ภาพถ่ายสัตว์ เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม

ภาพถ่ายสัตว์เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม

ภาพถ่ายสัตว์ เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม

จัสติน ฮอฟแมน เป็นผู้นำการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะบอร์เนียว ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ กำลังกำลังพักผ่อนจากการเล่นสน็อกเกิล ใกล้เมืองซัมบาว่าเบซาร์ เขามองเห็นอะไรบางอย่าง “ประการังที่นั่นสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ บริเวณนั้นปราศจากปะการังแม้ว่าจะอุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังก็ตาม” ฮอฟแมนกล่าว “หลังจากใช้เวลาเกือบชั่วโมง เพื่อนของผม ริชาร์ด ไวท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าเห็นม้าน้ำตัวน้อยกำลังลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ”

ม้าน้ำว่ายน้ำไปมาในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ด้วยการใช้หางเกี่ยววัตถุบางอย่างไว้ แต่แทนที่ม้าน้ำตัวนี้จะคว้าหญ้าทะเลมันกลับเกี่ยวเอาขยะพลาสติกแทน และในบริเวณรอบๆ ก็สามารถพบเศษขยะพลาสติกได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่ากระแสลมจะพัดเอาน้ำสกปรกเข้ามาในสน็อกเกิลและกล้องของเขา ฮอฟแมนเลือกที่จะอยู่ตรงนั้นต่อและบันทึกภาพเอาไว้

“มันป็นภาพที่ผมไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนได้เห็น” เขาเขียนในอินสตาแกรม “โอกาสถ่ายภาพม้าน้ำตัวน้อยน่ารักของผม กลายเป็นความหงุดหงิดและน่าเศร้าแทน เมื่อบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเศษขยะนับไม่ถ้วน ภาพถ่ายนี้เป็นตัวแทนของปัจจุบันและอนาคตของมหาสมุทรเรา”

ม้าน้ำ หรือในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hippocampus kuda ว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางเศษขยะพลาสติก บริเวณเกาะซัมบาว่า อินโดนีเซีย

โดย อเล็กซา คีย์เฟ

ภาพถ่าย จัสติน ฮอฟแมน

อ่านเพิ่มเติมกำแพงชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก จะทำลายระบบนิเวศของสัตว์จำนวนมาก, ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

เรื่องแนะนำ

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย?

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย? เห็นเพียงแวบแรกคุณอาจตกใจว่าปะทะกับงูเข้าให้แล้ว แต่ลองมองดูให้ดีๆ อีกที คุณจะเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านั้นเป็นแค่หนอน และคุณถูกหลอกเข้าเสียแล้ว เจ้าหนอนแก้ว หัวงู นี้เป็นหนอนสายพันธุ์หนึ่งของผีเสื้อกลางคืนที่มีทักษะการเอาตัวรอดอันน่าทึ่ง นั่นคือเมื่อพวกมันเผชิญกับผู้ล่าอย่างนก พวกมันจะชูตัวขึ้นแล้วพองหัวออก ลวดลายที่ปรากฏบนตัวประกอบอับท่าทางส่ายไปมาเลียนแบบงู จะทำให้นกที่หมายปองว่าจะกินพวกมันนั้นตกใจ เพราะคิดว่าเจอเข้ากับงูเข้าเสียแล้ว ทั้งนี้เมื่อพวกมันเติบโตขึ้นก็จะกลายเป็นดักแด้และผีเสื้อตามปกติ   อ่านเพิ่มเติม : แม่แมลงสาบตัดสินใจวางไข่ ก่อนถูกฝูงมดรุมกัดตาย, ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตีพิมพ์สารคดีเรื่อง นกฮัมมิงเบิร์ด มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกสุดคือเรื่อง “The Hummingbirds” ในฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 1960

คู่มือเอาชีวิตรอด

สัมผัสกับประสบการณ์เอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายของบรรดานักสำรวจหน้าใหม่ เพื่อย้ำเตือนถึงความมีสติอยู่ทุกเมื่อระหว่างการสำรวจ แม้คุณเองจะเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ตาม

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]