ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า - National Geographic Thailand

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า

บนเรือนอกฝั่งคอสตาริกา นักชีววิทยาใช้คีมจากมีดพับพยายามดึงหลอดพลาสติกจากจมูกเต่าทะเลตัวหนึ่ง เจ้าเต่าดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดและเลือดก็ไหลไม่หยุด ตลอดแปดนาทีอันเจ็บปวดที่คลิปในยูทูบนี้ดำเนินไป และมีคนเข้ามาดูกว่า 20 ล้านครั้ง แม้จะเป็นสิ่งที่ต้องทนดูก็ตาม ในตอนท้าย นักชีววิทยาที่เริ่มจะหมดหวังก็สามารถดึงหลอดพลาสติกยาวสิบเซนติเมตรออกมาจากจมูกของเจ้าเต่าได้

ภาพดิบๆ เช่นนี้ซึ่งตีแผ่ผลกระทบของพลาสติกที่มีต่อสัตว์ป่าได้อย่างแจ่มแจ้ง กลายเป็นสิ่งที่เห็นคุ้นตามากขึ้นทุกที ทั้งวาฬและนกอัลบาทรอสที่ตายเพราะท้องเต็มไปด้วยขยะ และแมวน้ำที่ติดเศษอวนจับปลาที่ถูกโยนทิ้ง

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ความเสียหายมักเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ยากกว่า นักวิจัยบอกว่า นกจมูกหลอดตีนเนื้อซึ่งเป็นนกทะเลขนาดใหญ่สีน้ำตาลไหม้ที่ทำรังอยู่บนเกาะนอกชายฝั่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กินพลาสติกคิดเป็นสัดส่วนต่อมวลกายมากกว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นใด โดยในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่ง ลูกนกร้อยละ 90 เคยกินพลาสติกเข้าไปแล้ว เศษพลาสติกแหลมคมชิ้นหนึ่งอาจเจาะลำไส้และทำให้นกตายลงอย่างรวดเร็ว แต่โดยทั่วไปแล้ว การกินพลาสติกจะทำให้นกมีอาการหิวอาหารเรื้อรัง

ผลกระทบจากพลาสติก
ในโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น ปูเสฉวนตัวหนึ่งใช้ฝาขวดพลาสติกเป็นบ้านและเกราะป้องกันท้องนิ่มๆของมัน นักเที่ยวชายหาดนิยมเก็บเปลือกหอยที่ปูเหล่านี้ใช้ไปเป็นที่ระลึก และทิ้งขยะไว้แทน (ภาพถ่าย: ชอว์น มิลเลอร์)

“สิ่งน่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ พวกมันกินพลาสติกเข้าไปเพราะนึกว่าเป็นอาหารครับ” แมตทิว ซาโวคา นักชีววิทยาทางทะเลที่ทำงานกับสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา บอกและเสริมว่า “ลองนึกภาพคุณกินอาหารกลางวันอยู่ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมา แถมยังหิวอยู่ทั้งวัน นั่นคงทำให้เราสับสนบอกไม่ถูก” ซาโควาพบว่า ปลาอย่างปลากะตักกินพลาสติกเพราะมีกลิ่นเหมือนอาหารเมื่อถูกสาหร่ายปกคลุม นกทะเลที่ใช้พลังงานจากร่างกายที่ขาดสารอาหาร จะต้องบินท่องเป็นระยะทางไกลมากขึ้นเพื่อหาอาหารจริงๆกินและพบเพียงแค่เศษขยะพลาสติกที่นำกลับมาป้อนลูกน้อย

คุณสมบัติที่ทำให้พลาสติกมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งความคงทนและมีน้ำหนักเบา กลับยิ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ พลาสติกมีอายุการใช้งานนานและหลายชนิดลอยน้ำได้ “พลาสติกใช้แล้วทิ้งเป็นชนิดที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว” ซาโควาบอก เขาหมายถึงหลอดดูดน้ำ ขวดน้ำ และถุงพลาสติก จนถึงปัจจุบันมีรายงานว่า มีสัตว์ทะเลราว 700 ชนิดที่กินพลาสติกเข้าไป หรือติดอยู่ในพลาสติก

เรายังไม่เข้าใจแน่ชัดว่า พลาสติกส่งผลในระยะยาวต่อสัตว์ป่าอย่างไร (รวมถึงผลกระทบต่อมนุษย์) เราเพิ่งใช้พลาสติกกันเมื่อไม่นานมานี้เอง มีรายงานถึงลูกนกอัลบาทรอสเลย์ซาน 74 ตัวที่กินพลาสติกเข้าไปเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1966 ในอะทอลล์แปซิฟิก ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังการผลิตพลาสติกยังอยู่ที่เพียง 1 ใน 20 ของปริมาณที่ผลิตในปัจจุบัน เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว นกเหล่านั้นน่าจะเป็นลางบอกเหตุของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมานั่นเอง

