World Update: รายงานเผย โลกร้อนขึ้น ทำให้มนุษย์เสี่ยงตายเพิ่มขึ้น

World Update: รายงานเผย โลกร้อนขึ้น ทำให้มนุษย์เสี่ยงตายเพิ่มขึ้น

รายงานเผย โลกร้อนขึ้น ทำให้มนุษย์เสี่ยงตายเพิ่มขึ้น

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London; UCL) และมหาวิทยาลัยรีดดิ้ง (University of Reading) ได้เปิดเผยรายงานล่าสุดที่พบว่าอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์นั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือกล่าวง่ายๆ คือ โลกร้อนขึ้น ทำให้มนุษย์มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น

พวกเขาระบุว่าในประเทศอังกฤษและเวลส์ เมื่อเทียบกับ 10 วันที่มีอากาศร้อนที่สุดของปีในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมนั้นมีอัตราการเสียชีวิตราว 117 รายต่อวัน แต่ในที่ปัจจุบันโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1.21 องศาเซลเซียสนั้นทำให้มีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 42 หรือราว 166 รายต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากหากอุณหภูมิยังคงสูงขึ้น 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นระดับ 3 องศาเซลเซียส จะทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 ตามรายงานกล่าวว่าเมื่อนำข้อมูลมาแปลงเป็นกราฟแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับอัตราการตายจะเป็นรูปตัวยูแบบคร่าวๆ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเฉลี่ยรายวันนั้นจะเพิ่มขึ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละองศาที่เพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ

ด็อกเตอร์เคที ฮวง (Dr. Katty Huang) จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนกล่าวว่า “ภาวะโลกร้อนที่เกิน 2 องศาเซลเซียสนั้นจะมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชนในอังกฤษและเวลส์มากกว่าภาวะโลกร้อน 1 องศาเซลเซียสในช่วงก่อนยุคอตุสาหกรรมอย่างมาก” 

รายงานชิ้นนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระดับภาวะโลกร้อนให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส “ดังที่รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change Impacts) ซึ่งได้แสดงให้เห็นเมื่อเร็วๆ นี้ว่าภาวะโลกร้อนเฉลี่ยในระดับต่างๆ นั้นเพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายต่อผู้คนและสังคมอย่างไร”

“การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าอันตรายจากอัตราการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมากหากประเทศต่างๆ มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น การจำกัดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทั่วโลกน่าจะมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพโดยรวมของประชากร” ศาสตราจารย์แอนดรูว์ ชาร์ลตัน-เปเรซ (Andrew Charlton-Perez) จากมหาวิทยาลัยรีดดิ้ง หนึ่งในผู้เขียนรายงานกล่าว

ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจาก 2018 UK Climate Projection (UKCP18) ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิและอัตราการเสียชีวิตในปัจจุบัน เพื่อคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับระดับภาวะโลกร้อนในอนาคต

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา

https://environmentjournal.online/articles/higher-risk-of-temperature-related-death-if-global-warming-exceeds-2c/

https://www.sciencedaily.com/releases/2022/03/220307082322.htm#:~:text=The%20rate%20of%20increase%20particularly,in%20mortality%20risk%20during%20heatwaves.

https://iopscience.iop.org/article/10.1088/1748-9326/ac50d5


อ่านเพิ่มเติม เมื่อ โลกร้อน เกินกว่าจะทน เราจะอยู่อย่างไร

เรื่องแนะนำ

ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา

รากุ อิโนะอุเอะ ศิลปินและช่างภาพผู้พำนักอยู่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา อาศัยสีสันและรูปทรงของกลีบดอกไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ รังสรรค์ประติมากรรมรูปแมลงที่ดูสมจริงและมีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง นี่คืองานศิลปะที่คุณต้องร้อง ว้าว!

เสียงจากลำน้ำโขง ในวันที่สายน้ำและชีวิต ถูกเขื่อนใหญ่พรากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

แม่น้ำโขง เส้นเลือดใหญ่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ภาวะวิกฤติ จากการกักน้ำของเขื่อนประเทศต้น ระดับน้ำลดต่ำจนแห้งขอด พรากวิถีชีวิตและระบบนิเวศจากไปไม่มีวันหวนคืน แม่โขง คือสายน้ำที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 10 และเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดสายหนึ่งของโลก 1 ใน 4 ของชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิตน้ำจืดถูกค้นพบได้ที่นี่ กำเนิดจากเทือกเขาในทิเบต ผ่านจีน เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา และไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่เวียดนาม แม่น้ำโขงมีความยาวทั้งสิ้นเกือบ 5,000 กิโลเมตร ตลอดแม่น้ำประธานและแม่น้ำสาขาที่แตกแขนงออกไปอีกมากมาย ผู้คนกว่า 60 ล้านชีวิตหาเลี้ยงชีพจากการประมงและทำไร่นา ปัจจุบัน แม่น้ำโขง เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานับพันปีกำลังเหือดแห้ง การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่และระเบิดทำลายแก่งแม่น้ำอย่างบ้าคลั่ง ขวางกั้นสายน้ำจากการไหลเวียนตามปกติ สร้างผลกระทบเรื้อรังทั้งด้านระบบนิเวศ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมไปจนถึงสังคม เราชวนคุณไปพูดคุยกับ ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ผู้ทำงานอนุรักษ์แม่น้ำโขงมานานนับสิบปี และก่อตั้ง ‘Mekong Voice เสียงจากลำน้ำโขง’ เครือข่ายข่าวชาวบ้านที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจริง ซึ่งแน่นอนว่าจะตกทอดไปยังคนรุ่นหลังตลอดกาล หากเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดภัยคุกคามนี้ เริ่มต้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ดร.ไชยณรงค์เล่าย้อนกลับไปในศตวรรษ 1980 หลังจากที่ปัญหาชายแดนระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและลาวยุติลง […]

