ช้อนกินได้ ทางเลือกใหม่ลดขยะพลาสติก

โลกใบนี้ บ้านเพียงหลังเดียวของเรากำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติก โดยเฉพาะขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง อย่างช้อนส้อมมีด, หลอดดูดน้ำ หรือแก้วพลาสติก ทุกคนรู้กันดีว่าขยะพลาสติกเหล่านี้เป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทีนี้ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหน หากอุปกรณ์การกินหรือภาชนะของคุณสามารถรับประทานได้ด้วย ไม่หลงเหลือขยะใดๆ

Narayana Peesapathy ได้สร้างสรรค์ช้อนกินได้ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคตัวช้อนถูกผลิตจากแป้งข้าวฟ่างและข้าวสาลี ไม่มีส่วนผสมทางเคมีใดๆ ทั้งสิ้น สามารถใช้ตักอาหารได้ไม่ต่างจากช้อนปกติ นอกจากนั้นยังมีหลายรสชาติให้เลือกอีกด้วย เช่นรสหวานและรสเผ็ด ลองชมกระบวนการผลิตและการทดลองใช้งานช้อนเหล่านี้จริง ว่าไอเดียของพวกเขานั้นเจ๋งและดีต่อโลกมากแค่ไหน

 

อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติสำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง

เรื่องแนะนำ

มหันตภัยไฟป่า

เชื่อกันว่ามหันตภัยไฟป่า 4 ใน 5 ครั้งเกิดจากมนุษย์ เปลวเพลิงที่โหมไหม้จนไม่อาจควบคุมนี้ได้แรงหนุนจากสภาพลมฟ้าอากาศ กระแสลม และเชื้อไฟอย่างทุ่งหญ้าหรือไม้พุ่มแห้งๆ และอาจเผาผลาญพื้นที่ได้นับพันนับหมื่นไร่ กลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ตั้งแต่ ต้นไม้สูงใหญ่ บ้านเรือนประชาชน ไปจนถึงสัตว์ป่าและมนุษย์ ในเวลาไม่กี่นาที ไฟป่าเกิดจากสามปัจจัยหลักที่ประกอบกันซึ่งนักดับไฟป่าเรียกกันว่า สามเหลี่ยมแห่งไฟ (fire triangle) ได้แก่ เชื้อไฟ ออกซิเจน และแหล่งความร้อน เชื้อเพลิงได้แก่วัสดุติดไฟได้ทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ซึ่งรวมถึง ต้นไม้ ทุ่งหญ้า ไม้พุ่ม และแม้กระทั่งบ้านเรือน ยิ่งพื้นที่ไหนมีเชื้อเพลิงมาก ไฟป่าก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น อากาศป้อนออกซิเจนที่ไฟจำเป็นต้องใช้ในการเผาผลาญ ส่วนแหล่งความร้อนช่วยจุดไฟและทำให้เชื้อไฟมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนติดไฟ ฟ้าผ่า การจุดไฟตั้งแคมป์ ก้นบุหรี่ การแผ้วถางพื้นที่เกษตรเพื่อเพาะปลูก และแม้กระทั่งแสงแดดที่ร้อนจัด ล้วนสามารถให้ความร้อนได้มากพอให้ไฟจุดติดได้ แม้ไฟป่า 4 ใน 5 ครั้งจะเกิดจากน้ำมือมนุษย์ แต่ธรรมชาติก็พร้อมเป็นใจช่วยโหมเพลิงให้ลุกไหม้ อากาศที่แห้งและภัยแล้งเปลี่ยนพืชพรรณเขียวสดให้แห้ง และกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี ขณะที่กระแสลมแรงช่วยโหมเพลิงให้ลุกลามอย่างรวดเร็ว อีกทั้งอากาศที่อบอุ่นก็ช่วยส่งเสริมการสันดาปหรือลุกไหม้  เมื่อปัจจัยเหล่านี้อยู่พร้อมหน้า สิ่งเดียวที่ต้องการคือการจุดชนวน ซึ่งอาจมาในรูปของฟ้าผ่า การวางเพลิง การจุดไฟตั้งแคมป์ การเผาไร่ […]

แผ่นดินทรุดตัวและน้ำทะเลสูงขึ้น – ภัยคุกคามประชากรนับร้อยล้านคนทั่วโลก

เคราะห์ร้ายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทรุดตัวของแผ่นดินที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งกำลังพบเจอกับภาวะ ระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งแห่งต่างๆ ของโลกกำลังพบเจอการเพิ่มขึ้นของ ระดับน้ำทะเล ที่เกินกว่าจะรับได้ อันเป็นผลมาจากการที่พวกเขาอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่นในพื้นดินที่กำลังจมอย่างรวดเร็ว ตามงานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Climate Change เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลกำลังสูงขึ้นทั่วโลกเนื่องจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งโลก และการขยายตัวของผืนน้ำทะเลที่อบอุ่น (warming sea water) ส่วนในระดับท้องถิ่น พื้นที่ทรุดตัว หรือพื้นที่ที่กำลังจมก็ได้ซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้นอีก เมืองใหญ่หลายเมือง เช่น นิวออร์ลีนส์ในสหรัฐฯ หรือจาการ์ตาในอินโดนีเซียกำลังเจอปัญหาระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับระดับชายฝั่ง-หรือภาวะที่แผ่นดินกำลังจมเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะนี้ ทีมนักวิจัยนานาชาติแสดงให้เห็นว่าสองสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกันนี้เป็นมากกว่าปัญหาของแต่ละท้องถิ่น พื้นดินที่กำลังจมทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งรอบโลกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยพวกเขาต้องพบเจอกับอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมากกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลก 3 ถึง 4 เท่า “สิ่งที่เรากำลังพูดถึงไม่ใช่การคาดการณ์ เรากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้” Robert Nicholls ผู้นำงานศึกษาจากศูนย์วิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทินดัลล์ มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (University of East Anglia) สหราชอาณาจักร กล่าว แต่ยังมีข่าวดี นั่นคือ พื้นที่ชายฝั่งที่กำลังจมส่วนใหญ่นั้นเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้ ซึ่งบรรดาเมืองชายฝั่งสามารถทำบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาได้ จากปัญหาท้องถิ่นสู่ระดับโลก ปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อการลดลง (หรือเพิ่มขึ้น) ของพื้นที่ชายฝั่งบนโลกนั้นอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ […]

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]

Explorer Awards 2019 : ศศิน เฉลิมลาภ

จากนักวิชาการที่วิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุทกภัยใหญ่เมื่อปี 2554 อย่างเข้าใจง่าย ถึงนักรณรงค์เคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ด้วยการเดินเท้า 388 กิโลเมตรจนส่งแรงกระเพื่อมไปถึงสังคม และนักอนุรักษ์แถวหน้าที่ออกมาเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายในการจัดการปัญหาลักลอบล่าสัตว์อย่างจริงจังและไม่เลือกปฏิบัติ ดังกรณีเสือดำแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร พูดคุยกับ ศศิน เฉลิมลาภ ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards 2019