหมอกควันหลายวันติดต่อกัน บางปี ประชาชนต้องทนกับมลพิษทางอากาศยาวนานเกือบหนึ่งเดือน ส่งผลให้ประชาชนมีปัญหาสุขภาพตามมา โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

สำหรับต่างประเทศ ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนต้องเผชิญกับควันไฟป่าอย่างน้อยหนึ่งวันในปีที่แล้ว ในบางเมือง หมอกควันจากไฟป่าปกคลุมไปทั่วบริเวณเป็นเวลาหลายสัปดาห์เนื่องจากไฟป่า เช่น ในสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก ส่งผลให้ประชาชนต้องเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และหลายคนกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองในระยะยาว

หมอกควันไฟ่า, ไฟป่าภาคเหนือ, สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือ, ไฟป่า, หมอกควัน, ผลกระทบต่อสุขภาพ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า ควันไฟป่าอาจเป็นอันตรายมากกว่าแหล่งมลพิษทางอากาศอื่นๆ เช่น ยานพาหนะ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ถึง 10 เท่า โดยในรายงานได้แสดงให้ความน่ากังวลต่อชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อไฟป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้การเกิดไฟป่ามีความรุนแรงมากขึ้น

ทอม คอร์ริงแฮม อาจารย์ในระดับปริญญาเอก และทีมนักวิจัยจากสถาบันสมุทรศาสตร์สคริปป์ (Scripps Institution of Oceanography) ที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ 14 ปี ระหว่างปี 1999 ถึง 2012 และข้อมูลของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ พวกเขาพบว่า การเข้ารักษาตัวด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.3 เป็นร้อยละ 10 เนื่องจากมลพิษทางอากาศที่เกิดจากไฟป่า ในทางกลับกัน เมื่อเปรียบเทียบกับมลพิษทางอากาศจากแหล่งอื่นในปริมาณที่เท่ากัน พบว่าประชาชนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1.3

การศึกษาของเรา เป็นงานวิจัยที่แสดงผลในระดับประชากรเป็นครั้งแรก” คอร์ริงแฮมกล่าวและเสริมว่า “หมอกควันจากไฟป่าเป็นผลกระทบซึ่งขยายไปไกลกว่าแค่บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ และมีผลกระทบในวงกว้าง

หมอกควันไฟ่า, ไฟป่าภาคเหนือ, สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือ, ไฟป่า, หมอกควัน, ผลกระทบต่อสุขภาพ

การเกิดไฟป่ามักปล่อยอนุภาคเล็กๆ ที่เรียกว่า PM2.5 ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ อนุภาค PM2.5 สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด และอาจทำให้เกิดอันตรายอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจก่อให้เกิดอาการเรื้อรังในปอดและหัวใจ และในระยะยาวอาจะทำให้เกิดโรคหอบหืด โรคหลอดเลือดสมอง และหัวใจวายได้ คอร์ริงแฮมกล่าว

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2020 เกิดควันไฟป่าปกคลุมทั่วทั้งอ่าวทางตะวันตกของซานดิเอโก ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม ประชาชนหลายคนให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ว่า มีอาการเจ็บคอ น้ำตาไหล และปัญหาอื่นๆ

หมอกควันไฟ่า, ไฟป่าภาคเหนือ, สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือ, ไฟป่า, หมอกควัน, ผลกระทบต่อสุขภาพ

เราทราบดีว่า ไฟป่าจะรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โรซานา อากีเลรา นักศึกษาหลังปริญญาเอก และผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวและเสริมว่า “และสิ่งสำคัญคือ เราต้องเริ่มคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ”

ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า เหตุใดอนุภาค PM2.5 จากไฟป่า จึงเป็นอันตรายมากกว่าแหล่งมลพิษทางอากาศอื่นๆ แต่จากการตั้งสมมติฐาน ทีมนักวิจัยคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับแหล่งกำเนิดอนุภาค PM2.5 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อนุภาค PM2.5 จากไฟป่า มีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าแหล่งอื่น

ในประเทศไทย จากรายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ปี 2012 พบว่า ในจังหวัดน่านและลำปางจะมีอัตราป่วยด้วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าจังหวัดอื่นในเขตภาคเหนือตอนบน โดยอัตราการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี และสูงเพิ่มมากขึ้นในปี 2012 (ข้อมูลเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากปัญหาหมอกควัน ที่รวบรวมจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และข้อมูลผู้ป่วยนอกจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข)

รายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ปี 2012

ในปี 2019 กลุ่มควบคุมโรคในเขตเมือง สคร.1 เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค รายงานผ่านเว็บไซต์ว่า จากการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพจากภาวะหมอกควันในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ในระหว่างวันที่ 10-16 กุมภาพันธ์ ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ พบกลุ่มผู้ป่วยจำนวนมากใน 4 กลุ่มโรค ประกอบด้วย กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ

สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานว่า ในปี 2019 เกิดจุดความร้อนสะสม (hot spot) จากไฟป่า สูงสุดในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ซึ่งเป็นจุดกำเนิดสำคัญของหมอกควันที่ปกคลุมไปหลายพื้นที่ในภาคเหนือ