อัพเดต 7 ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกับ วราวุธ ศิลปอาชา

คุยเรื่องกบในกาน้ำกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ตลอดสองปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบ่อยครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบกับผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดทางภาคเหนือ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในหลายพื้นที่ วิกฤตน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติ ที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเล จนสร้างความสะเทือนใจและความสนใจให้แก่ผู้คนในสังคม หันกลับมาตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่การอนุรักษ์ธรรมชาติกันอย่างเข้มข้นและจริงจัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วราวุธ ศิลปอาชา เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2562 พร้อมกับให้คำมั่นว่า “ตั้งใจเข้ามาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง” ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 17 เดือน เราจึงขอโอกาสมานั่งพูดคุยกับเขา เพื่ออัพเดตความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นกัน สร้างมิติใหม่ในวิกฤติ การเข้ามารับตำแหน่งในฐานะผู้นำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในช่วงที่สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังร้อนระอุ และมีหลาย ๆ ประเด็นเป็นกระแสที่ผู้คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สำหรับการเริ่มต้นกับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ “ถ้ามองเรื่องความไม่พร้อม ไม่เคยมีใครพร้อม สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นของขวัญเสียด้วยซ้ำ ที่ผมจะได้รับโอกาสในการแก้ปัญหา สิ่งที่ผมต้องทำคือต้องพยายามเรียนรู้งานและทำความเข้าใจบริบทขององค์กร รวมถึงบุคลิกของแต่ละหน่วยงานให้เร็วที่สุด นับเป็นความโชคดีที่ในกระทรวงแบ่งออกเป็นหลายกรม แต่ละกรมมีหลายหน่วยงานแยกย่อยกันไป ช่วยให้เราสามารถกระจายปัญหาต่าง ๆ มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานลงไปจัดการพร้อม ๆ กันได้ โดยมีผมทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำที่เป็นตัวประสาน ปรับแผนงานไปตามสถานการณ์และวิธีการทำงานของแต่ละคน […]

งานวิจัยเผย เขื่อนประเทศต้น แม่น้ำโขง กักน้ำมหาศาลจนประเทศปลายน้ำเกิดภัยแล้ง

(ภาพปก) ภัยแล้งและเขื่อนต้นน้ำได้ลดระดับน้ำของแม่น้ำโขงให้ต่ำที่สุดในรอบร้อยปี และส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของปลา อันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย BEN DAVIES/LIGHTROCKET/GETTY ข้อมูลจากงานวิจัยใหม่เผยให้เห็นว่าทางการปักกิ่งเป็นต้นเหตุของระดับน้ำใน แม่น้ำโขง ที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว เขื่อนบนแม่น้ำโขงในประเทศจีนได้กักน้ำจำนวนมหาศาลในช่วงภัยแล้งซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศที่อยู่ปลายน้ำเมื่อปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลาเดียวกัน เขื่อนของจีนกลับมีปริมาณน้ำมากกว่าค่าเฉลี่ยของระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำ บรรดากลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ทำงานเพื่อดูแลแม่น้ำโขงต่างเรียกร้องถึงความโปร่งใสและความร่วมมือในการเปิดเผยรายงานว่า เขื่อนของจีนได้กักน้ำจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัท Eyes on Earth Inc., บริษัทสำรวจและให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำได้เปิดเผยการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงระหว่างประเทศจีนและประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนราว 60 ล้านคนที่แม่น้ำไหลผ่าน ทั้งใน สปป. ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยข้อมูลระดับน้ำดังกล่าวได้มาจากข้อมูลดาวเทียมที่เก็บข้อมูลเขื่อน 11 แห่งของจีน ซึ่งได้กักน้ำทั้งที่ในช่วงเวลานั้นจีนมีระดับน้ำที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ประเทศปลายน้ำกลับมีระดับน้ำที่ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ภัยแล้งในปีที่แล้วได้ส่งผลให้ทั้งชาวนาและชาวประมงในพื้นที่ปลายน้ำเห็นการลดลงของระดับน้ำจนเห็นสันดอนทรายไปตลอดแนวแม่น้ำ และสีของแม่น้ำที่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีฟ้าสว่างเนื่องจากระดับน้ำที่ตื้นและขาดแคลนตะกอนที่พัดมากับแม่น้ำ “ถ้าจีนอ้างว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ข้อมูลที่เราพบก็ไม่ได้สนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว” อลัน บาซิสต์ นักอุตุนิยมวิทยาและประธานบริษัท Eyes on Earth […]