ผลกระทบจากพลาสติก
ทุกวันนี้ สัตว์จำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยพลาสติก อย่างไฮยีนาที่คุ้ยเขี่ยหาอาหารในที่ทิ้งขยะที่เมืองฮาราประเทศเอธิโอเปีย พวกมันจะเงี่ยหูฟังเสียงรถขยะและหาอาหารส่วนใหญ่ได้จากกองขยะ (ภาพถ่าย: ไบรอัน เลห์มานน์)
ผลกระทบจากพลาสติก
ช่างภาพช่วยนกกระสาตัวนี้ออกจากถุงพลาสติกในที่ทิ้งขยะในสเปน ถุงพลาสติกใบหนึ่งอาจฆ่าสัตว์ได้มากกว่าครั้งเดียว เพราะแม้ซากสัตว์จะเน่าเปื่อย แต่พลาสติกจะอยู่ต่อไปอีกนาน (ภาพถ่าย: จอห์น แคนคาโลซี)

เรื่อง นาตาชา เดลี


อ่านเพิ่มเติม วิกฤติพลาสติกล้นโลก

พลาสติกล้นโลก
ม้าน้ำเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำโดยเกาะหญ้าทะเลที่ลอยน้ำหรือเศษขยะธรรมชาติอื่นๆ ในน่านน้ำปนเปื้อนมลพิษ นอกชายฝั่งเกาะซุมบาวาของอินโดนีเซีย ม้าน้ำตัวนี้เกาะก้านสำลีพลาสติก “นี่เป็นภาพถ่ายที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นจริงครับ” ช่างภาพ จัสติน ฮอฟแมน บอก

เรื่องแนะนำ

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

บันทึกอายุ 2,000 ปี บ่งชี้ถึงจำนวนลิงจมูกเชิดสีทองในอดีต

บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นจำนวนประชากรของลิงจมูกเชิดสีทองที่มากมายในอดีต แต่ปัจจุบันพวกมันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์

เจาะเบื้องลึกวิกฤติหมอกควัน

เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติงานเสี่ยงภัยดับไฟป่าในเวลากลางคืน ด้วยการกวาดใบไม้สร้างเป็นแนวกันไฟ ไฟในป่าเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นเถ้าปลิวละล่องไปตามลมและหอบลอยขึ้นสู่ที่สูง นี่คือภาพของปัญหา หมอกควัน ในภาคเหนือที่เรื้อรังมานานหลายปี สาเหตุเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มาจากนํ้ามือคน เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ ภาพถ่าย จิตรภณ ไข่คำ ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤษภาคม 2558 เกือบสิบปีมาแล้วที่ชาวบ้านนาก้า ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เกือบทั้งหมู่บ้านผันตัวมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พวกเขาซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัท เช่นเดียวกับปุ๋ยและยาฆ่าแมลง และแปรสภาพสันเขาสลับซับซ้อนให้กลายเป็นทุ่งข้าวโพดเขียวชอุ่มในฤดูฝน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองตองแก่ยามเข้าสู่ฤดูหนาวพร้อมรอเก็บเกี่ยว ย้อนหลังไปสัก 30 ปีก่อนหน้านี้ ชาวบ้านนาก้ายังพึ่งพาการเก็บของป่า ปลูกข้าวและพืชไร่หลากหลายอย่างอิสระ ไม่มีใครคุยกันเรื่องโฉนดที่ดินหรือเอกสารทำกินใด ๆ บรรพบุรุษของพวกเขาฝากชีวิตไว้กับผืนป่าและธรรมชาติ ครั้นเข้าสู่ยุคของการพัฒนา หนุ่มสาวที่นี่พากันไปขายแรงงานยังต่างเมืองไม่ต่างจากชนบทอีกหลายแห่ง ระหว่างนั้นใน พ.ศ. 2536 ทางการประกาศให้ป่า (ป่าเพื่อการเศรษฐกิจ โซน E) ในละแวกหมู่บ้านแปรสภาพเป็นพื้นที่เกษตร แรงงานเหล่านั้นจึงกลับมาแผ้วถางป่าเป็นพื้นที่ทำกินลึกเข้าไปในป่าสงวนอีกหลายโซน และไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง แม้จะมีลำห้วยไหลผ่าน แต่เนินเขาแถบนี้ก็ร้อนแล้ง ชาวบ้านบ่นว่าพวกเขาไม่สามารถสูบนํ้าจากแหล่งนํ้าขึ้นที่สูงได้ ดังนั้นหลังจากลองผิดลองถูกมาหลายฤดูกาล ชาวบ้านจึงตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการส่งเสริมให้ปลูกอย่างแพร่หลาย ข้าวโพดทนแล้งและดูแลง่าย […]