ข้อมูลจาก GISTDA

ในอนาคต คอร์ริงแฮมกล่าวว่า การวิจัยใหม่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบวิเคราะห์คุณภาพอากาศและโปรแกรมด้านสาธารณสุข ทีมวิจัยให้คำแนะนำในท้ายรายงานว่า ควรให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชากรที่มีความเสี่ยง และประชาชนที่มีรายได้น้อย เพื่อให้พวกเขาสามารถซื้อเครื่องกรองอากาศได้ และทีมนักวิจัยเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อลดภาวะโลกร้อน

สำหรับประเทศไทย ปัญหาที่รุนแรงขึ้นทำให้หลายภาคส่วนในพื้นที่รวมตัวออกมาเคลื่อนไหว เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง องค์กรที่เข้ามามีบทบาท เช่น สภาลมหายใจเชียงใหม่ เกิดจากการรวมตัวของภาคประชาชนและเอกชนที่เข้าไปช่วยภาครัฐพัฒนาคุณภาพอากาศของเมือง ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาจากต้นตอควันพิษ ทั้งในชนบทและในเมืองผ่านโครงการต่าง ๆ รวมทั้งขับเคลื่อนให้คนในสังคมได้ตระหนักและลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง

ส่วนในภาควิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เป็นการรวมตัวของคณาจารย์ผู้ชำนาญในหลายสาขาวิชา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดำเนินงานศึกษาวิจัย เสนอแนวทาง และถ่ายทอดนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเริ่มขับเคลื่อน “CMU model” ให้เป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนา

สืบค้นและเรียบเรียง
ณภัทรดนัย


ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nature.com/articles/s41467-021-21708-0
https://www.npr.org/sections/health-shots/2021/03/05/973848360/study-finds-wildfire-smoke-more-harmful-to-humans-than-pollution-from-cars
https://www.ecowatch.com/wildfire-smoke-toxic-pollution-2650974582.html?rebelltitem=1#rebelltitem1
https://consumer.healthday.com/b-3-8-wildfire-smoke-is-especially-toxic-to-lungs-study-shows-2650889356.html
https://www.theguardian.com/us-news/2021/mar/06/california-wildfire-smoke-harmful-pollution-study
https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256303LocalEconomy.aspx


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หมอกควัน หรือ “หมอกพิษ” (Smog)

เรื่องแนะนำ

ความร้อนเร่งให้สารเคมีในพลาสติกละลายปนเปื้อนอาหารเข้าสู่ร่างกาย

(ภาพปก) แม้การดื่มน้ำจากขวดน้ำครั้งเดียวใช้แล้วทิ้งซึ่งถูกวางทิ้งไว้ในอากาศร้อนจะไม่ทำให้คุณเจ็บปวด แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่ถูกวางทิ้งไว้ในอากาศอันร้อนระอุ ภาพโดย MARK THIESSEN, NATIONAL GEOGRAPHIC ยิ่งอากาศร้อนมากเท่าไร พลาสติกยิ่งอาจปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำมากยิ่งขึ้น ในช่วงที่อากาศร้อน การเลือกดื่มเครื่องดื่มจากขวดพลาสติกเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นชิน แต่ก่อนที่คุณจะดื่มน้ำจากขวดพลาสติกเพื่อเติมน้ำในร่างกาย คุณคงต้องคิดให้ดีในเรื่องที่พลาสติกมีโอกาสบุบสลายภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุ “ยิ่งอากาศร้อนมากเท่าไหร่ ส่วนผสมต่างๆ ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีโอกาสเข้าไปปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่มมากเท่านั้น” โรลฟ์ ฮัลเดน (Rolf Halden) ผู้อำนวยการศูนย์วิศวกรรมสุขภาพสิ่งแวดล้อม แห่งสถาบันการออกแบบชีวภาพ มหาวิทยาลัยแอริโซนา กล่าว บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกโดยส่วนใหญ่ได้ปล่อยสารเคมีจำนวนเล็กน้อยลงไปในอาหารหรือเครื่องดื่มที่บรรจุอยู่ในพลาสติก เมื่อเวลาผ่านไปและอุณหภูมิสูงขึ้น พันธะเคมีในพลาสติกจะแตกตัวและมีแนวโน้มเกิดการละลาย จากการศึกษาของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา พบว่า จำนวนของสารเคมีดังกล่าวมีน้อยเกินกว่าจะให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังคิดในแง่ของผลกระทบระยะยาวของการที่ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยพลาสติก หากร่างกายสะสุมอนุภาคเล็กๆ เหล่านี้ ก็อาจเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นได้ พลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในยามที่อากาศร้อนระอุ ขวดพลาสติกโดยส่วนใหญ่ที่เรามักพบตามชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาเกตทำมาจากพลาสติกที่ชื่อว่า พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (polyethylene terephthalate – PET) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีการนำไปรีไซเคิลมากที่สุด นักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต ได้ศึกษาว่าความร้อนได้เร่งการสลายแร่พลวง (antinomy) ในขวดพลาสติกประเทศ PET อย่างไรบ้าง โดยแร่พลวงถูกนำไปใช้เพื่อผลิตพลาสติก ซึ่งสามารถเป็นพิษได้หากมีการใช้มากไป และยิ่งในวันที่อากาศร้อนมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่น้ำจะมีการปนเปื้อนมากเท่านั้น […]

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

ขนมปัง, อาวุธ และชิ้นส่วนมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจายรอบๆ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงชะตากรรมสุดท้ายของกลุ่มคนที่ตั้งใจมาล่านอแรดผิดกฎหมาย

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